โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทบ.เผย กัมพูชา ยั่วยุต่อเนื่อง หวังให้ไทยใช้อาวุธตอบโต้

AEC10NEWs

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • AEC10NEWS

กัมพูชายังคงมีการยั่วยุต่อเนื่อง หวังให้ไทยใช้อาวุธตอบโต้ และนำภาพหรือข้อมูลเผยแพร่ต่อประชาคมโลก

วันที่ 14 พ.ค.69 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีทหารกัมพูชายิงอาวุธปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาตลอดแนวในพื้นที่บ้านโอร์เสม็ด ตรงข้ามด่านชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ รวม 11 นัด ว่าที่ผ่านมาพบว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงรวมถึงรัฐบาลกัมพูชามักพูดอย่างหนึ่ง แต่การปฏิบัติในพื้นที่กลับเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งนับตั้งแต่มีการหยุดยิง ยังคงได้ยินเสียงการยิงด้วยอาวุธปืนมาอย่างต่อเนื่อง บางครั้งก็เป็นเสียงระเบิด สร้างความรำคาญและความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน บางกรณียังมีเจตนายั่วยุ เพื่อให้ฝ่ายไทยใช้อาวุธตอบโต้ เช่น พยายามพาบุคคลหรือสื่อมวลชนต่างชาติ และอินฟลูเอนเซอร์เข้ามาใกล้พื้นที่หวงห้าม เมื่อทหารไทยยิงเตือนตามขั้นตอน ก็นำภาพหรือข้อมูลไปเผยแพร่ต่อประชาคมโลกว่าไทยเป็นฝ่ายใช้อาวุธก่อน ซึ่งกองทัพไทยรับรู้และรู้เท่าทันวิธีการดังกล่าวแล้ว

พฤติการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบัน กัมพูชายังคงให้น้ำหนักกับสนามรบข้อมูลข่าวสาร มากกว่าการปะทะกันทางทหาร แต่ยืนยันว่าหากมีการใช้อาวุธจนส่งผลกระทบเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย ไทยพร้อมตอบโต้ทันที โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของหน่วยรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากบริบทและความสัมพันธ์ในพื้นที่แตกต่างกัน

ส่วนกรณีที่มีข่าวปลอม ข่าวปั่นกระแสซึ่งถูกเผยแพร่ในฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะคลิปเสียงปลอมของนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดน โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจแก่สังคม และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...