ทีม ‘วปอ.61’ ของ ‘หนู’
ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะไม้ต่อมือจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม ตามกฎ ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องพิจารณาคัดเลือก ผบ.ตร.ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 กรกฎาคม ดูท่าจะไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องสู้กันถึงฎีกาซะแล้ว เพราะผลงาน บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 50 เกษียณอายุราชการปี 2576 โดดเด่นขยับเหนือแคนดิเดต "ผบ.ตร." คนอื่นๆ ไปหลายช่วงตัว ขนาด บิ๊กหวาน-พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 42 เกษียณอายุราชการปี 2570
ที่โชว์ผลงานไล่ล่าพวกกักตุนน้ำมันเหมือนจะเร่งขยับขึ้นมา แต่ก็ยังดูตามหลังห่างๆ นี่ยังไม่รวมผลงานอื่นๆ ของ บิ๊กราญ ผนวกกับสายสัมพันธ์เด็กสำนักงาน ผบ.สันต์ ศรุตานนท์ ที่ นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็คุ้นเคย รวมทั้งพลังสนับสนุนจากหลายๆ ฝ่าย ก็น่าจะแปะป้ายติดบนเก้าอี้ "พิทักษ์ 1" ตีตราจองไว้แบบนอนมา หากไม่มีรายการฟ้าผ่าปทุมวัน
นี่ก็ผลงานโดดเด่นเข้าตา 'จารย์นพ-พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ ตร. ปฏิบัติราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล หนึ่งในทีมงาน "บิ๊กราญ" โชว์ฝีมือนักสืบ ฝีมือมือปราบเข้าตาหลายคดี ล่าสุดควง ผู้การเก่ง-พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี แกะลอยไล่ล่าจนได้ตัว "ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี" อดีตนาวิกโยธิน มือปืนลอบยิง "กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ" สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ได้บริเวณสะพานมอญใกล้กับทางข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี ปิดแฟ้มทีมลอบยิง สส.นราธิวาส หลังก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 4 รายตามหมายจับทั้ง "สมพร ลังเดช" อดีตนาวิกโยธิน และเป็นผู้ประสานงาน จัดเตรียมแผน และชี้เป้า "อลาวี อาแว" คนขับรถ "สุนทร พรหมภักดี" เจ้าของอู่แยกชิ้นส่วนรถใช้ก่อเหตุ และ "ธนภัทร วัฒนภิญโญ" อดีตทหารพรานและเป็นมือปืน ตอนนี้ก็เหลือเพียงการสอบปากคำผู้ต้องหาถึงสาเหตุการลอบยิงครั้งนี้มีมูลเหตุจูงใจจากอะไร มีใครบงการเบื้องหลังหรือไม่ ผลงานครั้งนี้มั่นใจ 'จารย์นพ ในห้วงการแต่งตั้ง "นายพล" วาระประจำปี น่าจะได้ตัวเลขงามๆ หรือไม่เช่นนั้นก็น่าจะถูกวางตัวไปอยู่ บช.ตัวหนังสือสวยๆ ที่ว่างเพราะคนเดิมเกษียณอายุราชการไป ๐
ทำดีก็ต้องชื่นชม การปฏิบัติหน้าที่เหล่า "สีกากี" ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ถือว่ายอดเยี่ยม เสียสละ ทุ่มเท ในทุกงาน ไม่ว่าจะงานป้องกันปราบปราม โครงการฝากบ้านกับตำรวจ เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มีประชาชนฝากบ้านกับตำรวจ จำนวน 8,343 หลัง โดยตำรวจทุกท้องที่ที่ได้รับฝากบ้านเข้าไปตรวจตราดูแลความปลอดภัยอย่างดี สามารถคืนบ้านให้ประชาชนอย่างปลอดภัยทั้ง 8,343 หลัง โดยหลังสุดท้ายส่งคืนเจ้าของบ้านเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา งานนี้นอกจากชาวบ้านชื่นชมแล้ว บิ๊กอรรถ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอก ผบ.ต่าย ขอบคุณและชื่นชมตำรวจทุกโรงพักที่ทำหน้าที่ป้องกันอาชญากรรม มีหัวใจบริการ มีมายด์เซตในการดูแล ช่วยเหลือ เป็นที่พึ่ง สร้างความเชื่อมั่นอุ่นใจให้ประชาชน เข้าไปตรวจตราดูแลบ้านทุกหลังอย่างดี สามารถคืนบ้านปลอดภัยทุกหลัง ๐
สภาความมั่นคงแห่งชาติ มีมติแต่งตั้ง พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม อดีตเลขาธิการ สมช. เพื่อนร่วมรุ่น วปอ.61 ของนายกฯ อนุทิน เป็นประธานที่ปรึกษาพิเศษ สมช. โดยมีคณะที่ปรึกษาประกอบด้วย ข้าราชการฝ่ายประจำ นักวิชาการ บุคคลที่มีความรู้และมีประสบการณ์ด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง จำนวน 7 ด้าน แต่ละด้านจะมีประมาณ 4-5 คน รวมแล้วเกือบ 30 คน สำหรับ พล.อ.สุพจน์ หรือ “บิ๊กไก่” เคยมีชื่อเป็นแคนดิเดต รมว.กลาโหม เมื่อตอนรัฐบาลหนู 1 แต่ครั้งนั้น "บิ๊กเล็ก" พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้ทำหน้าที่ต่อ ทำให้ “บิ๊กไก่” ยังต้องร้องเพลงรอไปก่อน พอการเลือกตั้งทั่วไปจบลง “โผ ครม." ที่ออกมากลายเป็นชื่อ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมจริญ เพื่อน วปอ.61 อีกคน ในขณะที่ “บิ๊กไก่” ก็ได้รับการทาบทามมาให้คำปรึกษางานด้านความมั่นคง แล้วส่งไปนั่งเป็นกุนซือ สมช.เพื่อให้คำปรึกษานายกฯ ในฐานะประธานบอร์ด สมช.
ได้ฤกษ์วันศุกร์ที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา "บิ๊กดุลย์" พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เข้าทำหน้าที่ รมว.กลาโหม อย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม มีพิธีจัดแถวกองทหารเกียรติยศต้อนรับ จากนั้น รมว.กลาโหม เข้าสักการะศาลหลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 จุดในกระทรวงกลาโหม ก่อนประชุมร่วมกับ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อมอบนโยบาย โดยครั้งนี้กองทัพเรือส่ง พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ มาเป็นตัวแทน เนื่องจาก พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปราชการที่ประเทศฟิลิปปินส์ โดยยังคงเน้นย้ำเรื่องนโยบายการดูแลกำลังพลชั้นผู้น้อย พร้อมย้ำชัด 2 ครั้งเรื่อง “ไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชา" จนกว่าจะมีการหยุดยิงถาวร เป็นวันที่เตรียมทหารรุ่น 26 เต็มแผง บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น
โยกย้ายปลายปีนี้อาจเป็นช่วงพีกของเตรียมทหารรุ่น 26 ที่ดันขึ้นมาระดับบนสุดของเหล่าทัพเป็นปีที่ 2 แต่ยังมี “มือดี” ในสายอำนวยการ อาจได้ขึ้นในตำแหน่งสูงสุด เริ่มตั้งแต่ "เสธ.ปู" พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. ที่ต้องไปแข่งแคนดิเดตกับ พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม จากเตรียมทหารรุ่น 26 อีกคน หรือถ้าไม่ได้ข้ามไปก็อาจได้ขึ้นเป็นรอง ผบ.ทบ. (อัตราพลเอกพิเศษ) ส่วนกองทัพไทยยังมีชื่อ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ที่เกษียณอายุราชการในปี 2571 ช่วงปลายปีนี้อาจมีทางสองแพร่งให้เดิน ทั้งการข้ามไปเป็นรองปลัด เพื่อรอขึ้นปลัดในปี 2570 หรือเปลี่ยนเส้นทางชีวิต โอนย้ายไปเป็นข้าราชการพลเรือนนั่งในตำแหน่ง เลขาธิการ สมช. เพราะจาก “เนื้องาน" ที่ผ่านมาของ “เสธ.เอี่ยว” ถือว่าโดดเด่น โดยเฉพาะ JS ไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 ซึ่งพลิกเกมให้ไทยเข้าควบคุมพื้นที่ได้ตามถ้อยแถลง ซึ่งฝ่ายกัมพูชาลงนามเห็นชอบด้วย
พูดถึง “เสธ.ปู" พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ.และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) วันก่อน ออกข้อสั่งการอย่างเคร่งครัดไปยังสำนักงานบริหารบุคคล กอ.รมน.และหน่วยขึ้นตรงทุกหน่วย ให้ตรวจสอบกำลังพลที่มาช่วยราชการจากหน่วยงานต่างๆ อย่างเป็นระบบ เข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ากำลังพลทุกนายที่ได้รับคำสั่งให้มาปฏิบัติงานใน กอ.รมน.จะต้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่จริง ณ ที่ตั้งของหน่วย และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภารกิจขององค์กรอย่างเต็มขีดความสามารถ หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง มีการละเลยหน้าที่ หรือการไม่มาปฏิบัติงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จะถูกดำเนินการทางวินัยอย่างจริงจัง และอาจเข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรงตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง.