เปิดปฏิบัติการ คชาฆาตปิดปลายงา ปูพรม 7 จังหวัด ทลายเครือข่ายค้างาช้างแอฟริกาข้ามชาติ ยึดของกลางค่ากว่า 10 ล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) รายงานผลปฏิบัติการครั้งสำคัญภายใต้รหัส Broken Ivory หรือ คชาฆาตปิดปลายงา เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยเป็นการสนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 11 จุด ในพื้นที่ 7 จังหวัด ประกอบด้วย สมุทรสาคร อุทัยธานี กำแพงเพชร ชุมพร สงขลา ชลบุรี และจันทบุรี สามารถรวบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้ยกแก๊งรวม 9 ราย พร้อมของกลางงาช้างและผลิตภัณฑ์แปรรูปจำนวนมหาศาล
ปฏิบัติการนี้มาจากการสืบสวนทางดิจิทัลของเจ้าหน้าที่ ปทส. ที่เฝ้าติดตามพฤติการณ์ลักลอบค้าซากสัตว์ป่าผ่านช่องทางออนไลน์ จนพบความเคลื่อนไหวในกลุ่มเฟซบุ๊กปิดชื่อ เขี้ยวงา เครื่องรางจากสัตว์ ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งพบปะและทำธุรกรรมระหว่างผู้ค้ารายใหญ่กับกลุ่มนักสะสมเครื่องราง ของป่า เจ้าหน้าที่จึงทำการล่อซื้อและส่งตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ จนยืนยันได้ว่างาช้างทั้งหมดเป็น งาช้างแอฟริกา ที่ถูกลักลอบนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย โดยพบว่าเครือข่ายนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงถึง 10 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 10 เดือน สะท้อนถึงความต้องการในตลาดมืดที่ยังคงรุนแรง
จากการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดงาช้างแบบท่อนน้ำหนัก 140 กิโลกรัม แบบหั่นชิ้น 40 กิโลกรัม และผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ สร้อยประคำพระ และงาช้างอัดเรซิ่น รวมน้ำหนักกว่า 250 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังพบมีดด้ามงาช้างอีกกว่า 160 ด้าม ซากเต่ากระ และเครื่องจักรที่ใช้ในการแปรรูปครบวงจร ซึ่งงาช้างเหล่านี้มีมูลค่าซื้อขายในท้องตลาดสูงถึงกิโลกรัมละ 30,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 10 ล้านบาท ถือเป็นการทลายโรงงานแปรรูปงาช้างเถื่อนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในรอบปี
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 9 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาหนักตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในข้อหาครอบครองและค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ การกวาดล้างดังกล่าวถือเป็นภารกิจสำคัญของประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิกอนุสัญญาไซเตส (CITES) ลำดับที่ 80 เนื่องจากสถิติจาก National Geographic ระบุว่าในแต่ละปีมีช้างแอฟริกาถูกฆ่าตายเพื่อสังเวยงากว่า 20,000 ตัว และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ภายใน 30 ปี ปฏิบัติการครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการจับกุมผู้กระทำผิด แต่ยังเป็นการประกาศจุดยืนของไทยในการตัดวงจรการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ด้านการอนุรักษ์และความหลากหลายทางชีวภาพในระดับสากลสืบไป
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน
อ่านข่าวเพิ่มเติม