“ญี่ปุ่น” เร่งคุมเส้นทางเดินเรือแปซิฟิก หลังวิกฤตฮอร์มุซสะเทือนพลังงาน-อาหาร
"ญี่ปุ่น" เตรียมปรับยุทธศาสตร์ความมั่นคง ยกระดับการปกป้องเส้นทางเดินเรือแปซิฟิก หลังสงครามตะวันออกกลางเผยจุดเปราะบางการพึ่งพานำเข้า
วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 00.02 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเพิ่มมาตรการป้องกันเส้นทางเดินเรือในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจจากสงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้สะท้อนความเสี่ยงต่อการนำเข้าพลังงานและอาหาร ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ
ญี่ปุ่นพึ่งพาการขนส่งทางทะเลถึง 99.5% ของการค้าทั้งหมด และนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 90% จากตะวันออกกลาง ทำให้รัฐบาลมองว่าเส้นทางเดินเรือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงที่สำคัญ โดยเตรียมตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญภายในเดือนนี้ เพื่อทบทวนยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ และคาดว่าจะปรับปรุงเอกสารสำคัญภายในสิ้นปี โดยเพิ่มการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือแปซิฟิก เป็นหนึ่งในเสาหลักด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเส้นทางขนส่งจากตะวันออกกลางเป็นหลัก แต่ล่าสุดเริ่มหันมาโฟกัสเส้นทางในแปซิฟิกมากขึ้น โดยอาจใช้เครื่องบินลาดตระเวนและระบบเรดาร์บนเกาะเพื่อเฝ้าระวัง แม้ปัจจุบันยังขาดระบบตรวจจับที่ครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ความขัดแย้ง เช่น ความเสี่ยงต่อกรณีไต้หวัน อาจกระทบเส้นทางเดินเรือบริเวณ “second island chain” ที่เชื่อมญี่ปุ่นไปยังกวม ขณะที่รัฐบาลยังมีแผนเพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อปกป้องเส้นทางในแปซิฟิกใต้ที่เชื่อมโยงกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าพลังงานสำคัญ
ญี่ปุ่นได้สนับสนุนเรือตรวจการณ์และกู้ภัยให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านโครงการช่วยเหลือด้านความมั่นคง เพื่อแบ่งเบาภาระในการดูแลเส้นทางเดินเรือร่วมกัน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า ระเบียบโลกตามกฎหมายระหว่างประเทศกำลังอ่อนแอลง หลังทั้งอิหร่านและสหรัฐต่างใช้มาตรการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือ ซึ่งเดิมควรเปิดเสรีตามหลักสากล
แม้ญี่ปุ่นจะมีคลังสำรองน้ำมันเพื่อรองรับวิกฤต แต่หากการขนส่งหยุดชะงักยาวนาน ก็อาจไม่เพียงพอ ขณะที่สินค้าอื่น ๆ เช่น ก๊าซ LNG ถ่านหิน และสินค้าเกษตร ก็พึ่งพาการนำเข้าสูง โดยเฉพาะจากประเทศในแถบแปซิฟิก เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐ และแคนาดา
นักวิชาการเตือนว่า หากการนำเข้าอาหารสัตว์หยุดชะงัก อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ของญี่ปุ่นอาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากประเทศต้องนำเข้าธัญพืชอาหารสัตว์ถึงราว 90%
ที่ผ่านมา ความเสี่ยงด้านเส้นทางเดินเรือมักถูกมองข้ามในเชิงนโยบาย เนื่องจากโอกาสเกิดต่ำ แต่ผลกระทบสูง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเส้นทางเหล่านี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดของเศรษฐกิจ และควรได้รับการลงทุนด้านความมั่นคงมากกว่านี้
นอกจากนี้การขยายบทบาททางทะเลของจีนยังเป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้ญี่ปุ่นต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์ โดยจำนวนเที่ยวบินขึ้นลงของเครื่องบินจากเรือบรรทุกเครื่องบินจีนในแปซิฟิกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อ้างอิง : asia.nikkei.com