โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยไทยร้อนอันดับ 17 ของโลกขยับจากอันดับที่ 72 เมื่อ 4 ปีก่อน ชี้ ปีนี้ร้อนสุดในประวัติศาสตร์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมลดโลกร้อนเผยตัวเลขสะพรึง 4 ปี อากาศร้อนในไทยขยับจาก 72 เป็น 17 ของโลก ชี้ ปีนี้ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์

วันที่ 20 เมษายน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือกรมลดโลกร้อน จัดประชุม “ถอดบทเรียนการทดลองใช้ระบบติดตามประเมินผลการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เพื่อสรุปผลการทดสอบระบบจากผู้ปฏิบัติงานจริง มุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (National Database) ในการบริหารจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศของประเทศอย่างเป็นระบบ ณ โรงแรมทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แบงคอก

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 โดยองค์กร Germanwatch พบว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยขยับจากอันดับที่ 72 ในปี 2022 มาอยู่อันดับที่ 17 ของโลกในปี 2024 ขณะที่ข้อมูลจาก Met Office ระบุว่าปี 2026 นี้จะเป็น 1 ใน 4 ปีที่ร้อนที่สุดของประวัติศาสตร์โลก โดยอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.4 องศาเซลเซียส สอดคล้องกับ Global Risks Report 2026 ของ World Economic Forum ที่ชี้ว่าความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมคือภัยคุกคามอันดับหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง

.
“ปัจจุบันรัฐบาลมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 กรมฯ จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือติดตามประเมินผล (Monitoring, Evaluation, and Learning: MEL) เพื่อขับเคลื่อนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) โดยระบบที่พัฒนาขึ้นร่วมกับบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนี้ ไม่ใช่แค่ฐานข้อมูลทั่วไป แต่คือ ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ’ ที่นำเทคโนโลยี Big Data และ Data Visualization มาช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายแม่นยำขึ้น และรองรับการรายงานผลในระดับสากล เช่น BTR, NC และ SDGs” ดร.พิรุณ กล่าวเน้น

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวสู่ขั้นตอนการทดลองใช้งานจริงใน 6 สาขาหลัก ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว สาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ โดยหัวใจสำคัญคือการถอดบทเรียนจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อนำข้อคิดเห็นมาปรับปรุงระบบ E-FORM ให้มีความสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้เป็นระบบที่ “ใช้ได้จริง ใช้ได้ต่อเนื่อง และใช้ได้ทั้งประเทศ” ในการยกระดับขีดความสามารถการรับมือวิกฤตโลกเดือดอย่างยั่งยืน

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากนโยบายสู่การปฏิบัติ” โดย ผศ.ดร.ภวิสร ชื่นชุ่ม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงภาพรวมความสำเร็จของการพัฒนาระบบติดตามประเมินผล และการสาธิตการใช้งาน ระบบ E-FORM ซึ่งเป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในการจัดเก็บข้อมูลจากหน่วยงานปฏิบัติใน 6 สาขาหลัก ส่วนการประชุมในช่วงบ่าย คือ การแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อ “ถอดบทเรียนและระดมความคิดเห็น” จากตัวแทนหน่วยงานประสานกลางและผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการทดลองใช้ระบบติดตามประเมินผลฯ

การขับเคลื่อนระบบติดตามประเมินผลในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการยกระดับขีดความสามารถด้านการรับมือกับสภาวะโลกเดือด โดย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ยืนยันจะเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือสื่อสารและฐานข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการวางแผนป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผยไทยร้อนอันดับ 17 ของโลกขยับจากอันดับที่ 72 เมื่อ 4 ปีก่อน ชี้ ปีนี้ร้อนสุดในประวัติศาสตร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...