โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม็กซ์ กับวันที่ F1 “ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากทำอีกต่อไป”

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
แม็กซ์ กับวันที่ F1 “ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากทำอีกต่อไป”

แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน แชมป์โลก 4 สมัย ผู้เคยคว้าชัยชนะที่สนาม Suzuka 4 ปีติดต่อกัน (2022-2025) ดูเหมือนกำลังเผชิญความจริงอันโหดร้ายในปี 2026 เมื่อเขาจบเพียงแค่อันดับที่ 8 ในการแข่งล่าสุด หลังรถ ‘RB22’ ของ Red Bull ไร้ซึ่งความดุดันในยุคกฎเครื่องยนต์ใหม่…

และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าผลการแข่งขัน คือ ‘แววตา’ และ ‘คำพูด’ ของแม็กซ์หลังถอดหมวกกันน็อก ที่ดูไร้ซึ่งความเดือดดาล ไร้ซึ่งความผิดหวัง… มีเพียงความเหนื่อยหน่ายที่ซ่อนอยู่ลึกๆ

“มันคุ้มค่าจริงเหรอ?”

“หรือผมควรจะมีความสุขกับการได้อยู่บ้านกับครอบครัวมากกว่านี้? ได้เจอเพื่อนฝูงมากขึ้นในเวลาที่คุณไม่ได้สนุกกับกีฬาที่คุณเล่นอยู่แล้วหรือเปล่า?” แม็กซ์เปิดใจกับการให้สัมภาษณ์ผ่าน BBC Sport หลังถูกถามถึงอนาคตใน F1 (อีกครั้ง!)

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่แค่คำตัดพ้อจากความพ่ายแพ้ เพราะหากย้อนดูบทสัมภาษณ์ตลอดช่วงต้นฤดูกาลภายใต้กฎใหม่ปี 2026 จะเห็นว่าปัญหาของแม็กซ์ไม่ใช่เรื่องของ ‘ผลลัพธ์’ แต่มันคือ ‘ความรู้สึก’ ที่เขามีต่อการขับ F1 ในวันนี้… ซึ่งมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

แม็กซ์เปิดใจว่า คนอย่างเขารู้จักความพ่ายแพ้ดี และยอมรับได้สบายมากที่จะต้องสู้ในโซนกลางตาราง แต่สิ่งที่กำลังกัดกินหัวใจของยอดนักขับชาวดัตช์ คือสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘Anti-driving’ หรือการขับขี่ที่ฝืนธรรมชาติของความเป็นนักแข่งรถ จากกฎเกณฑ์ทางเทคนิคของ F1 ยุคปัจจุบัน

เจ้าตัวได้ขยายความถึงความอึดอัดในเรซนี้ว่า รถแข่งยุคใหม่ทำให้เขาไม่สามารถเปิดเกมบุกได้อย่างใจคิด แม้จะพยายามเปิดหน้าสู้จนแซง ปิแอร์ แกสลีย์ ขึ้นมาได้ในการแข่งวันนี้

แต่พลังงานจากแบตเตอรี่ที่หมดลงบนทางตรง ก็ทำให้เขาโดนแซงคืนในทันที จนสุดท้ายต้องยอมรับสภาพจบอันดับที่ 8 ตามหลังรถ Alpine เพียงแค่ 0.337 วินาทีเท่านั้น

และไม่ใช่แค่แม็กซ์คนเดียวที่กำลังอึดอัดกับสิ่งนี้ เพราะหากย้อนฟังคำพูดของ อเล็กซ์ อัลบอน ที่เคยให้สัมภาษณ์พิเศษกับ THE STANDARD SPORT ก่อนลงสนามที่ญี่ปุ่น ก็ช่วยตอกย้ำภาพความขัดแย้งระหว่าง ‘ความรู้สึกของนักแข่ง’ กับ ‘กฎเกณฑ์ใหม่’ ได้อย่างชัดเจน

อัลบอน ได้กล่าวไว้ “ในฐานะนักขับตอนนี้ ผมรู้สึกว่าเราต้องโฟกัสไปที่เรื่องของแบตเตอรี่มากกว่าการขับขี่แบบที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่สิ่งที่พวกเรานักขับต้องการ, ตั้งแต่ 8 ขวบ สิ่งเดียวที่ผมทำมาตลอดคือการขับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ปีนี้มันไม่ใช่แบบนั้น มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ คุณอาจจะต้องขับให้ช้าลงในจุดนี้ เพื่อที่จะไปได้เร็วขึ้นในอีกจุดหนึ่ง

“ในแง่ของจิตใจมันเป็นความท้าทายอย่างแท้จริง เพราะมันขัดกับทุกสิ่งที่คุณเคยเรียนรู้มา นั่นเป็นเหตุผลที่คุณอาจจะเห็นนักแข่งอย่าง แม็กซ์ ไม่ค่อยแฮปปี้กับกฎนี้นัก”

เมื่อคำพูดของเพื่อนร่วมอาชีพอย่างอัลบอน มาบรรจบกับความอัดอั้นของแม็กซ์ มันจึงสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาในตอนนี้นั้นไม่ใช่เรื่องของความพ่ายแพ้

“เมื่อคุณอยู่ในอันดับ 7 หรือ 8 แล้วคุณดัน ‘ไม่ได้สนุก’ กับระบบและกฎเกณฑ์เบื้องหลังของ F1 ยุคนี้เลย มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมชาติสำหรับคนเป็นนักแข่งรถเอาเสียเลย

“แน่นอนว่าผมพยายามที่จะปรับตัวเข้ากับมันนะ แต่วิธีการที่คุณต้องใช้ขับเคี่ยวกันในตอนนี้มันไม่ดีเลย มันให้ความรู้สึกเหมือน ‘Anti-driving’ และเมื่อถึงจุดหนึ่ง… มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากจะทำอีกต่อไป

“แน่นอนว่าคุณอาจจะมองว่าการอยู่ที่นี่มันทำเงินได้มหาศาล ซึ่งมันก็ยอดเยี่ยม แต่ท้ายที่สุดแล้ว สำหรับผมมันไม่ใช่เรื่องเงินอีกต่อไปแล้ว เพราะที่ผ่านมานี่คือแพสชันของผมมาโดยตลอด”

คำพูดนี้สะท้อนตัวตนของแม็กซ์ได้เป็นอย่างดี เขาคือนักแข่งรถสายเลือดบริสุทธิ์ ที่เติบโตมาจากการเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่แค่อยากขับรถให้เร็วที่สุดโดยไม่สนใจเรื่องชื่อเสียงหรือเงินทอง และเมื่อวันหนึ่งที่การควบคุมพวงมาลัยในมือไม่ได้มอบความสุขให้เขาเหมือนเดิม มูลค่าสัญญาหรือสปอตไลท์ก็ดูจะไม่มีความหมายอีกต่อไป

“ผมอยากมาอยู่ที่นี่เพื่อสนุก มีช่วงเวลาที่ดี และมีความสุขกับตัวเอง แต่ในตอนนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย” แม็กซ์ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำเอาแฟนๆ ใจหายไม่น้อย

“แน่นอนว่าผมยังสนุกกับบางแง่มุมนะ ผมสนุกกับการทำงานร่วมกับทีม พวกเขาเหมือนครอบครัวที่สองของผม แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมนั่งลงในรถแข่ง… โชคร้ายที่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าอภิรมย์ที่สุดอีกต่อไปแล้ว

“ผมพยายามแล้วนะ ผมบอกตัวเองในทุกๆ วัน ว่าให้พยายามสนุกกับมัน… แต่มันยากมากจริงๆ”

ดูเหมือนคำสารภาพที่แสนเหนื่อยล้าของแม็กซ์ในครั้งนี้ คือสัญญาณเตือนภัยที่ F1 ไม่อาจเพิกเฉย

เพราะเมื่อใดก็ตามที่ชายผู้เคยครองความยิ่งใหญ่ใน F1 ยอมรับอย่างหมดเปลือกว่าเขากำลังพยายาม ‘ฝืน’ เพื่อให้ตัวเองสนุก…

นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกเราว่า เวลาของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ในเวทีแห่งนี้ อาจกำลังนับถอยหลังเร็วกว่าที่ทุกคนคิดก็เป็นได้?

#TheStandardSport #F1 #MaxVerstappen #RedBullRacing #JapaneseGP

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...