“ญี่ปุ่น” สายตรงอิหร่าน “ทรัมป์” ถก NATO โลกจับตาฮอร์มุซ ท่ามกลางรอยร้าวพันธมิตร
"ญี่ปุ่น" สายตรงอิหร่าน หารือความปลอดภัยเส้นทางพลังงานโลก "ทรัมป์" ถก NATO ท่ามกลางแรงกดดันพันธมิตรยุโรป ปมสงครามอิหร่านและบทบาทในฮอร์มุซที่ยังไม่ลงตัว
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 16.18 น. ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่าได้หารือทางโทรศัพท์กับ Masoud Pezeshkian ประธานาธิบดีอิหร่าน เป็นเวลาประมาณ 25 นาที โดยประเด็นสำคัญคาดว่าเกี่ยวข้องกับการรับรองความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก โดยก่อนหน้านี้ทากาอิจิระบุว่าอยู่ระหว่างเตรียมการสำหรับการสนทนาดังกล่าว
ขณะเดียวกันสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมพบกับ มาร์ก รุตเต เลขาธิการ NATO ที่ทำเนียบขาว ท่ามกลางความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรยุโรป หลังสงครามกับอิหร่านทำให้เกิดความเห็นต่างภายในกลุ่ม
ทรัมป์ได้วิจารณ์พันธมิตรยุโรปว่าให้การสนับสนุนไม่เพียงพอ และถึงขั้นขู่ถอนสหรัฐ ออกจาก NATO พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางร่วมกันลดอิทธิพลของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม นักการทูตยุโรประบุว่า ประเทศในยุโรปไม่น่าจะเข้าร่วมภารกิจทางทหาร เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ตราบใดที่ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่
อิหร่านเองประกาศว่าจะขัดขวางการเดินเรือในช่องแคบดังกล่าวด้วยทุ่นระเบิดจนกว่าสงครามจะสิ้นสุด ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการค้าโลกและราคาพลังงาน
นักวิเคราะห์มองว่า สถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นจุดอันตราย สำหรับพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดย Oana Lungescu ชี้ว่าความขัดแย้งกับอิหร่านยิ่งซ้ำเติมความกังวลเดิม ทั้งประเด็นยูเครน งบกลาโหม และความสัมพันธ์ภายใน NATO
ในการหารือครั้งนี้ คาดว่า Rutte จะพยายามโน้มน้าวให้สหรัฐลดการวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตร พร้อมเน้นความร่วมมือด้านกลาโหม และหารือผลกระทบจากสงครามในอิหร่านและยูเครน รวมถึงแนวทางฟื้นฟูการค้าโลก โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านฮอร์มุซหลังการหยุดยิง
อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่า NATO จะมีบทบาทโดยตรงในตะวันออกกลางมากน้อยเพียงใด เนื่องจากพันธมิตรดังกล่าวมีภารกิจหลักในยุโรปและอเมริกาเหนือ
ทั้งนี้ทรัมป์ยังคงวิจารณ์ NATO อย่างต่อเนื่อง โดยถึงกับเรียกว่าเป็นเสือกระดาษ และตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการคงอยู่ของพันธมิตร ขณะที่ความสนใจของสหรัฐ ต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง อาจกระทบต่อการสนับสนุนยูเครน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับยุโรป
โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า สหรัฐยังคงคาดหวังให้พันธมิตรมีบทบาทมากขึ้น โดยย้ำว่า “สหรัฐฯจะจดจำว่าใครให้การสนับสนุนในช่วงเวลาสำคัญนี้”
อ้างอิง : asia.nikkei.com, reuters.com