อุทาหรณ์ "เบ่งอุจจาระ" ชายดับคาชักโครก หมอเตือนถ้ามี 2 อาการนี้ อย่าฝืนเบ่งต่อ!
อุทาหรณ์ "เบ่งอุจจาระ" ชายดับคาชักโครก หมอเฉลยสาเหตุพร้อมคำเตือน ถ้ามี 2 อาการนี้ อย่าฝืนออกแรงเบ่งต่อ
ปัญหาการขับถ่ายไม่คล่องเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเผชิญ แต่การออกแรงเบ่งมากเกินไปอาจนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิต ล่าสุด "ซาซ่า" นักพยากรณ์ดวงชะตาชื่อดังได้แบ่งปันเรื่องราวอุทาหรณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากพี่ชายของเธอเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากการออกแรงเบ่งอุจจาระแรงเกินไปจนหมดสติบนชักโครก ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกมาให้ข้อมูลเตือนภัยจำนวนมาก
ซาซ่าระบุว่า ทั้งเธอและพี่ชายมีปัญหาด้านโรคหัวใจและทำงานหนักเกินไป (Overwork) โดยเธอเองเคยมีประสบการณ์เฉียดตายเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะกำลังพยายามเบ่งอุจจาระจนเริ่มมีอาการหน้ามืด การมองเห็นพร่ามัว และมีเสียงวิ้งในหูจนเกือบหมดสติ โชคดีที่เธอตัดสินใจผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเริ่มหายใจลึกๆ จนสติกลับคืนมา แต่พี่ชายของเธอไม่โชคดีเช่นนั้น เขาหมดสติและเสียชีวิตในห้องน้ำเนื่องจากแรงดันที่พุ่งสูงจากการเบ่ง
แพทย์ชี้ภาวะ "Valsalva Maneuver" ต้นเหตุเสียชีวิต
นพ.เวิน จื่อเหยียน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว อธิบายถึงปรากฏการณ์นี้ว่าเรียกว่า "Valsalva Maneuver" ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเรากลั้นหายใจและออกแรงเบ่งอย่างรุนแรง ทำให้ความดันในช่องอกพุ่งสูงขึ้นทันที แรงดันที่สูงนี้จะไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจลดลงอย่างรวดเร็วและความดันโลหิตตกลงอย่างกะทันหัน
สัญญาณเตือนที่สำคัญคืออาการ "ตาพร่ามัว" และ "หูอื้อ" ซึ่งเป็นสัญญาณสุดท้ายที่บ่งบอกว่าสมองขาดเลือดไปเลี้ยง หากยังฝืนออกแรงเบ่งต่อไป หัวใจอาจรับภาระจากความผันผวนของความดันโลหิตไม่ไหว จนนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อันตรายถึงชีวิตได้
ความดันพุ่งสูงฉับพลัน เสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตาย
นพ.เหอ เจี้ยนหลิน ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ อาการท้องผูกถือเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะในขณะที่เบ่งอุจจาระ ความดันในช่องอกและช่องท้องจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อหยุดเบ่งและผ่อนคลาย เลือดที่เคยถูกขัดขวางจะไหลกลับเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็วเกินไป ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจล้มเหลว หรือความดันโลหิตสูง ความผันผวนของความดันที่รุนแรงเช่นนี้อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หลอดเลือดสมองแตก หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะจนนำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลันได้ แพทย์จึงแนะนำว่าหากรู้สึกหน้ามืดหรือหูอื้อขณะเข้าห้องน้ำ ให้หยุดเบ่งทันที ผ่อนคลายร่างกาย และหายใจเข้าลึกๆ พร้อมทั้งควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการท้องผูกอย่างถูกวิธี