โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่าน ขู่โจมตีระบบพลังงาน-น้ำในอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐโจมตีโครงข่ายไฟฟ้า เตือนปิดฮอร์มุซยาว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 มี.ค. เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. เวลา 00.31 น.

อิหร่าน ประกาศจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและโรงงานผลิตน้ำของประเทศพันธมิตรสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย หากสหรัฐโจมตีระบบไฟฟ้าอิหร่าน ขณะเดียวกันเตือนว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดต่อไป

วันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 06.40 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิหร่านประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบน้ำของประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ดำเนินการตามคำขู่ที่ประกาศก่อนหน้านั้นว่าจะโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในสงครามที่ดำเนินมาแล้วกว่า 3 สัปดาห์ โดยความเป็นไปได้ของการโจมตีตอบโต้กันต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอาจสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดโลกเมื่อเปิดทำการในวันจันทร์ และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายล้านคนในภูมิภาค เนื่องจากหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียพึ่งพาโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเลเพื่อผลิตน้ำจืดเป็นหลัก

แม้สหรัฐฯ และอิสราเอลจะทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านอย่างหนักตลอดกว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ระบุว่าความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านถูกลดทอนลงอย่างมาก แต่อิหร่านยังคงแสดงให้เห็นว่ายังสามารถโจมตีตอบโต้ได้ โดยในคืนวันอาทิตย์ ไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในหลายพื้นที่ของอิสราเอลตอนเหนือและตอนกลาง รวมถึงกรุงเทลอาวีฟและเวสต์แบงก์ หลังมีการยิงขีปนาวุธจากอิหร่าน ขณะที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง กองทัพอิสราเอลระบุว่าได้โจมตีกรุงเตหะราน โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพ โรงงานผลิตอาวุธ และคลังเก็บอาวุธ

ทรัมป์ออกคำเตือนเมื่อเย็นวันเสาร์ เพียงไม่ถึงหนึ่งวันหลังจากส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณาลดระดับความขัดแย้ง แม้ในเวลาเดียวกัน นาวิกโยธินสหรัฐฯ และเรือยกพลขึ้นบกกำลังมุ่งหน้าไปยังภูมิภาค โดย โฆษกกองทัพอิหร่าน ระบุว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี อิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโรงงานผลิตน้ำจืดของสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรในภูมิภาคตามคำเตือนก่อนหน้านี้

การโจมตีระบบไฟฟ้าอาจสร้างความเสียหายต่ออิหร่าน แต่จะส่งผลร้ายแรงยิ่งกว่าต่อประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งใช้ไฟฟ้าต่อหัวมากกว่าอิหร่านประมาณ 5 เท่า เมืองในทะเลทรายของประเทศเหล่านี้สามารถอยู่อาศัยได้เพราะไฟฟ้าที่ใช้สำหรับเครื่องปรับอากาศและโรงงานผลิตน้ำจืด โดยบาห์เรนและกาตาร์ใช้น้ำจากโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเลเกือบ 100% ของการใช้น้ำทั้งหมด ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใช้น้ำจากโรงงานดังกล่าวมากกว่า 80% และซาอุดีอาระเบียประมาณ 50% ของน้ำประปาทั้งประเทศ

ประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ระบุว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญและระบบพลังงานในตะวันออกกลางอาจถูกทำลายอย่างถาวร หากโรงไฟฟ้าของอิหร่านถูกโจมตี ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (Revolutionary Guards) ระบุเพิ่มเติมว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณหนึ่งในห้าของโลกผ่าน จะยังคงถูกปิดต่อไป และจะไม่เปิดจนกว่าโรงไฟฟ้าที่ถูกทำลายของอิหร่านจะได้รับการสร้างขึ้นใหม่

สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 2,000 คน และสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดโลก ราคาพลังงานพุ่งขึ้น กระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทั่วโลก นักวิเคราะห์ตลาด ระบุว่า คำขู่ของทรัมป์ได้สร้าง“ระเบิดเวลาแห่งความไม่แน่นอน” ต่อเศรษฐกิจโลก โดยคาดว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวลงเมื่อเปิดทำการ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี

การโจมตีและความตึงเครียดทำให้ช่องแคบฮอร์มุซแทบปิดการใช้งาน ส่งผลให้เกิดวิกฤตราคาน้ำมันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 และทำให้ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งขึ้นมากถึง 35% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทรัมป์โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบและไม่มีการข่มขู่ภายใน 48 ชั่วโมง สหรัฐฯ จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน เริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดก่อน

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนอิหร่านประจำองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดให้เดินเรือได้สำหรับเรือที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ “ศัตรูของอิหร่าน” โดยเรือสามารถผ่านได้หากประสานงานด้านความปลอดภัยกับอิหร่าน ข้อมูลการติดตามเรือพบว่า เรือบางลำ เช่น เรือธงอินเดียและเรือบรรทุกน้ำมันของปากีสถาน สามารถผ่านได้ แต่เรือส่วนใหญ่ยังคงจอดรออยู่ในพื้นที่

แม้สหรัฐฯ และอิสราเอลจะระบุว่าการโจมตีทางอากาศทำให้ความสามารถทางทหารของอิหร่านลดลงอย่างมาก แต่อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลระยะ 4,000 กิโลเมตร ไปยังฐานทัพสหรัฐฯ-อังกฤษในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของสงครามอาจขยายออกไปนอกตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน การโจมตีของอิหร่านในเมืองทางตอนใต้ของอิสราเอลทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และฐานทัพสำคัญของอิสราเอล

อิสราเอลระบุว่าสงครามอาจดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์ และยังคงโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การสู้รบอีกแนวรบหนึ่งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงดำเนินอยู่ โดยฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดหลายร้อยลูกเข้าใส่อิสราเอลตั้งแต่เข้าร่วมสงครามเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ส่งผลให้อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีในเลบานอน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คนแล้ว

อิสราเอลยังระบุว่าจะเร่งทำลายบ้านเรือนในหมู่บ้านแนวหน้าในเลบานอน และจะทำลายสะพานทุกแห่งเหนือแม่น้ำลิตานี โดยกล่าวว่าสะพานเหล่านี้ถูกใช้เพื่อกิจกรรมทางทหารของกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งสะท้อนว่าสงครามในภูมิภาคกำลังขยายวงกว้างและอาจยืดเยื้อไปอีกระยะหนึ่ง

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...