DELTA ลุ้นงบ 8.2 พันล้าน วางหมากเทรดฝ่ามรสุม
#DELTA #ทันหุ้น – จับตา DELTA แจ้งงบไตรมาส 1 วันนี้โตแรง 8.2 พันล้านบาท พุ่ง 64% ท่ามกลางความกังวล มาตรการกำกับการซื้อขายหุ้นระดับ 2 และ MSCI ที่กดราคาลดลง บล.โกลเบล็ก อัพเป้าขึ้นสู่ 330 บาท ขณะที่ บล.หยวนต้า เพิ่มเป้า จากการเติบโตของสินค้า AI และเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าแต่ยังแค่ 208 บาท งบไตรมาส 2 อาจสะดุดเล็กน้อยจากต้นทุนขนส่ง วางกลยุทธ์เก็งกำไร
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ CFTe, CISA ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า ประเมินผลประกอบการ DELTA ที่จะแจ้งตลาดวันนี้ (27 เม.ย.) ซึ่งทีมนักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 8,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างมากถึง 64% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และเติบโต 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่คาดว่าจะเติบโต 42.8% YoY และ 5.7% QoQ
รวมถึงการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากอุปสงค์ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งกำไรในไตรมาส 1/2569 คิดเป็น 26% ของประมาณการกำไรทั้งปี ขณะที่ไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะชะลอตัวลงจากไตรมาส 1/2569 โดยมีปัจจัยความเสี่ยงเรื่องค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อ DELTA แต่กระทบอาจมีไม่มากนัก เนื่องจากบริษัทมีสัญญาหลักกับลูกค้าในรูปแบบFOB (Free On Board)
@เก็งกำไรระยะสั้น
ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุนปรับลดคำแนะนำเป็น“Reduce” จาก “Neutral” ให้ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 232 บาท เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเร็วและแรงเกินไปตั้งแต่ต้นปี จนเกินราคาเหมาะสมทางพื้นฐานไปมาก ทั้งนี้ในระยะสั้นหุ้นมีการปรับฐานลงจากประเด็นเรื่อง MSCI ซึ่งสร้างแรงกดดันเชิงลบต่อจิตวิทยา ปัจจุบันจึงเน้นเพียงการเก็งกำไรมากกว่าการถือยาว
ถึงแม้จะมีการใช้เกณฑ์ Free Float มาพิจารณา แต่ DELTA ยังคงมีImpact ต่อดัชนีสูง หากราคาหุ้นปรับตัวลงย่อมส่งผลกระทบต่อภาพรวมของดัชนีตลาดหุ้นไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หุ้นจะกลับมามีความน่าสนใจในเชิงกลยุทธ์อีกครั้งหากสามารถกลับมายืนเหนือ 300 บาท โดยให้แนวรับ 276-260 บาท และแนวต้าน 295-300 บาท
@ปรับราคาขึ้นเป็น 330 บาท
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า คาดการณ์กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 จะอยู่ที่ 8,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นจาก 7,300 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 และรายได้จะเติบโต 6% QoQ อยู่ที่ 61,000 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งคาดว่าจะเติบโตถึง 30-40% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 31% จาก 29.2%
ขณะที่ DELTA ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางน้อยมาก เนื่องจากมีลูกค้าบริเวณนี้ไม่มาก และความเสี่ยงด้านวัตถุดิบรวมถึงค่าขนส่งมีจำกัดเพราะบริษัทขายสินค้าในรูปแบบ FOB โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมาย 12 เดือนขึ้นเป็น 330.00 บาท จากเดิม 250 บาท
@มาร์จิ้นเริ่มฟื้นตัว
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 1/2569 ที่ 7,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% QoQ และ 56% YoY โดยการเติบโตได้รับแรงหนุนจากรายได้สกุลดอลลาร์สหรัฐที่แข็งแกร่งและอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังทรงตัวในระดับสูงแม้เผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ขณะที่รายได้หลักคาดอยู่ที่ 59,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% QoQ และ 39% YoY โดยสินค้ากลุ่ม Data Center ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักส่วนกลุ่ม EV ฟื้นตัวอย่างจำกัด
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/2569 คาด DELTA จะเริ่มได้รับแรงหนุนจากธุรกิจLiquid Cooling ที่เข้าสู่ช่วง ramp-up ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2569 และจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 โดย Product Mix ที่ขยับเข้าสู่สินค้าระดับHigh-End จะเป็นปัจจัยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี SG&A มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ Liquid Cooling ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 208 บาท จากเดิม 160 บาท สะท้อนค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ทำให้แรงกดดันต่อมาร์จิ้นของกลุ่มเริ่มผ่อนคลาย