สงครามอิหร่านจุดชนวน Stagflation ฉุด “ตลาดพันธบัตรโลก” มูลค่าหาย 2.5 ล้านล้านดอลลาร์
สงครามอิหร่านจุดชนวน Stagflation ฉุด "ตลาดพันธบัตรโลก" มูลค่าหาย 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ตลาดคาดธนาคารกลางอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว
วันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 15.09 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะ Stagflation จากสงครามอิหร่าน ได้ทำให้มูลค่าตลาดพันธบัตรทั่วโลกหายไปมากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม และมีแนวโน้มเป็นการปรับตัวลงรายเดือนมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี
ตลาดพันธบัตรปรับตัวลดลงอย่างหนัก หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และลดมูลค่าที่แท้จริงของผลตอบแทนคงที่จากพันธบัตร ขณะที่โดยปกติแล้ว พันธบัตรมักจะปรับตัวขึ้นในช่วงที่เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ครั้งนี้กลับปรับตัวลงแทน
นักกลยุทธ์ตลาดจาก StoneX Group ระบุว่า ตลาดกำลังเริ่มสะท้อนความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจแบบ Stagflation ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง
“ยิ่งสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันก็มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อ และแรงกดดันเงินเฟ้อก็จะเพิ่มขึ้น”
มูลค่าตลาดพันธบัตรโลกลดลงหนัก
ข้อมูลจากดัชนี Bloomberg ระบุว่า มูลค่ารวมของพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรเอกชน และตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ลดลงเหลือประมาณ 74.4 ล้านล้านดอลลาร์ จากเกือบ 77 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์
การปรับตัวลงครั้งนี้อาจเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กำลังขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว โดยในเชิงเปอร์เซ็นต์ มูลค่าตลาดพันธบัตรลดลงประมาณ 3.1% ในเดือนนี้
พันธบัตรรัฐบาลเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยดัชนีพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกลดลง 3.3% ในเดือนมีนาคม ขณะที่พันธบัตรบริษัทเอกชนลดลง 3.1%
โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury yields) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน หลังตลาดคาดว่า Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ในเอเชีย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของอินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่พันธบัตรนิวซีแลนด์อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024
ตลาดพันธบัตรร่วงหลังทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่าน
การเทขายพันธบัตรยิ่งรุนแรงขึ้นในวันจันทร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ว่า หากถูกโจมตีจะปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์
นักวิเคราะห์ มองว่า หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง ธนาคารกลางสหรัฐอาจต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนเมษายน ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือนหน้า หากแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากสงคราม
นักเศรษฐศาสตร์จาก Natixis ระบุว่า แรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะจำกัดความสามารถของธนาคารกลางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และบางประเทศอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและค่าเงิน
อ้างอิง : www.bloomberg.com