โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไฟเขียวเลื่อนชั้น 'ตลาดหุ้นเวียดนาม' ก.ย. นี้ FTSE Russell ประเมินผ่านฉลุย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดัชนีตลาดหุ้นเวียดนาม VN Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3.5% ในการซื้อขายวันนี้ (8 เม.ย.) รับข่าวดีหลังจากบริษัท FTSE Russell ยืนยันผลการทบทวนล่าสุดว่า "ตลาดหุ้นเวียดนาม" จะได้รับการยกระดับสถานะจากตลาดหุ้นชายขอบ (frontier market) ไปเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง (secondary emerging market) โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนก.ย. นี้

FTSE Russell ซึ่งได้ส่งสัญญาณการยกระดับสถานะตลาดหุ้นเวียดนามตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนก่อน ยืนยันว่า เวียดนามยังคงอยู่บนเส้นทางการเลื่อนชั้น โดยการเข้าคำนวณในดัชนีดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจที่เติบโตเร็วแห่งหนึ่งของเอเชียเข้าสู่กลุ่มเดียวกับตลาดหุ้นของ"จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย"

การเพิ่มน้ำหนักจะทยอยดำเนินการ 4 ระยะ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 และจะแล้วเสร็จในปี 2027 โดยแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของตลาดเป็นไปอย่างมีระเบียบ รองรับกระแสเงินทุนที่คาดว่าจะไหลเข้ามา และรักษาสภาพคล่องของตลาดในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามได้ดำเนินการปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของตลาด อาทิ การยกเลิกข้อกำหนดการวางเงินล่วงหน้าสำหรับการซื้อขายหุ้น การเดินหน้าระบบชำระราคาแบบรวมศูนย์ภายในปี 2027 และการเปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ระดับโลกได้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์เวียดนามระบุว่า การยกระดับครั้งนี้จะ “ช่วยดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศในระดับขนาดใหญ่ เพิ่มสภาพคล่อง และเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของเวียดนามในระบบการเงินโลก”

ทั้งนี้ ผู้จัดทำดัชนีประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจดึงเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่เวียดนามสูงสุดถึง 6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.92 แสนล้านบาท)

ไทเลอร์ มันห์ ดุง เหงียน หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจาก Ho Chi Minh City Securities กล่าวว่า นี่เป็นหมุดหมายสำคัญของตลาด หลังอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังมานานเกือบหนึ่งทศวรรษ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับโครงสร้างสำคัญๆ

พัฒนาการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสมัชชาแห่งชาติเวียดนามมีมติเลือก "โต เลิม" เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเวียดามเมื่อวันอังคาร ส่งผลให้บทบาทผู้นำพรรคและรัฐถูกรวมศูนย์ในระดับสูง ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยโต เลิม ระบุว่าภารกิจสำคัญอันดับแรกคือ การรักษาสันติภาพและผลักดัน “การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและยั่งยืน”

FTSE Russell ประเมินว่าน้ำหนักของเวียดนามในดัชนีตลาดเกิดใหม่ จะอยู่ที่ราว 0.23%–0.35% โดยอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 27 มี.ค. และระบุรายชื่อบริษัทที่มีโอกาสถูกนำเข้าคำนวณ เช่น Vingroup, Masan Group, FPT Corporation และ Hoa Phat Group โดยรายชื่อรอบสุดท้ายจะประกาศก่อนการทบทวนดัชนีรอบครึ่งปีในเดือนก.ย. ขณะที่หุ้นของบริษัทเหล่านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2.7% รับข่าวดีในวันนี้

รูชีร์ เดไซ ผู้จัดการกองทุนจากบริษัทเอเชีย ฟรอนเทียร์ แคปิทัล ในฮ่องกง ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังช่วยหนุนบรรยากาศเชิงบวก โดยนักลงทุนจะจับตาทิศทางของสถานการณ์ต่อจากนี้

ทั้งนี้ เวียดนามซึ่งตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย "เลขสองหลัก" ในระดับอย่างน้อย 10% ปีนี้เป็นต้นไป กำลังเผชิญความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐ โดยโมเมนตัมเศรษฐกิจชะลอตัวลงในไตรมาสแรก จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นและความผันผวนของราคา ซึ่งกดดันเงินเฟ้อ และสร้างความท้าทายต่อเป้าหมายการเติบโตระดับเลขสองหลักของรัฐบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...