โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงกรานต์ไม่ง่ายเหมือนเดิม S2O ปรับเกมเทศกาลดนตรี เพิ่ม ‘K2O’ เติมศิลปินเกาหลี

TODAY Bizview

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 03.37 น. • TODAY

สงกรานต์ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลไฮไลต์ของประเทศไทย ด้วยเสน่ห์ของการสาดน้ำ ดนตรี และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ทุกปีช่วงเวลานี้กลายเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาสัมผัสบรรยากาศของไทย ขณะเดียวกันคนไทยก็ให้ความสำคัญกับช่วงเวลานี้ ทั้งการเดินทาง การเฉลิมฉลอง และการเข้าร่วมกิจกรรมบันเทิงรูปแบบใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภาพของเทศกาลที่เต็มไปด้วยความคึกคัก การปั้น “Music Festival” ในช่วงสงกรานต์ในยุคปัจจุบันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนในอดีต ด้วยปัจจัยเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับมาสูงเท่าเดิม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้จัดงานต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้น ทั้งด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค งบประมาณของสปอนเซอร์ และการแข่งขันในตลาดอีเวนต์ที่เข้มข้นขึ้นทุกปี

หนึ่งในเทศกาลที่ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องคือ S2O Songkran Music Festival เทศกาลดนตรีสงกรานต์สัญชาติไทยที่สร้างชื่อในระดับนานาชาติ ซึ่งในปี 2569 นี้ถือเป็นการจัดงานครั้งที่ 11 โดยยังคงพยายามเติมองค์ประกอบใหม่ๆ เข้าไปในงาน ทั้งการยกระดับโปรดักชัน การขยายพันธมิตร และการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ร่วมงาน

สำหรับ “S2O” (เอสทูโอ) ปีนี้มาภายใต้ชื่อ “Singha Life presents S2O Songkran Music Festival” เดินหน้าสู่ปี 2569 ด้วยการยกระดับครั้งสำคัญ ทั้งการเปิดพื้นที่จัดงานใหม่ภายใต้ชื่อ “S2O LAND” บนถนนรัชดาภิเษก การเปิดตัวพันธมิตรระดับประเทศและระดับโลกเพื่อต่อยอดประสบการณ์แบบรอบด้าน และการเดบิวต์ “K2O” (เคทูโอ) เทศกาลสงกรานต์ดนตรีเกาหลีครั้งแรกของประเทศไทย

และรอบนี้การปักหมุด “S2O LAND” (เอสทูโอแลนด์) พื้นที่จัดงานแห่งใหม่ใจกลางเมืองย่านรัชดาภิเษก ยังเป็นก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์ทั้งขนาดพื้นที่ ความยืดหยุ่นในการออกแบบประสบการณ์ และความสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่าง MRT ช่วยยกระดับงานจากเทศกาลดนตรีประจำปี สู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งเฟสติวัล (festival destination) ที่รองรับการเติบโตในระยะยาว

‘วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา’ ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีที่ S2O มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องสถานที่ใหม่ที่ใหญ่ขึ้น อยู่ใจกลางเมือง และการลงทุนอย่างจริงจังเพื่อทำให้ S2O LAND กลายเป็นสถานที่เฉลิมฉลองสงกรานต์ที่สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ร่วมงาน และการผลักดันภาพลักษณ์ของแบรนด์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศร่วมกัน

ด้านคอนเทนต์ของงานยังคงรักษามาตรฐานระดับสากลผ่านไลน์อัปศิลปินระดับโลก โดยหนึ่งในไฮไลต์ของปีนี้คือการแสดงแบบ back-to-back ครั้งแรกของโลกจาก Alan Walker และ Steve Aoki รวมถึงการกลับมาของ Kygo ซึ่งตอกย้ำตำแหน่งของ S2O ในฐานะเทศกาล EDM ระดับนานาชาติ ขณะเดียวกัน ตลาดประสบการณ์พรีเมียมก็สะท้อนผ่านราคาบริการภายในงาน โดยโต๊ะ VIP ที่แพงที่สุดในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อวัน

ในปีนี้ S2O ยังแตกแบรนด์ครั้งแรกผ่านการเปิดตัว K2O Songkran Music Festival เพื่อต่อยอดสู่ตลาด K-content ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไทยและภูมิภาค โดยนำ DNA ของ S2O ทั้งความเปียก ความสนุก และบรรยากาศสงกรานต์ มาผสานกับพลังของโชว์สไตล์เกาหลี ไลน์อัปของงานประกอบด้วยศิลปินอย่าง RIIZE, KISS OF LIFE, FIFTY FIFTY รวมถึงศิลปิน T-POP อย่าง DAOU ที่มาพร้อม Special Guest OFFROAD

ด้าน ‘ปุลิน มิลินทจินดา’ กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและผู้ร่วมก่อตั้ง S2O กล่าวว่า การเปิดตัว K2O เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายจักรวาลของแบรนด์ “เรามองว่าตลาด K-content ในไทยแข็งแรงมาก การนำเสนอในคอนเซ็ปต์สงกรานต์แบบ S2O จะทำให้ K2O เป็นประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างสำหรับผู้ชม”

อย่างไรก็ตาม การจัดเทศกาลในปีนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจที่ท้าทาย ผู้จัดงานยอมรับว่าในปี 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน งบประมาณด้านการตลาดของหลายแบรนด์เริ่มรัดตัว ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ยังลดลงต่อเนื่องจากปีก่อน ส่งผลให้โครงสร้างของผู้ร่วมงานในปีนี้มีแนวโน้มเป็นคนไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันก็พยายามขยายฐานนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เช่น จีนตอนใต้และมาเลเซีย เข้ามาเสริม

ซึ่งฝั่งผู้จัดยังคาดว่าภาพรวมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลจะยังคงอยู่ในระดับสูง โดยอ้างอิงตัวเลขมาตรฐานของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ประเมินว่ารายจ่ายเฉลี่ยของผู้ที่มาร่วมกิจกรรมช่วงสงกรานต์อยู่ที่ประมาณ 22,000 บาทต่อคนต่อวัน หากคำนวณตลอดระยะเวลาการจัดงาน 4 วัน จะคิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนรวมราว 2,200 ล้านบาท โดยพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมีระดับใกล้เคียงกัน

ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้ ‘วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา’ มองว่าอุตสาหกรรมความบันเทิงกำลังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ “พักใจ” ของผู้คนในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งจากเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และกระแสโซเชียลมีเดียที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ S2O Songkran Music Festival จึงให้ความสำคัญกับการสร้าง “safe space” ภายในงาน ทั้งมาตรฐานด้านความปลอดภัย การควบคุมจำนวนผู้เข้าชมให้อยู่ที่ประมาณ 30,000 คนต่อวัน รวมถึงระบบตรวจสอบบัตรเพื่อป้องกันการหลอกลวงจากสแกมเมอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...