ตั๋วฟรีอาชญากร! ต่างชาติถือ ‘ฟรีวีซ่า’ ลักลอบค้ากามในไทย ปชช.ชินตา ย่านเศรษฐกิจ ถูก ‘นทท.เกรดต่ำ’ ครอง
จากกรณี เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2569 พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี, ชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น.5 สนธิกำลังร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (พม.) และกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 เข้าตรวจสอบและกวาดล้างการกระทำผิดกฎหมายบริเวณ ซอยสุขุมวิท 4 (นานาใต้) แขวงและเขตคลองเตย
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และพบข้อมูลแพร่สะพลายบนสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีกลุ่มหญิงชาวต่างชาติบางส่วนมีพฤติกรรมเข้าข่ายลักลอบเสนอขายบริการในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุม
ผลการจับกุมสามารถควบคุมตัวผู้กระทำผิดได้ทั้งหมด 16 ราย แบ่งเป็นสัญชาติแทนซาเนีย 10 ราย เคนยา 5 ราย และเวียดนาม 1 ราย โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “เข้าติดต่อ ชักชวน หรือรบเร้าบุคคลในที่สาธารณะเพื่อการค้าประเวณี อันเป็นการเปิดเผยและก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พม. ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเป็นพินัย ก่อนส่งตัวให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และผลักดันออกนอกประเทศ ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกนำตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
โดยที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. เจ้าหน้าที่ได้จับกุม 2 ผู้ต้องหาหญิง ยูกันดา รับสารภาพว่า เดินทางเข้ามาลักลอบค้าประเวณีบนเกาะพะงันได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว โดยเน้นลูกค้าเป็นชาวต่างชาติเป็นหลัก ทำรายได้ตกเดือนละประมาณ 500,000 บาท ซึ่งเงินทั้งหมดจะถูกรวบรวมส่งกลับไปให้ครอบครัวที่ประเทศ
แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะพยายามเปิดปฏิบัติการจับกุมอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์การลักลอบค้าบริการของชาวต่างชาติในประเทศไทยกลับดูเหมือนจะขยายตัวจนกลายเป็นภาพชินตาในย่านเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
โดยต้นตอสำคัญมาจากกระบวนการ "นอมินี" ที่คนไทยร่วมมือกับทุนต่างชาติในการเช่าอาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม หรือเปิดสถานประกอบการบังหน้า เพื่อใช้เป็นที่พำนักและสถานที่นัดหมายรับงาน ซึ่งความซับซ้อนของโครงสร้างการถือครองอสังหาริมทรัพย์และนิติบุคคลเหล่านี้ ทำให้การสืบสวนไปถึงตัวการใหญ่เป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง
รวมไปถึง "ฟรีวีซ่า" ที่รัฐบาลเร่งผลักดันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ กลับกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ขบวนการค้าบริการทางเพศข้ามชาตินำมาใช้เป็น "ตั๋วผ่านทาง" เข้ามาประกอบธุรกิจสีเทาได้อย่างง่ายดาย โดยกลุ่มคนเหล่านี้แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยวตามปกติ ทำให้การคัดกรองบุคคลตั้งแต่อยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทำได้ยากลำบาก เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบประวัติหรือวัตถุประสงค์การเข้าเมืองที่เข้มงวดเหมือนระบบการขอวีซ่าในอดีต
#Newsthepoint
#ยกเลิกฟรีวีซ่า #ยกเลิกฟรีวีซ่า #จับนักท่องเท #นักท่องเที่ยวด้อยพัฒนา