โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (171)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (171)

ผลสอบกรณีถูกกล่าวหา

ข่มขู่ผู้ต้องหา

สภ.อ.เมืองภูเก็ต โรงพักที่ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ทำไมสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวผมจึงโหดร้ายกับผมเหลือเกิน เพียงผ่านมาแค่ 4 เดือน ผมก็ถูกฟ้องเป็นจำเลย

มองไปทางไหน ผมไม่มั่นใจว่าจะมีใครบ้างที่อยู่ข้างผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการยุติธรรมในจังหวัดภูเก็ตในเวลานั้น ผมมีความวิตกกังวลมากๆ และผมยังไม่สามารถวางใจใครได้

อีกทั้งยังมีพนักงานสอบสวนบางคนก็ไม่ชอบหน้าผม เพราะผมจริงจังเอาใจใส่แบบเอาเป็นเอาตาย จ้ำจี้จ้ำไชเร่งให้ทำสำนวนการสอบสวนที่ล่าช้าให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ผมเพียงต้องการแก้ปัญหาที่สั่งสมมาอย่างยาวนานให้ได้ จึงทำงานทุ่มเทเต็มที่

หรือคงจะเป็นคราวเคราะห์หรือวิบากกรรมของผมอีกครั้งที่ต้องมาเจอเรื่องราวอย่างนี้

และใครกันนะที่บอกว่า ภูเก็ตสวยงามเสมอ แต่คงจะไม่ใช่เวลานี้ นับเป็นห้วงแห่งความมืดมนในชีวิตของผมอีกครั้งทีเดียว ทั้งเหนื่อยหน่าย และทุกข์ใจเป็นที่สุด

ในใจผมพยายามท่องจำวาทะของหลวงปู่ดุลย์

“ธรรมดาแสงย่อมสว่าง ธรรมดาเสียงย่อมดัง หน้าที่ของมันเป็นเช่นนั้นเอง เราไม่ใส่ใจฟังเสียอย่างก็หมดเรื่อง

จงทำตัวเราไม่ให้เป็นปฏิปักษ์กับสิ่งแวดล้อม เพราะมันมีอยู่อย่างนี้ เป็นอยู่อย่างนี้เอง เพียงแต่ทำความเข้าใจกับมันให้ถ่องแท้ ด้วยปัญญาอันลึกซึ้งเท่านั้นเอง”

กรณีที่ พล.ต.ต.คงพล สุวรรณรักษ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สมเจตน์ ศิริกุล รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหนังสือสั่งการของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปกปิด ด่วนมาก ที่ มท 0101/2849 ลง 28 กรกฎาคม 2541 เรื่อง นายศรัฒวัชร์ ตั้งสถาพร ร้องเรียนขอความเป็นธรรม

พ.ต.อ.สมเจตน์ใช้เวลาสืบสวนตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2541 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2541 ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้สอบสวนพยานบุคคลต่างๆ ที่ทำงานใกล้ชิดกับผมในห้วงระยะเวลาที่ผมจับกุมนายศรัฒวัชร์ และนำไปตรวจค้น ดังนี้

ด.ต.เกษม ทองจรัส จ.ส.ต.ปรีดา ปานทอง จ.ส.ต.สมศักดิ์ กระหนกฝอย ส.ต.ต.พัฒนพงษ์ ศรีอินทร์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นสิบเวรและผู้ช่วยสิบเวรมีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องหา ของ สภ.อ.เมืองภูเก็ต

ด.ต.พล อ่อนทอง มีหน้าที่เป็นหัวหน้าธุรการคดีงานสอบสวน สภ.อ.เมืองภูเก็ต

นายศักดิ์ชัย บาการี เป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ขณะจับกุมนายศรัฒวัชร์

นายนิวัตร์ เทียมผูก มีอาชีพขายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณหน้าร้านโรสไดมอนด์แกลเลอรี่

นางละอองทิพย์ ทับทิมเทศ มีอาชีพเปิดร้านขายอาหารตรงข้ามกับร้านโรสไดมอนด์แกลเลอรี่

มีผลสรุปตอนท้ายของรายงานดังนี้

“ความเห็นของผู้สืบสวนข้อเท็จจริง

ผู้สืบสวนได้สืบสวนข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานตามที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการมาเรียบร้อยแล้ว สรุปผลการสืบสวนได้ความดังนี้

1. กรณี พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ สอบสวนออกนอกลู่นอกทาง ไม่เป็นไปตามระเบียบที่ถูกต้อง มีการ ด่าว่า บังคับ ข่มขู่ ให้ผู้ต้องหารับสารภาพ ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้สอบสวนแล้วเห็นว่า มีผู้ให้ถ้อยคำซึ่งเป็นผู้สื่อข่าว ผู้ให้ถ้อยคำซึ่งเป็นประชาชน บริเวณที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นร้านโรสไดมอนด์แกลเลอรี่ของผู้ต้องหา ผู้ให้ถ้อยคำซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่สิบเวร และผู้ช่วยสิบเวร ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหา ให้การยืนยันสอดคล้องต้องกันว่า ในการสอบสวนของ พ.ต.ท.ปวีณ ไม่ปรากฏว่ามีการตะคอก บังคับ ข่มขู่ ให้ผู้ต้องหารับสารภาพแต่อย่างใด และในการตรวจค้นร้านของผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามระเบียบ โดยขอหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต และรายงานผลการตรวจค้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามระเบียบ

2. กรณี พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ประจานผู้ต้องหา ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนที่มาติดต่อที่สถานีตำรวจ ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้สอบสวนแล้วเห็นว่า มีผู้ให้ถ้อยคำซึ่งเป็นผู้สื่อข่าว ผู้ให้ถ้อยคำซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่สิบเวร และผู้ช่วยสิบเวร ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหา ให้การยืนยันสอดคล้องต้องกันว่า ไม่ปรากฏว่า พ.ต.ท.ปวีณนำผู้ต้องหานี้ไปพูดประจานต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนที่มาติดต่อที่สถานีตำรวจแต่อย่างใด

3. กรณี พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ สอบสวนไม่เป็นไปตามระเบียบ และกฎหมายที่ถูกต้อง ได้ตรวจสอบแล้ว ในการตรวจค้นร้านของผู้ต้องหา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด พนักงานสอบสวนได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต และได้รายงานผลการตรวจค้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามระเบียบ ซึ่งรายละเอียดในการตรวจค้น ได้พบพยานหลักฐานที่สามารถนำมาเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำผิดของผู้ต้องหาได้ และไม่ได้มีการทำให้ทรัพย์สินของผู้ต้องหาสูญหาย เสียหาย เสื่อมค่า หรือไร้ซึ่งประโยชน์แต่อย่างใด

4. กรณีที่ผู้ร้องเรียนอ้างว่าเพียงแค่กระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่า ผู้ร้องกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คจริง แต่มิได้กระทำผิดเพียงคดีเดียว หากได้กระทำผิดในคดีดังกล่าวประมาณ 10 กว่าคดี ทั้งที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดอื่นๆ โดยกระทำผิดในลักษณะซ้ำซาก ส่อให้เห็นพฤติการณ์ว่า ผู้ร้องมีเจตนาคดโกงผู้อื่นอยู่ในกมลสันดาน

นอกจากนี้ผู้ร้องยังกระทำผิดในคดีฉ้อโกง ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม โดยกระทำผิดต่อผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศหลายครั้ง ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวมาจากหลายประเทศต่างกัน นอกจากเป็นการเสียหายโดยส่วนตัวแล้ว จะเห็นว่าการกระทำดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายโดยภาพรวมของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ในปีท่องเที่ยวไทย (อะเมซิ่งไทยแลนด์ 1998-1999)

ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีที่นายศรัฒวัชร์ ตั้งสถาพร ร้องเรียนขอความเป็นธรรม เป็นการร้องเรียนเพื่อหวังผลทางคดีอาญาที่ตัวผู้ร้องถูกดำเนินคดีอาญาอยู่ พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ผู้ถูกร้องเรียน และพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มิได้กระทำการใดๆ ตามที่ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างแต่อย่างใด

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

(ลงชื่อ) พ.ต.อ.สมเจตน์ ศิริกุล ผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (171)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...