โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คมนาคม สรุปเดินทางสงกรานต์ 5 วัน ใช้ระบบขนส่งสาธารณะกว่า 12.6 ล้านคน

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 เม.ย. เวลา 04.08 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. เวลา 04.08 น. • The Bangkok Insight

กระทรวงคมนาคม สรุปภาพรวมการเดินทางช่วงสงกรานต์ 2569 สะสม 5 วัน ใช้ระบบขนส่งสาธารณะกว่า 12.6 ล้านคน สั่งการทุกหน่วยเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม สรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 14 เม.ย. 2569 สะสม 5 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 15 เม.ย. 2569 เวลา 08.00 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ

สงกรานต์

ทั้งนี้ มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 12,640,505 คน เพิ่มขึ้น 2.37% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 – 15 เม.ย. 2568) โดยระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็น 46% ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 248,159 คน ภาคใต้ (ทางราง) 124,769 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 169,296 คน ภาคเหนือ (ทางถนน) 104,036 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 96,369 คน

ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,177,027 คน สำหรับการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 4,751,489คัน ลดลง 3.23% และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 6,240,564 คัน ลดลง 4.66%

สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 5 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 879 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 890 คน เสียชีวิต 128 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 561 ครั้ง คิดเป็น 64% ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถพิกอัปบรรทุก 4 ล้อ 457 คัน

ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 629 ครั้ง คิดเป็น 72% จังหวัดนครราชสีมามีผู้เสียชีวิตสูงสุด 7 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 44 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่า อุบัติเหตุลดลง 29% ผู้เสียชีวิตลดลง 4% และผู้บาดเจ็บลดลง 23%

ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง และโครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางน้ำ และทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการรองรับการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการบริหารจัดการเชิงรุก การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในทุกมิติ

ขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จัดทำแผนรองรับผู้โดยสารขาเข้า ระหว่างวันที่ 14 – 17 เม.ย. 2569 โดยเพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ควบคู่กับการเพิ่มตู้โดยสารในขบวนรถประจำ โดยบริหารจัดการตารางเดินรถให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารรายวัน จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทั้งในสถานีและบนขบวนรถ ตลอดจนการติดตามประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อป้องกันปัญหาผู้โดยสารตกค้างและรองรับการเดินทางกลับได้อย่างเพียงพอ

ด้านกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ดำเนินมาตรการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถอย่างเข้มงวด ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร จุดจอด จุด Checking Point และ Rest Area รวม 219 จุดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 – 19 เม.ย. 2569 โดยเน้นการตรวจสภาพรถ ระบบความปลอดภัย อุปกรณ์ประจำรถ ความพร้อมของพนักงานขับรถ การตรวจวัดแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดก่อนปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น

ในส่วนของกรมทางหลวง (ทล.) ได้บริหารจัดการจราจรบน M6 สายบางปะอิน- นครราชสีมา เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ในช่วงท้ายเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยได้ดำเนินการปรับทิศทางการจราจรในช่วงบางปะอิน-ปากช่อง ในรูปแบบ One way ขาเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14 - 19 เมษายน 2569

ขณะที่ช่วงปากช่อง – นครราชสีมา เปิดให้สัญจรได้ตามปกติทั้งสองทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

ด้านกรมท่าอากาศยาน (ทย.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้บริหารจัดการความถี่เที่ยวบินและบริหารจัดการพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อรองรับปริมาณประชาชนที่เดินทางเพิ่มขึ้นอย่างหนาแน่นให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง

กระทรวงคมนามได้กำชับทุกหน่วยงานให้บริหารจัดการการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างเป็นระบบ บูรณาการข้อมูลปริมาณผู้โดยสารและปริมาณจราจรแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบความพร้อมของพาหนะและบุคลากรอย่างเคร่งครัด และรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนว่าสามารถเดินทางกลับได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ครอบคลุมการเดินทางทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...