โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ค่ายรถสหรัฐ” ผนึกสองพรรค กดดันทรัมป์ “อย่าเปิดตลาดให้รถจีน”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

อุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐ สหภาพแรงงาน และนักการเมืองทั้งเดโมแครต-รีพับลิกัน เร่งกดดันทรัมป์ ก่อนพบสี จิ้นผิง หวั่นจีนใช้จุดแข็งด้าน EV ราคาถูกและการสนับสนุนจากรัฐ บุกตลาดอเมริกา

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.33 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ก่อนการพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในสัปดาห์นี้ อุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐ รวมถึงนักการเมืองจากทั้งสองพรรค กำลังส่งสารกดดันไปยังทรัมป์อย่างหนักว่าอย่าเปิดตลาดรถยนต์สหรัฐให้จีน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวต่อ Detroit Economic Club เมื่อเดือนมกราคมว่า เขามองว่าเป็นเรื่องยอดเยี่ยม หากผู้ผลิตรถยนต์จีนต้องการเข้ามาสร้างโรงงานในสหรัฐและจ้างแรงงานอเมริกัน พร้อมกล่าวว่า “ผมชอบเรื่องนั้น ปล่อยให้จีนเข้ามา ให้ญี่ปุ่นเข้ามา”

คำพูดดังกล่าวสร้างความกังวลในอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐทันที เพราะที่ผ่านมา กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ได้ล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐหลายสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อกันรถยนต์จีนออกจากตลาดอเมริกา ผ่านมาตรการภาษีรถ EV และกฎด้านความมั่นคงข้อมูล

ขณะนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ ซัพพลายเออร์ อุตสาหกรรมเหล็ก สหภาพแรงงาน และนักการเมือง จึงเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลมากขึ้น โดยเตือนว่าผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ได้รับการสนับสนุนมหาศาลจากภาครัฐ มีขนาดธุรกิจขนาดใหญ่ เทคโนโลยี EV ที่ล้ำหน้า และต้นทุนต่ำมาก อาจทำลายผู้ผลิตในสหรัฐและต่างชาติรายอื่น จนกระทบฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลักของอเมริกา

Elissa Slotkin วุฒิสมาชิกเดโมแครตจากรัฐมิชิแกน กล่าวบนเวทีเดียวกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ทรัมป์ไม่ทำข้อตกลงกับสี จิ้นผิง ที่จะเปิดทางให้จีนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐ หรือให้รถแบรนด์จีนเข้ามาวางขายในโชว์รูมอเมริกัน

“ได้โปรด อย่าทำข้อตกลงที่ผิดพลาด” เธอกล่าว พร้อมผลักดันร่างกฎหมายร่วมกับ Bernie Moreno วุฒิสมาชิกรีพับลิกันจากรัฐโอไฮโอ เพื่อห้ามรถยนต์จีนโดยตรงจากความกังวลเรื่องการเก็บข้อมูล

ร่างกฎหมาย Connected Vehicle Security Act มีเป้าหมายทำให้มาตรการจำกัดรถยนต์จีนที่อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยใช้ กลายเป็นกฎหมายถาวร และทำให้การยกเลิกมาตรการดังกล่าวแทบเป็นไปไม่ได้

ขณะเดียวกัน ร่างกฎหมายในสภาผู้แทนฯ ยังเสนอให้ห้ามความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐกับบริษัทจีนด้วย

ผู้ช่วยสมาชิกสภาคองเกรสเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง และอาจผ่านสภาได้ภายในปีนี้

Debbie Dingell ส.ส.เดโมแครต และ John Moolenaar ส.ส.รีพับลิกัน ซึ่งต่างมาจากรัฐมิชิแกน กล่าวในแถลงการณ์ร่วมว่า “รถยนต์ทุกคันบนถนนอเมริกา คืออุปกรณ์เก็บข้อมูลเคลื่อนที่ ที่บันทึกข้อมูลตำแหน่ง การเคลื่อนไหว ผู้คน และโครงสร้างพื้นฐานแบบเรียลไทม์ เราไม่สามารถปล่อยให้รถยนต์หรือชิ้นส่วนจากจีนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้ได้”

ก่อนหน้านี้ ส.ส.เดโมแครต 74 คน และรีพับลิกัน 52 คน ต่างร่วมลงนามในจดหมายถึงทรัมป์ เพื่อคัดค้านการเปิดตลาดรถยนต์สหรัฐให้จีน

ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์สหรัฐก็แสดงจุดยืนร่วมกันอย่างชัดเจนในการสนับสนุนการแบนรถยนต์จีน

เมื่อเดือนมีนาคม กลุ่มตัวแทนผู้ผลิตรถยนต์ ทั้งแบรนด์อเมริกันและต่างชาติ รวมถึงผู้จำหน่ายรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วน ได้ส่งจดหมายถึงรัฐบาลสหรัฐ เตือนว่า ความพยายามของจีนในการครองอุตสาหกรรมรถยนต์โลก และการเข้าถึงตลาดสหรัฐ ถือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อขีดความสามารถการแข่งขัน ความมั่นคงแห่งชาติ และฐานอุตสาหกรรมรถยนต์ของอเมริกา

ด้านกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กก็ส่งจดหมายลักษณะเดียวกันเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ Information Technology and Innovation Foundation (ITIF) ซึ่งเคยวิจารณ์มาตรการภาษีของทรัมป์ต่อสินค้าจีน ยังออกมาสนับสนุนแนวคิดแบนรถยนต์จีน

Stephen Ezell รองประธาน ITIF กล่าวว่าผู้ผลิตรถยนต์จีนไม่ใช่คู่แข่งในตลาดปกติ เพราะรถ EV ของจีนเป็นผลลัพธ์จากนโยบายรัฐที่สนับสนุนมานานหลายทศวรรษ เพื่อผลักดันให้จีนครองอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของโลก

เขาเตือนว่าหากบริษัทจีนที่ได้รับการอุดหนุนฝังตัวเข้าสู่ตลาดสหรัฐได้สำเร็จ ความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงจะย้อนกลับมาแก้ไขได้ยาก และผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมืองดีทรอยต์

แม้ Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐ จะยืนยันเมื่อเดือนเมษายนว่า ยังไม่มีแผนเปลี่ยนกฎจำกัดรถยนต์จีน และเรื่องรถยนต์ไม่ได้อยู่ในวาระการประชุมที่ปักกิ่ง ขณะที่ Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ก็ระบุว่าจะไม่เปิดทางให้จีนลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐ

แต่Scott Paul ประธาน Alliance for American Manufacturing กล่าวว่า หลายฝ่ายยังคงกังวลว่า ทรัมป์อาจตัดสินใจเอง เนื่องจากเขามักพูดถึงการดึงโรงงานผลิตรถยนต์เข้ามาในสหรัฐมากขึ้น

เขาระบุว่า ทรัมป์ยังเปิดช่องไว้สำหรับภาคอุตสาหกรรมรถยนต์

รายงานยังระบุว่า หากมีการอนุมัติโรงงานใหม่จริง อาจต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีกว่าจะเริ่มผลิตได้ ซึ่งผลกระทบจะตกไปถึงรัฐบาลชุดถัดไป

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐต้องการหลีกเลี่ยงการเกิดซ้ำเหมือนในยุโรปและเม็กซิโก ซึ่งรถยนต์จีนสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่า ปีที่ผ่านมา รถยนต์แบรนด์จีนเพิ่มส่วนแบ่งตลาดยุโรปขึ้นเป็น 6% และครองตลาดถึง 14% ในนอร์เวย์ 11% ในอังกฤษ และ 9% ในสเปน

ในเม็กซิโก ปัจจุบันมีรถยนต์จีนวางขายถึง 34 แบรนด์ คิดเป็นราว 15% ของตลาดทั้งหมด ขณะที่แคนาดาเริ่มนำเข้ารถ EV จีนประมาณ 49,000 คันต่อปี

รถ EV รุ่น EX2 ของ Geely มีราคาเริ่มต้นในเม็กซิโกราว 22,700 ดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าราคา Tesla Model 3 ในสหรัฐที่เริ่มต้นประมาณ 38,630 ดอลลาร์อย่างมาก แม้แต่ Toyota ซึ่งเคยแข่งขันด้านราคากับค่ายรถอเมริกันในอดีต ยังยอมรับว่ากำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาของรถจีนในตลาดเม็กซิโก

David Christ ผู้บริหาร Toyota Motor North America กล่าวว่า “ชัดเจนว่าต้องมีการสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่เช่นนั้นคงขายในราคานั้นไม่ได้ และมันส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมาก”

อ้างอิง :www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...