บริโภค 'น้ำตาลแฝง' มาก อันตรายถึงชีวิต!
บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน
บริโภค ‘น้ำตาลแฝง’ มาก
อันตรายถึงชีวิต!
เป็นที่ทราบกันดี ว่า “น้ำตาล” เป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่พบได้ทั่วไป ในอาหาร และเครื่องดื่ม
แต่สิ่งที่ทำให้มันอันตรายมากขึ้นก็คือ การที่ “น้ำตาล” จำนวนมหาศาล ถูกซ่อนอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคไม่ทันระวัง หรือไม่ตระหนักถึง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “น้ำตาลแฝง” ในอาหาร และเครื่องดื่ม มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ตั้งแต่โรคอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ ไปจนถึงมะเร็ง และปัญหาสุขภาพเรื้อรังอื่นๆ
ดังนั้น การบริโภค “น้ำตาลแฝง” มากเกินไป เป็น “ภัยเงียบ” ที่อาจนำไปสู่โรคร้ายแรง และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้
งานวิจัยที่เผยแพร่ใน The Guardian ระบุว่า อาหารแปรรูปที่มีน้ำตาลสูง เชื่อมโยงกับผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า 32 ประการ รวมถึงโรคหัวใจ เบาหวาน และไขมันพอกตับ
ขณะที่ CNN Health รายงานว่า เครื่องดื่ม และอาหารที่มีน้ำตาลสูง เป็นตัวเร่งโรคอ้วน และเบาหวาน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
New York Times ชี้ว่า การลดน้ำตาลช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และโรคอ้วนได้อย่างชัดเจน
“องค์การอนามัยโลก” (World Health Organization : WHO) แนะนำให้บริโภคน้ำตาลไม่เกิน 25 กรัมต่อวัน (ประมาณ 6 ช้อนชา)
แต่การบริโภคเกินกว่านี้ เช่น น้ำตาลที่ซ่อนอยู่ในอาหารแปรรูป เช่น น้ำอัดลม ซอสปรุงรส โยเกิร์ตพร้อมดื่ม และซีเรียล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อาหารที่ไม่หวานชัดเจน” ซึ่งทั้งหมด มี “น้ำตาลแฝง” ในรูปแบบต่างๆ เช่น ฟรุกโตส และมอลโตเดกซ์ตริน ที่อาจทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และไขมันพอกตับ
การลดความเสี่ยง “น้ำตาลแฝง” ทำได้โดยการอ่านฉลากโภชนาการ เลือก “อาหารสด” แทน “อาหารแปรรูป” ลด “เครื่องดื่มหวาน” และ “ควบคุมปริมาณน้ำตาล” ไม่เกินมาตรฐานที่ “องค์การอนามัยโลก” กำหนด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้คนจำนวนมาก “บริโภคน้ำตาลเกินกว่านั้น” หลายเท่า “โดยไม่รู้ตัว” เพราะ “น้ำตาล” ถูกซ่อนอยู่ใน “อาหารที่ดูเหมือนไม่หวาน” เช่น ขนมปัง เครื่องดื่มบรรจุขวด และอาหารสำเร็จรูป
“องค์การอนามัยโลก” แนะนำว่า ผู้ใหญ่ไม่ควรบริโภค “น้ำตาลอิสระ” หรือ Free Sugars เกิน 30 กรัมต่อวัน
“น้ำตาลอิสระ” คือน้ำตาลที่ถูกเติมลงในอาหาร หรือเครื่องดื่ม รวมถึงน้ำตาลที่พบได้ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผึ้ง หรือน้ำผลไม้
วิธีการที่ร่างกายของเราจะดูดซึมน้ำตาลนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลในอาหาร เช่น เมื่อรับประทานผักหรือผลไม้ทั้งผล ใยอาหารที่มีอยู่จะช่วยชะลอการย่อยอาหาร ป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงที่เป็นอันตราย
อย่างไรก็ตาม หากเราบริโภคน้ำตาลอิสระ มันจะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว และบ่อยครั้งมีปริมาณมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น
สิ่งเดียวกันนี้สามารถเกิดขึ้นได้หลังการดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำผัก เพราะเมื่อนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ผลไม้ จะถูกสกัดเอาใยอาหารที่มีประโยชน์ออกไป
ส่วนภัยของ “น้ำตาลแฝง” นั้น เริ่มต้นจากการที่มันทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้ตับต้องทำงานหนักในการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน
ผลที่ตามมาคือ การสะสมไขมันในร่างกายซึ่งนำไปสู่โรคอ้วน และภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ดังนั้น การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก
นอกจากนี้น้ำตาลยังมีผลต่อสุขภาพหัวใจ โดยการเพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ และความดันโลหิต ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และหลอดเลือด
อีกหนึ่งภัยที่สำคัญคือ ผลกระทบต่อสุขภาพช่องปาก น้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียที่อยู่ในปาก เมื่อแบคทีเรียย่อยน้ำตาลจะผลิตกรดที่ทำลายเคลือบฟัน ซึ่งนำไปสู่ฟันผุ และโรคเหงือก
การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปเชื่อมโยงกับการสูญเสียสุขภาพฟันในระยะยาว แม้จะมีการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างดี แต่การบริโภคน้ำตาลที่สูงก็ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
นอกจากนี้ “น้ำตาลแฝง” ยังมีผลต่อสุขภาพจิต และพฤติกรรม การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด และอารมณ์แปรปรวน
การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป อาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวล เนื่องจากน้ำตาลมีผลต่อสารเคมีในสมองที่ควบคุมอารมณ์ และพฤติกรรม
ในเชิงเศรษฐกิจ และสังคม “น้ำตาลแฝง” สร้างภาระมหาศาลต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก
ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคน้ำตาลสูง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคอ้วน มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี
ดังนั้น การลดการบริโภคน้ำตาล สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่ทำให้ “น้ำตาลแฝง” อันตรายมากขึ้น คือการที่มันถูกซ่อนอยู่ในอาหารที่ผู้บริโภคไม่คาดคิดดังที่กล่าวไปในตอนต้น แม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ถูกโฆษณาว่าเป็น “อาหารเพื่อสุขภาพ” ก็ยังมี “น้ำตาลแฝง” อยู่ในปริมาณสูง
การบริโภคโดยไม่ตระหนักถึงปริมาณน้ำตาลที่แท้จริง ทำให้ผู้คนจำนวนมากได้รับน้ำตาลเกินกว่าที่ “องค์การอนามัยโลก” แนะนำโดยไม่รู้ตัว
การแก้ไขปัญหานี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งรัฐบาลที่ต้องออกนโยบายควบคุมการใช้ และการโฆษณาน้ำตาล
ผู้ผลิตที่ต้องปรับสูตรอาหารเพื่อลดน้ำตาล และผู้บริโภคที่ต้องตระหนัก และเลือกอาหารอย่างมีสติ
หลายประเทศในยุโรป และอเมริกา ได้เริ่มใช้มาตรการ “ภาษีน้ำตาล” เพื่อควบคุมการบริโภค และกระตุ้นให้ผู้ผลิตลดการใช้น้ำตาลในผลิตภัณฑ์
มาตรการเหล่านี้ช่วยลด “การบริโภคน้ำตาล” และส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชน
อย่างไรก็ดี สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่ “บริโภคน้ำตาลต่อคน” มากที่สุด แต่การบริโภคน้ำตาลในที่อื่นๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อินเดีย จีน ปากีสถาน และอินโดนีเซีย
หากแนวโน้มการเป็นโรคอ้วนทั่วโลกยังคงดำเนินต่อไป จำนวนผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกิน และอ้วน จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 57.4% ของผู้ชาย และ 60.3% ของผู้หญิงภายใน ค.ศ.2050
ในอีก 25 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีประชากรที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วน มากที่สุดในจีน 627 ล้านคน ตามมาด้วยอินเดีย 450 ล้านคน และสหรัฐ 214 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบสุขภาพของประชากรโลก
จำนวนประชากรที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วน ในภูมิภาคตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา (Sub-Saharan Africa) จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 250% หรือราว 522 ล้านคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไนจีเรีย” ซึ่งถูกเน้นเป็นพิเศษ โดยมีการคาดการณ์ว่า จำนวนผู้มีน้ำหนักเกิน และโรคอ้วน จะเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า
ในสหรัฐ ผู้ใหญ่ 63% บริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นประจำทุกวัน การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้ รวมถึงขนมหวาน และอาหารแปรรูป อาจช่วยเรื่องสุขภาพของผู้คนได้มาก
ดังที่กล่าวไป “องค์การอนามัยโลก” ได้แนะนำให้จำกัดปริมาณน้ำตาลที่เติมให้น้อยกว่า 10% ของปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคต่อวัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราทุกคนควรตั้งเป้าให้น้อยกว่า 5% ซึ่งเท่ากับประมาณ 6 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งควรรวมน้ำตาลที่เติมในอาหาร
กล่าวโดยสรุป ภัยของ “น้ำตาลแฝง” เป็นปัญหาที่ซับซ้อน และมีผลกระทบหลายมิติ ตั้งแต่สุขภาพกาย สุขภาพใจ ไปจนถึงเศรษฐกิจ และสังคม
การตระหนักถึง “น้ำตาลแฝง” และการลดการบริโภคเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บริโภค ‘น้ำตาลแฝง’ มาก อันตรายถึงชีวิต!
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly