โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แม่บานเย็น” ควง “แคนดี้” เปิดใจถูกเล่าบูลลี่หน้าตา ไม่มั่นใจถึงขั้นอยากเกษียณตัวเองจากวงการ

daradaily

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 04.00 น.

“แม่บานเย็น” ควง “แคนดี้” เปิดใจถูกเล่าบูลลี่หน้าตา ไม่มั่นใจถึงขั้นอยากเกษียณตัวเองจากวงการ

ทำเอาแฟนเพลงฮือฮา เมื่อศิลปินแห่งชาติอย่าง “บานเย็น รากแก่น” ไปศัลยกรรมทำหน้ามาใหม่ ในวัย 74 ปี โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจพร้อมลูกสาว “แคนดี้ รากแก่น” ถึงเรื่องนี้ว่า

ตัดสินใจทำศัลยกรรมในวัย 74 ปี โดยดึงหน้าเป็นครั้งที่ 4 เพื่อแก้ปัญหาความไม่มั่นใจ โดยเฉพาะเรื่องเหนียงที่ห้อยลงมาจนดึงติ่งหู ทำให้เสียบุคลิกและหมดไฟในการทำงาน หลังทำได้ประมาณ 1 เดือน 10 วัน แม่บานเย็นรู้สึกพอใจมาก เหมือนได้ย้อนวัยกลับไป 30 ปี และกลับมามีความสุขกับการส่องกระจกอีกครั้ง โดยเป็นปัญหาจากผลข้างเคียงของศัลยกรรมในอดีต แม่บานเย็นเล่าต่อว่าเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เคยไปฉีดสารเติมเต็มใบหน้าตามคำแนะนำของเพื่อน ซึ่งในสมัยนั้นเทคโนโลยียังไม่ทันสมัยและข้อมูลยังมีไม่มากพอ เวลาผ่านไป สารเหล่านั้นเริ่มไหลย้อยลงมาสะสมบริเวณคางและกาม ทำให้ใบหน้าดูผิดรูป ไม่เป็นธรรมชาติ และกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไม่ตกมานาน แม่บานเย็นเล่าอีกว่า เคยมีคนเดินมาทักถึงหน้าเวทีขณะทำการแสดงว่า ไปทำอะไรมา หน้าเป็นชั้นเลย หรือวิจารณ์ว่า สวยอยู่แล้วไปทำทำไมจนหน้าพัง จากปัญหาใบหน้าส่วนล่างที่ตึงและห้อยผิดปกติ ทำให้แม่บานเย็นไม่กล้ายิ้มกว้าง เพราะยิ้มแล้วดูไม่สวย จนถูกมองว่าเป็นคนยิ้มยาก

พร้อมบอกการถูกบูลลี่และปัญหาใบหน้าทำให้แม่บานเย็นหมดกำลังใจในการทำงาน ถึงขั้นอยากเกษียณตัวเอง ไม่อยากออกไปเจอผู้คน หรือแม้แต่ไม่อยากส่องกระจก มีงานคอนเสิร์ตหรือเพลงที่อยากร้อง แต่ก็เลือกที่จะนอนอยู่บ้านเฉย ๆ เพราะไม่อยากเห็นรูปตัวเองที่ถ่ายออกมาแล้วเห็นเหนียงชัดเจน

ด้าน “แคนดี้ รากแก่น” เผยต่อว่าเข้ามาช่วยหาข้อมูลเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยเน้นการผ่าตัดชั้นลึกเพื่อเอาสารแปลกปลอมและไขมันส่วนเกินออกทั้งหมด ไม่มีการเติมสารใหม่เข้าไป เพื่อคืนใบหน้าเดิมที่เคยสวยงามตามธรรมชาติ หลังการผ่าตัด แม่บานเย็นเผยว่ามีความสุขมาก กลับมาส่องกระจกบ่อยขึ้น และพร้อมที่จะกลับมาร้องเพลงมอบความสุขให้แฟนคลับอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...