20 มีนาคม ครบรอบ 31 ปี การโจมตีสถานีรถไฟด้วยก๊าซซาริน เหตุการณ์ที่ทำให้ญี่ปุ่นแทบไม่มีถังขยะในที่สาธารณะ
ครบรอบ 31 ปี เหตุการณ์โจมตีสถานีรถไฟใต้ดินโตเกียวด้วยซาริน (Tokyo subway sarin attack) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1995 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ผู้ก่อการร้ายปล่อยก๊าซพิษซาริน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายคน และทำให้ประเทศญี่ปุ่นลดจำนวนถังขยะลงจำนวนมาก
ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คนจากทั่วทุกมุมโลกแสดงความเห็นตรงกันว่าเป็นประเทศที่สะอาดเรียบร้อย แต่นักท่องเที่ยวก็สงสัยเช่นกันว่าถ้าตัวเองจะทิ้งขยะ จะหาทิ้งได้ที่ไหน เพราะแทบไม่เห็นถังขยะอยู่ตามพื้นที่สาธารณะเลย และตามสามัญสำนึกแล้ว พื้นที่ที่ปลอดขยะ ควรมีถังขยะอยู่ทุกหัวมุมไม่ใช่หรือ?
เดิมทีแล้วประเทศญี่ปุ่นนั้นมีถังขยะอยู่ปกติตามทุกหัวมุมถนนเหมือนทุกประเทศ แต่จุดพลิกผันสำคัญคือได้มีกลุ่มลัทธิที่เรียกว่า โอมชินริเกียว (Aum Shinrikyo แปลว่า Supreme Truth) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตำรวจญี่ปุ่นกำลังไล่ตามจับ หลังจากที่ลัทธิเคยก่อคดีมาแล้วหลายครั้ง เช่น การลักพาตัวเจ้าหน้าที่รัฐ การใช้ซารินทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย เป็นต้น เพื่อต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจจากการจับกุม โชโกะ อาสะฮาระ (Shoko Asahara) ผู้ก่อตั้งลัทธิได้สั่งให้สมาชิกลัทธิจำนวน 5 คน (เป็นสมาชิกที่มีการศึกษาดีมาก) ทำการโจมตีด้วยซารินอีกครั้งตามสถานีรถไฟใต้ดิน
ซาริน (Sarin) นั้นเป็นสารเคมีที่ถูกใช้ในทางการทหาร มีฤทธิ์ทำลายประสาท ซารินถูกผลิตโดยนักวิทยาศาสตร์เยอรมันภายใต้การปกครองของพรรคนาซี โดยทีแรกไม่ได้ตั้งใจใช้เป็นอาวุธแต่อย่างใด แต่มีไว้สำหรับทำลายแมลงและพืช หลังจากทราบว่าซารินมีฤทธิ์รุนแรงต่อมนุษย์ ทหารเยอรมันจึงนำมาใช้ในช่วงสงครามโลก คำว่า Sarin มาจากอักษรแรกของนักวิทยาศาสตร์นาซีทั้ง 4 คน นั่นคือ Schrader, Ambros, Rüdiger, และ Van der Linde
สมาชิกลัทธิทั้ง 5 คน แยกกันขึ้นรถไฟทั้งหมด 3 สาย ได้แก่ สายชิโยดะ, สายมารุโนะอุจิ, และสายฮิบิยะ โดยทำการหย่อนถุงบรรจุซารินที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ลงพื้นรถไฟ และขณะที่รถไฟกำลังจะถึงสถานีปลายทางที่สมาชิกลัทธิต้องการจะลง พวกเขาทำการเจาะถุงนั้นด้วยปลายร่ม และเดินออกจากรถไฟทันทีเพื่อรีบขึ้นรถที่จอดเตรียมไว้เพื่อหลบหนี
Photo: Japan Ground Self-Defense Force
หลังจากที่ซารินรั่วไหลลงบนพื้นก็เกิดการระเหยขึ้นสู่อากาศ ด้วยประตูที่เปิดอยู่ตลอดเวลาทำให้อากาศหมุนเวียนง่าย ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะซารินนั้นไม่มีกลิ่นและไม่มีสีที่มองเห็นได้ในอากาศ ผู้โดยสารเริ่มไออย่างรุนแรง สำลัก และอ้วกออกมา หลายคนสูญเสียการมองเห็น เป็นอัมพาต และมีฟองฟอดขึ้นในปาก ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับสารพิษนี้เลยจนกระทั่งผู้โดยสารเริ่มล้มตามถนน เมื่อนำส่งโรงพยาบาลถึงได้รู้ว่ามีสารพิษซารินติดตามเสื้อของเหยื่อผู้โชคร้าย มีเหยื่อเสียชีวิตทั้งหมด 14 คน และอีก 5,000 คน ต้องประสบกับอาการป่วยระยะยาวทั้งทางกายและใจ ตั้งแต่ปัญหาทางสายตาไปจนถึงภาวะทางจิตอย่างรุนแรง หรือ PTSD
การหันเหความสนใจของตำรวจที่สั่งการโดย อาสะฮาระ ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะหลังจากเหตุการณ์ในสถานีรถไฟใต้ดินเพียงสองวัน ตำรวจได้บุกเข้าตรวจค้นรังลับของลัทธิโอมชินริเกียว และพบกับอาวุธเคมีมากพอที่จะคร่าชีวิตคนนับล้าน สมาชิกลัทธิหลายร้อยคนถูกจับ ส่วน อาสะฮาระ ตัวการทั้งหมดถูกจับได้หลังจากผ่านไปสองเดือนให้หลัง ขณะที่กำลังหลบซ่อนในห้องลับของสำนักงานของลัทธิ
ลัทธิโอมชินริเกียว เป็นลัทธิที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1987 โดย โชโกะ อาสะฮาระ ที่ผสมผสานความเชื่อในพุทธศาสนาและฮินดูมาพูดถึงวันสิ้นโลกที่จะมาถึงในไม่ช้า โดยอาจมาในรูปแบบของสงครามโลกครั้งที่ 3 และสมาชิกของลัทธิจะเป็นผู้สร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ลัทธินี้สามารถดึงคนเก่งของญี่ปุ่นหลายคน รวมถึงนักศึกษาจบใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัยดัง
หลังจากพิจารณาคดีอยู่หลายปี ศาลตัดสินให้ อาสะฮาระ และสมาชิกอาวุโส 12 คน ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในเดือนกรกฎาคม ปี 2018 และทางรัฐบาลมีการสั่งให้นำถังขยะออกจากพื้นที่สาธารณะเกือบทั้งหมด เพราะป้องกันไม่ให้เป็นที่หย่อนวัตถุอันตรายต่อไปในอนาคต ซึ่งอาจเป็นอย่างอื่นได้ เช่น ระเบิด เป็นต้น นับตั้งแต่ปี 1995 ญี่ปุ่นมีความหวาดระแวงกับการก่อการร้ายอยู่ตลอด โดยเฉพาะกลุ่มโอมชินริเกียวที่ยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ในเดือนพฤษภาคมในปีเดียวกัน กลุ่มลัทธิยังคงวางแผนก่อการร้ายด้วยก๊าซไซยาไนด์ในห้องน้ำชายที่สถานีรถไฟชินจูกุ เพื่อตัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต รัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำทุกวิถีทางในการลดโอกาสการก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้มากที่สุด
ขณะเดียวกันก็มีข้อดีที่เกิดขึ้นตามมาคือรัฐบาลเริ่มตระหนักว่าการไม่มีถังขยะ สามารถลดทอนงบประมาณการกำจัดขยะไปได้มากถึงหลายล้านเยน และเกิดเป็นจิตสำนึกขึ้นมาใหม่คือการเก็บขยะของตัวเองไปทิ้งที่บ้าน แม้ว่าทีแรกประชาชนจะเห็นว่าเป็นการสร้างความไม่สะดวก แต่พวกเขาพยายามปรับตัว เพราะกลัวการก่อการร้ายมากกว่า
โรงเรียนหลายแห่งในญี่ปุ่นไม่ได้จ้างภารโรง แต่ทำสิ่งที่เรียกว่า โอโซจิ (Osoji) คล้ายกันกับบิ๊กคลีนนิ่งในไทย นักเรียนจะถูกสั่งให้กวาดห้องเรียน ทำความสะอาดห้องน้ำ ไปจนถึงเสิร์ฟอาหารเที่ยง ทั้งหมดเป็นการสอนถึงความรับผิดชอบในการทำให้พื้นที่สาธารณะสะอาดสะอ้าน ส่วนทางบ้านนั้น ครอบครัวมีการสอนให้ลูกนำขยะเก็บไว้ในกระเป๋าเพื่อกลับมาทิ้งที่บ้าน ยังไม่พอ คนที่บ้านต้องปฏิบัติการทิ้งขยะตามกฎของเทศบาลอย่างเคร่งครัดด้วย นั่นก็คือการแยกขยะตามชนิดต่างๆ ตามสมุดคู่มือที่บางแห่งมีความยาวถึง 30 หน้ากระดาษ
นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังมีแนวคิดเรื่อง เมอิวาคุ (Meiwaku) เป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สอนว่าจงอย่าสร้างปัญหาให้คนอื่น เช่นเดียวกันกับการทิ้งขยะ ก็เป็นการทิ้งภาระและปัญหาให้คนอื่น ปัจจุบันทั้งเรื่องกฎหมาย วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นได้หล่อหลอมให้การไม่ทิ้งขยะในพื้นที่สาธารณะเป็น New Normal และปฏิบัติกันมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง
อ้างอิง:
บทความต้นฉบับได้ที่ : 20 มีนาคม ครบรอบ 31 ปี การโจมตีสถานีรถไฟด้วยก๊าซซาริน เหตุการณ์ที่ทำให้ญี่ปุ่นแทบไม่มีถังขยะในที่สาธารณะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- 20 มีนาคม ครบรอบ 31 ปี การโจมตีสถานีรถไฟด้วยก๊าซซาริน เหตุการณ์ที่ทำให้ญี่ปุ่นแทบไม่มีถังขยะในที่สาธารณะ
- HELP(2) อัลบั้มที่กอบกู้ความไร้เดียงสาของเด็ก ในสมรภูมิรบของผู้ใหญ่
- Tier List จิตวิทยาแห่งการจัดเกรด ทำไมเราถึงเสพติดการจัดอันดับ จากสเกลตัวละครในวิดีโอเกม สู่การจัดเทียร์ให้ทุกอย่างในชีวิตจริง
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath