โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GCAP GOLD เผยราคาทองดิ่งแรง 9% ในสัปดาห์เดียว หนักสุดรอบ 14 ปี เซ่นพิษสภาพคล่องตึงตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 03.48 น.

วิกฤตพลังงานดันเงินเฟ้อพุ่ง บีบตลาดแห่ถือเงินสดกดดันสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างหนัก จับตาแนวรับจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์ หากยืนระยะได้มีลุ้นรีบาวด์สลับในระยะสั้น หลังเผชิญแรงขายทางเทคนิค แนะกลยุทธ์ชะลอการไล่ราคา เน้นทยอยสะสมทองไทยตามแนวรับสำคัญ 65,000 / 63,500 / 60,500 บาท

25 มีนาคม 2569 - ราคาทองคำในตลาดโลกเผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรง โดยปรับตัวลดลงถึง 9% ภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งถือเป็นการปรับฐานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 14 ปี แม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่กลไกตลาดกลับให้น้ำหนักไปที่วิกฤตสภาพคล่องและการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมากกว่าสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงสวนทางกับปัจจัยความขัดแย้งระดับประเทศ เกิดจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลัก ปัจจัยดังกล่าวส่งผ่านไปยังความกังวลด้านเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น บีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูงไว้นานกว่าที่คาดการณ์ไว้

จากการปรับเปลี่ยนคาดการณ์นโยบายการเงิน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อต้นทุนการถือครองทองคำ (Opportunity Cost) ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับสูง ทำให้แรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายย่อยชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ อุปสงค์จากประเทศผู้บริโภคหลักอย่างจีนและอินเดียเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว เนื่องจากเผชิญภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากวิกฤตพลังงาน ทำให้หลายประเทศเลือกที่จะบริหารจัดการเงินสำรองเพื่อดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายในประเทศ มากกว่าการเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในระยะสั้นนี้

ฝ่ายวิจัย GCAP GOLD ประเมินว่า โครงสร้างราคาทองคำในปัจจุบันอยู่ในสภาวะเปราะบางหลังหลุดแนวโน้มหลักในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นตลาดกำลังจับตามองแนวรับทางจิตวิทยาที่ระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถสร้างฐานเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสที่จะเห็นการดีดตัวกลับ (Rebound) สลับขึ้นมา โดยมีด่านทดสอบสำคัญอยู่ที่ 4,735 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะชี้วัดว่าโครงสร้างขาขึ้นจะกลับมามีความแข็งแกร่งอีกครั้งหรือไม่

สำหรับคำแนะนำการลงทุน แนะนำให้นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อในลักษณะไล่ราคา (Chasing Price) เนื่องจากความผันผวนของตลาดยังอยู่ในระดับสูง โดยควรรอจังหวะที่ราคาอ่อนตัวลงมาใกล้โซนแนวรับที่ 4,220 ดอลลาร์ และ 4,025 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ

ขณะที่ ราคาทองคำในประเทศ ยังได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งช่วยพยุงราคามิให้ปรับตัวลดลงแรงเท่ากับราคาทองคำโลก โดยแนะนำให้ทยอยสะสมเฉพาะเมื่อราคาปรับตัวลงมาถึงแนวรับสำคัญที่ระดับ 65,000 บาท 63,500 บาท และ 60,500 บาท ตามลำดับ เพื่อบริหารความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...