โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็ก 5 สัญญาณเตือนต้อง ถอนฟัน ปล่อยทิ้งไว้ระวังเรื่องใหญ่!

INN News

อัพเดต 23 มีนาคม 2569 เวลา 18.26 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

อาการปวดฟันเป็นปัญหาที่หลายคนมักจะพยายามอดทน หรือเลือกที่จะกินยาแก้ปวดไปพลาง ๆ เพียงเพราะความรู้สึกกลัวการทำฟัน กลัวเข็ม หรือกลัวว่าไปหาหมอแล้วจะโดนสั่งให้เอาฟันออก แต่รู้หรือไม่ว่า การทนปวดหรือปล่อยฟันที่เสียทิ้งไว้ในช่องปาก อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่และอันตรายกว่าแค่ความเจ็บปวดเฉพาะจุด

วันนี้เราจะพาไปเช็กสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าฟันซี่นั้นหมดทางเยียวยาและถึงเวลาต้องรักษาอย่างเด็ดขาด พร้อมสรุปผลเสียหากดื้อดึงไม่ยอมรักษา และอัปเดตค่าใช้จ่ายให้คนที่มีอาการปวดฟันเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมกัน

ถอนฟันคืออะไร? ทำไมคุณหมอถึงต้องให้เอาออก?

การถอนฟันคือหัตถการทางทันตกรรมเพื่อนำฟันที่มีปัญหาออกจากเบ้ากระดูกขากรรไกร โดยปกติแล้วทันตแพทย์จะพยายามเก็บรักษาฟันแท้ธรรมชาติไว้ให้ได้นานที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการอุดฟัน หรือการรักษารากฟัน แต่ถ้าหากประเมินแล้วพบว่าฟันซี่นั้นได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจนไม่สามารถบูรณะซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ การเอาฟันออกก็จะเป็น “ทางเลือกสุดท้าย” ที่จำเป็นต้องทำ เพื่อกำจัดแหล่งติดเชื้อและป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามไปทำลายเนื้อเยื่อหรือฟันซี่ข้างเคียง

5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาต้องถอนฟัน

อาการปวดฟันเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้หมายความว่าจะต้องสูญเสียฟันซี่นั้นเสมอไป แต่ถ้าหากร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน 5 ข้อนี้เมื่อไหร่ อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าฟันของคุณกำลังอยู่ในขั้นวิกฤต

1. ปวดฟันรุนแรงเรื้อรังจนยาแก้ปวดก็เอาไม่อยู่

อาการปวดฟันที่รุนแรงและปวดอย่างต่อเนื่องจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือปวดจนทำให้นอนไม่หลับ แม้จะทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น สัญญาณนี้มักบ่งบอกถึงการอักเสบที่รุนแรงถึงบริเวณรากฟันหรือเส้นประสาท ซึ่งหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ลุกลามได้

2. ฟันโยกเยกผิดปกติ

หากรู้สึกว่าฟันสามารถขยับหรือโยกเยกไปมาได้อย่างเห็นได้ชัด มักจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคเหงือกอักเสบขั้นรุนแรง หรือโรคปริทันต์ ซึ่งโรคนี้จะเข้าไปทำลายเหงือกและกระดูกที่ทำหน้าที่รองรับรากฟัน เมื่อกระดูกละลายตัวไปจนหมด ฟันก็จะไม่สามารถยึดเกาะอยู่ในเบ้าฟันได้อีกต่อไป

3. ฟันแตกหรือหักลึกถึงรากฟัน

อุบัติเหตุหรือการเคี้ยวของแข็งที่ทำให้ฟันแตกหรือร้าวลึกลงไปถึงแนวดิ่งของรากฟันใต้เหงือก เป็นกรณีที่ไม่สามารถทำการอุดฟันหรือทำครอบฟันเพื่อยึดเกาะเนื้อฟันที่เหลืออยู่ได้ ทำให้การเอาฟันซี่ที่แตกหักออกกลายเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยรักษาโครงสร้างช่องปากโดยรวมเอาไว้

4. มีตุ่มหนองที่เหงือก หรือหน้าบวม

การสังเกตเห็นตุ่มหนองบริเวณเหงือกใกล้กับรากฟัน หรือมีอาการหน้าบวม แก้มบวมร่วมด้วย เป็นสัญญาณอันตรายของการติดเชื้อที่ปลายรากฟัน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เชื้อโรคกระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อใกล้เคียง และก่อให้เกิดอันตรายที่รุนแรงต่อสุขภาพร่างกายได้

5. ฟันผุทะลุโพรงประสาทฟันขั้นวิกฤต

ฟันผุที่ถูกปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจนเนื้อฟันถูกทำลายไปเกือบหมด และรอยผุลุกลามลึกทะลุเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน หากเนื้อฟันเหลือน้อยเกินกว่าที่จะใช้เป็นฐานในการรักษารากฟันหรือทำครอบฟันได้ ทันตแพทย์ก็จำเป็นต้องพิจารณาเอาฟันซี่นั้นออกเพื่อหยุดยั้งการเน่าเสีย

ถ้าหมอบอกให้ถอน แต่ดื้อไม่ยอมถอนฟัน จะเกิดอะไรขึ้น?

หลายคนเมื่อได้ยินคำวินิจฉัยจากทันตแพทย์ก็อาจจะเกิดความกลัวและปฏิเสธการรักษา แต่การปล่อยฟันที่เสียทิ้งไว้ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบลง ซ้ำยังก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาว ดังนี้

  • เชื้อโรคลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด :แบคทีเรียจากฟันผุหรือตุ่มหนองอาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
  • ฟันซี่ข้างเคียงพังตามไปด้วย : เศษอาหารจะเข้าไปติดค้างในฟันซี่ที่เสียได้ง่ายขึ้น ทำให้ฟันซี่ข้าง ๆ มีโอกาสผุตาม หรือโรคเหงือกอาจลุกลามจนทำให้ฟันซี่อื่นโยกและต้องสูญเสียไปพร้อมกัน
  • มีปัญหากลิ่นปากเรื้อรัง : ฟันที่ตายหรือผุอย่างรุนแรงจะเป็นแหล่งหมักหมมของแบคทีเรียชั้นดี ทำให้มีกลิ่นปากที่เหม็นรุนแรง แปรงฟันอย่างไรก็ไม่หาย
  • เสียค่าใช้จ่ายบานปลายในอนาคต : ยิ่งปล่อยปัญหาทิ้งไว้นาน การรักษาก็จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาที่แพงขึ้นหลายเท่าตัว

อัปเดตราคาถอนฟัน เตรียมงบเท่าไหร่ดี?

สำหรับใครที่กำลังวางแผนและต้องการเตรียมตัวเรื่องค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปแล้วราคาถอนฟันจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 700 - 1,500 บาทต่อซี่ ซึ่งราคาอาจจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความยากง่ายและตำแหน่งของฟันแต่ละซี่ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีสิทธิประกันสังคม ยังสามารถใช้สิทธิเบิกค่าทำฟันประจำปีได้ในวงเงิน 900 บาท ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไปได้มาก

แนะนำคลินิกถอนฟันคุณหมอมือเบา ใช้สิทธิประกันสังคมได้ ที่ TEETH TALK DENTAL CLINIC

หากเช็กอาการแล้วพบว่าตัวเองเข้าข่ายต้องเอาฟันออกแน่ ๆ แต่ยังรู้สึกกลัว เจ็บ หรือไม่รู้จะไปทำฟันที่ไหนดี ขอแนะนำให้รู้จักกับ TEETH TALK DENTAL CLINIC คลินิกทันตกรรมที่โดดเด่นเรื่องทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญและมือเบาเป็นพิเศษ คุณหมอจะทำการประเมินอาการอย่างละเอียดและพยายามเก็บรักษาฟันธรรมชาติไว้ให้ได้มากที่สุด หากไม่จำเป็นจริง ๆ จะไม่มีการสั่งถอนฟันอย่างแน่นอน เครื่องมือที่ใช้ยังสะอาด ปลอดเชื้อระดับมาตรฐานสากล พร้อมบรรยากาศคลินิกที่เป็นกันเองช่วยลดความเกร็งและความกังวลไปได้เยอะ

ที่สำคัญคือ สำหรับใครที่มีสิทธิประกันสังคม สามารถเข้ามารับบริการโดยยื่นบัตรประชาชนเพียงใบเดียวก็สามารถใช้สิทธิ 900 บาทได้เลย โดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้าให้ยุ่งยาก สะดวกสบายและตอบโจทย์คนที่ต้องการดูแลสุขภาพฟันแบบคุ้มค่า

สำหรับใครที่สนใจ สามารถติดต่อนัดหมาย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยที่ เบอร์โทร 099-113-8103 หรือ Line : @teethtalk หรือ Facebook Page : “Teeth Talk Dental Clinic คลินิกทันตกรรม จัดฟัน ทำฟัน” เจ้าหน้าที่คลินิกพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างดีที่สุด

สรุป

การถอนฟันไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัวหรือหนีปัญหา แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือการปล่อยให้ฟันที่เสียแล้วบานปลายไปทำลายสุขภาพช่องปากโดยรวม หากเริ่มมีสัญญาณเตือนจากร่างกาย ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุด เจ็บตัวน้อยที่สุด และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด

รวมคำถามที่พบบ่อยก่อนไปถอนฟัน (FAQ)

1. ถอนฟันเจ็บไหม?

ตอนถอนจะไม่รู้สึกเจ็บเลย เพราะคุณหมอจะฉีดยาชาให้ก่อน อาจจะรู้สึกถึงแรงกดหรือแรงโยกบ้างเท่านั้น ส่วนหลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดระบมเล็กน้อย ซึ่งทานยาแก้ปวดบรรเทาได้

2. ถอนฟันกรามไปแล้วจำเป็นต้องใส่ฟันปลอมไหม?

จำเป็นอย่างยิ่ง หากปล่อยช่องว่างทิ้งไว้นาน ฟันซี่ข้างเคียงจะล้มเอียงเข้ามา และฟันคู่สบจะยื่นยาวลงมา ทำให้การสบฟันผิดปกติและเคี้ยวอาหารลำบากในอนาคต

3. ก่อนไปถอนฟัน ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้อิ่มก่อนไปคลินิก เพราะหลังถอนจะทานอาหารลำบากใน 1-2 ชั่วโมงแรก และที่สำคัญต้องแจ้งประวัติโรคประจำตัวและการแพ้ยาให้คุณหมอทราบทุกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...