เอาแล้ว ‘วัชระ’ ยื่นป.ป.ช.สอบ ‘อนุทิน-พิพัฒน์’ กับพวก โทษประชาชนกักตุนน้ำมันผิดจริยธรรมร้ายแรง
'วัชระ' เจ็บใจแทนประชาชน ยื่นป.ป.ช.สอบกราวรูด 'อนุทิน-พิพัฒน์' กล่าวหาประชาชนกักตุนน้ำมันผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่อละเว้น-เอื้อประโยชน์ บ.น้ำมัน ผลประโยชน์ทับซ้อน ลากขรก.ทั้งหมด-โรงกลั่น ไปหาความจริงที่ป.ป.ช.
27 มี.ค. 2569 - เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 มีนาคม นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นเรื่อง นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) ขอให้สอบสวนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 โรง บริษัทน้ำมันปตท. พีที. ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพลังงาน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบดีกรมเชื้อเพลิงพลังงาน อธิบดีกรมการค้าภายในกับพวก
กรณีน้ำมันแพงและน้ำมันขาดตลาดสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัส ว่าผิดกฎหมายอื่นใด ผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
พร้อมสิ่งที่ส่งมาด้วย
1. สำเนาภาพความเดือดร้อนของประชาชนเนื่องจากน้ำมันแพงและไม่มีขายตามปกติ จำนวน 1 ชุด 2. สำเนาราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 แผ่น 3. สำเนาข่าว “โทษประชาชน ไร้ไอ้โม่งตุนน้ำมัน” จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ จำนวน 1 แผ่น
4. สำเนาบทความของนายโสภณ สุภาพงษ์ จำนวน 1 แผ่น
5. สำเนารายชื่อโรงกลั่นน้ำมันจากชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย จำนวน 2 แผ่น
6. สำเนาข่าวขึ้นราคาน้ำมัน จำนวน 1 แผ่น
7. สำเนาคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 53/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 จำนวน 1 ชุด
8. สำเนาหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ “ฮึ่ม ! จับโจรตุนน้ำมัน” ลงวันที่ 19 มีนาคม 2569 จำนวน 1 ชุด
โดยหนังสือระบุว่า ข้อ 1 นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 26 มีนาคม 2569 ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงบนแผ่นดินไทยทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักรไทยในวินาทีนี้ว่า น้ำมันดีเซลขาดแคลนไปทั่วประเทศ มีการขึ้นราคา ประชาชนคนยากจนชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน คนขับรถรับจ้าง คนหาเช้ากินค่ำ ไม่สามารถซื้อหาตามปกติในชีวิตประจำวันได้ดังที่ประจักษ์ตามภาพความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศซึ่งอยู่ภายในการบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ส่งแนบมานี้นั้น (สิ่งที่ส่งมาด้วย 1)และเมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี (สิ่งที่ส่งมาด้วย 2) ปรากฏว่าในท่ามกลางความเดือดร้อนแสนสาหัสของประชาชนทั่วประเทศที่ไม่มีน้ำมันเบนซินและน้ำมันชนิดต่าง ๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน มีการกักตุนโดยบริษัทนายทุน โรงกลั่นน้ำมันต่าง ๆ แต่นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ก่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนตามอำนาจหน้าที่ในรัฐธรรมนูญและหลักธรรมาภิบาลกลับมากล่าว “โทษประชาชนในวันที่ 20 มีนาคม 2569 กล่าวหาว่าประชาชนเป็นผู้กักตุนน้ำมันเอง” (สิ่งที่ส่งมาด้วย 3) คำพูดของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำมันเป็นอย่างยิ่ง ผิดมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการ ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 อย่างร้ายแรงเป็นที่สุด ข้อ 6 - 8 ข้อ 11 ข้อ 13 ข้อ 15 ข้อ 17 - 19 ข้อ 21 ข้อ 23 - 26
ข้อ 2 เรื่องอำนาจหน้าที่นายกรัฐมนตรีกับพวก เมื่อเกิดวิกฤตน้ำมันไม่บัญชาการสั่งการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปวัดถัง สต๊อกน้ำมันตามปั๊มน้ำมัน คลังน้ำมันทั่วประเทศตามที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องกระทำทุกครั้ง เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ตามอำนาจหน้าที่ (สิ่งที่ส่งมาด้วย 4) ก่อให้เกิดการค้ากำไรเกินควรจากโรงกลั่นน้ำมันและบริษัทผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ (สิ่งที่ส่งมาด้วย 5) เอาเปรียบผู้บริโภค ประกาศขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท จากสต็อกน้ำมันเก่าที่นายอนุทินยืนยันว่ามีน้ำมันสำรอง 100 วัน (สิ่งที่ส่งมาด้วย 6) ก่อเกิดความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วประเทศจากการบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับพวกอาจเป็นการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ข้อ 3 ขอให้สอบสวนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 53/2569 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 (สิ่งที่ส่งมาด้วย 7) และนายพิพัฒน์ฯ มีอำนาจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ว่าผิดจริยธรรมเหมือนนายอนุทินตามข้อ 1 หรือไม่ และกระทำการผิดกฎหมายใดหรือไม่ มีผลประโยชน์ทับซ้อนผิดกฎหมาย ป.ป.ช. หรือกฎหมายอื่นใดหรือไม่ เพราะนายพิพัฒน์ฯให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ว่า “เพราะตนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปรับน้ำมัน ตนไม่ได้มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อเดียว มีทั้งพีทีและยี่ห้ออื่น” (สิ่งที่ส่งมาด้วย 8)
ขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมาย ป.ป.ช.และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเร่งรัดตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเป็นการด่วนที่สุดเพราะผลักภาระให้กับประชาชนทั้งประเทศ ผิดศีลธรรม ไร้ธรรมาภิบาล ขาดสำนึกความเป็นรัฐบาล ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบผู้ถูกกล่าวหากับพวก ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย ลักษณะกลั่นแกล้งหรือทุจริตหาเงินจากภาวะน้ำมันแพงหรือไม่ กักตุนน้ำมันไม่ว่าตนเองหรือผู้อื่น มีผลประโยชน์ทับซ้อน และผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ หากได้ผลประการใดกรุณาแจ้งให้ข้าพเจ้าและพี่น้องประชาชนทราบภายใน 15 วัน จักขอบพระคุณยิ่ง