โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮือฮา “นาคาไททัน” ชื่อทางการไดโนเสาร์ชนิดใหม่ตัวที่ 14 ของไทย ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

Manager Online

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • MGR Online

ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการแล้วสำหรับไดโนเสาร์ชนิดใหม่ตัวที่ 14 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในอาเซียน โดยไดโนเสาร์ตัวใหม่นี้มีชื่อว่า “นาคาไททัน” ที่มาจาก พญานาค+ยักษ์ไททัน

วงการไดโนเสาร์เมืองไทยคึกคักต่อเนื่อง เมื่อเพจ MR.DinoDigger และ ไดโนเสาร์เล่าแบบไทยๆ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ได้มีการตั้งชื่อไดโนเสาร์ชนิดใหม่ตัวที่ 14 ของไทยอย่างเป็นทางการแล้ว คือ “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส”(119873;119886;119892;119886;119905;119894;119905;119886;119899; 119888;8462;119886;119894;119910;119886;119901;8462;119906;119898;119890;119899;119904;119894;119904;) หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า “นาคาไททัน”

โดยทางเพจ MR.DinoDigger ได้โพสต์ให้ข้อมูลของนาคาไททัน ว่า

ไดโนเสาร์ชนิดนี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยคุณพ่อถนอม หลวงนันท์ ชาวบ้านในพื้นที่บ้านพนังเสื่อ ในปี พ.ศ. 2559 โดยคุณพ่อได้พบส่วนของสะโพกในช่วงกระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ (sacrum) โผล่ออกมาจากพื้นดิน จึงได้ติดต่อไปยังกรมทรัพยากรธรณีจนได้มีการขุดค้นเพิ่มเติม หลังจากขุดค้นแล้วจึงพบกระดูกขนาดมหึมาจำนวนมาก ประกอบด้วย กระดูกต้นขาหน้า (humerus) ยาวถึง 178 ซม., ต้นขาหลัง (femur), กระดูกสันหลัง (dorsal vertebrae) 4 ชิ้น, กระดูกซี่โครง (ribs) และบางส่วนของกระดูกสะโพก (incomplete pelvic girdle)

หลังจากที่นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยามหาวิทยาลัยมหาสารคามร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีและ UCL และอีกหลายฝ่าย ได้ร่วมมือกันทำวิจัยนั้น จึงพบลักษณะเฉพาะหลายประการที่สามารถจัดตั้งไดโนเสาร์ชนิดนี้เป็นสกุลใหม่ของโลก และได้ตั้งชือว่า “นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส” โดยชื่อ genus ตั้งตาม นาคาหรือพญานาค ตามความเชื่อของคนไทยเรานี่เองรวมกับคำว่า ไททัน ในภาษากรีก แปลว่ายักษ์ และ specific epithet ตั้งตามจังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็นสถานที่ที่ค้นพบไดโนเสาร์ชนิดนี้

นาคาไททัน มีลักษณะเฉพาะ (autapomorphies) เช่น การเรียงตัวของแผ่นกระดูกบนสันหลัง (lamina) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และ ข้อต่อกระดูกสันหลัง (hyposphene) ที่มีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม โดยกระดูกทั้งหมดมาจากหมวดหินโคกกรวด (Khok Kruat Formation) มีอายุอยู่ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น ราว 120-100 ล้านปีก่อน (สมัย Aptian-Albian) จากผลวิเคราะห์สายวิวัฒนาการ (phylogenetic analysis) พบว่า นาคาไททัน เป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดในกลุ่มซอมโฟสปอนดีลิ (Somphospondyli) ในวงศ์ยูฮีโลโปดิดี (Euhelopodidae) ที่มีความใกล้ชิดกับ ภูเวียงโกซอรัส จากหมวดหินเสาขัวประเทศไทย และ ตั่งหวายโยซอรัส จากประเทศลาวอีกด้วย

สำหรับการคำนวณขนาดของนาคาไททัน นักวิจัยได้ใช้สูตรคำนวณน้ำหนักของสัตว์สี่ขาโดยเฉพาะ โดยจะวัดเส้นรอบวงของบริเวณช่วงกลางท่อนของกระดูกต้นขาหน้า (humerus) และ ต้นขาหลัง (femur) แล้วนำมาคำนวณผ่านสมการ log โดยสมการนี้นิยมใช้กันมากในหมู่นักบรรพชีวินวิทยากรณีที่มีการค้นพบกระดูกสองชิ้นนี้ โดยทีมนักวิจัยพบว่า นาคาไททัน สามารถยาวได้ถึง 27 เมตร และหนักราว 26 ตัน น้ำหนักนี้สามารถเทียบได้กับช้างเอเชียโตเต็มวัยราว 9 ตัวรวมกัน จึงจัดเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดมหึมาที่สุดในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกฉียงใต้

การค้นพบ นาคาไททัน นับเป็นการเติมเต็มองค์ความรู้ด้านวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ในกลุ่มซอมโฟสปอนดีลิได้อย่างดี อีกทั้งยังเป็นหลักฐานสนับสนุนว่าไดโนเสาร์ซอโรพอดในกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มพัฒนาขนาดลำตัวให้ใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะอุณหภูมิโลกที่ค่อยๆสูงขึ้น (ร้อนขึ้น) ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น อันเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของซอโรพอด นอกจากนี้ นาคาไททัน ยังช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของไดโนเสาร์ซอโรพอดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย

สำหรับผู้สนใจนาคาไททัน วันนี้ที่ “Thainosaur Museum” เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น กรุงเทพมหานคร (เสียค่าเข้าชม) ได้มีการจัดแสดงหุ่นจำลองโครงกระดูกเต็มตัวของไดโนเสาร์ยักษ์ชนิดนี้พร้อมเรื่องราวของมันให้ชมกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่พลาดไม่ได้ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...