โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อาร์เทมิส 2 “พร้อมกลับโลก” ทะยาน 3.8 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมงเข้าชั้นบรรยากาศ

Khaosod

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อาร์เทมิส 2 “พร้อมกลับโลก” - วันที่ 9 เม.ย. รอยเตอร์ รายงานว่า ทีมนักบินอวกาศภารกิจอาร์เทมิส 2 (Artemis II) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซา) เตรียมเดินทางกลับสู่โลกจากด้านไกลของดวงจันทร์

หลังยานอวกาศโอไรออนทะยานขึ้นจากศูนย์อวกาศเคนเนดีในรัฐฟลอริดาเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา และมีกำหนดลงจอดในทะเลนอกชายฝั่งตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียในเวลาราว 20.00 น. ของวันศุกร์ตามเขตเวลาตะวันออก

ในภาพที่นาซาเผยแพร่นี้ ลูกเรืออาร์เทมิส II เรียงตามเข็มนาฬิกาจากซ้ายไปขวา ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ คริสตินา โคช ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ เจเรมี แฮนเซน ผู้บัญชาการ รีด ไวส์แมน และนักบิน วิคเตอร์ โกลเวอร์ ถ่ายภาพหมู่ภายในยานอวกาศโอไรออน ระหว่างเดินทางกลับบ้านในวันพุธที่ 7 เมษายน 2569

In this image provided by NASA, the Artemis II crew, clockwise from left, Mission Specialist Christina Koch, Mission Specialist Jeremy Hansen, Commander Reid Wiseman, and Pilot Victor Glover, pause for a group photo inside the Orion spacecraft on their way home on Wednesday, April 7, 2026. (NASA via AP)

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ทีมนักบินอวกาศ 4 คนสร้างประวัติศาสตร์เดินทางไปยังจุดที่ไกลที่สุดในอวกาศที่มนุษย์เคยไปถึง เกินกว่าระยะทางสูงสุด 248,000 ไมล์ (เกือบ 400,000 กิโลเมตร) จากโลกซึ่งยานอวกาศอะพอลโล 13 เคยทำได้ในปี 2513

ยานอวกาศโอไรออนจะทำความเร็วถึง 38,365 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงของภารกิจซึ่งจะทดสอบประสิทธิภาพของแผ่นกันความร้อนของโอไรออนที่จะถูกกระแทกด้วยแรงเสียดทานรุนแรงในชั้นบรรยากาศ

ในภาพนี้ซึ่งจัดทำโดย NASA ลูกเรือของยานอาร์เทมิส II ได้บันทึกภาพขณะที่โลกกำลังลับขอบฟ้าไปหลังดวงจันทร์ ระหว่างการบินผ่านดวงจันทร์ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569

อาร์เทมิส 2 “พร้อมกลับโลก” - In this image provided by NASA, the Artemis II crew captured this view as the Earth sets behind the Moon during a lunar flyby, Monday, April 6, 2026. (NASA via AP)

นายวิคเตอร์ โกลเวอร์ นักบินประจำภารกิจอาร์เทมิส 2 แถลงจากอวกาศว่า “ที่จริงแล้วผมคิดเรื่องการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมาตั้งแต่ 3 เม.ย.2566 ตั้งแต่เราได้รับมอบหมายภารกิจนี้”

เมื่อถูกถามว่ารู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการเดินทางกลับโลก “มีรูปภาพอีกมากมาย มีเรื่องราวอีกมากมาย และโอ้โหผมยังไม่ได้เริ่มประมวลผลสิ่งที่พวกเราได้ประสบมาเลย เรายังมีเวลาอีก 2 วันและการได้ล่องลอยผ่านชั้นบรรยากาศท่ามกลางลูกไฟขนาดใหญ่ก็เป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งเช่นกัน” นายโกลเวอร์กล่าว

ในภาพนี้ ซึ่งจัดทำโดย NASA ลูกเรือของยานอาร์เทมิส II ได้บันทึกภาพหลุมอุกกาบาตวาฟิโลฟบนดวงจันทร์ ระหว่างการบินผ่านดวงจันทร์ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2569

อาร์เทมิส 2 “พร้อมกลับโลก” - In this image provided by NASA, the Artemis II crew captured this image of the Vavilov Crater on the Moon during a lunar flyby, Monday, April 6, 2026. (NASA via AP)

ทั้งนี้ ภารกิจต่อไปคืออาร์เทมิส 3 (Artemis III) ช่วงกลางปี 2570 ซึ่งจะเกี่ยวกับการทดสอบการเชื่อมต่อในวงโคจรต่ำของโลกระหว่างยานโอไรออนและยานลงจอดบนดวงจันทร์สำหรับนักบินอวกาศทั้งสองลำซึ่งนาซามีแผนจะใช้ในการส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์ในภารกิจต่อๆ ไป

ส่วน อาร์เทมิส 4 (Artemis IV) มีเป้าหมายในปี 2571 จะเป็นการลงจอดบนดวงจันทร์ที่มีมนุษย์ควบคุมครั้งแรกของโครงการและเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 ในปี 2515

ในภาพนี้ ซึ่งจัดทำโดย NASA ลูกเรือของยานอาร์เทมิส II ได้บันทึกภาพทางช้างเผือกนี้เมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน 2569

In this image provided by NASA, the Artemis II crew captured this image of the Milky Way on Tuesday, April 7, 2026. (NASA via AP)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาร์เทมิส 2 “พร้อมกลับโลก” ทะยาน 3.8 หมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมงเข้าชั้นบรรยากาศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...