โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

End-of-Year Fatigue ทำไมยิ่งใกล้สิ้นปียิ่งขี้เกียจ!?!

Mission To The Moon

เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2564 เวลา 13.00 น. • Tanyaporn Thasak

 

ได้ยินคนพูดบ่อยๆ ว่าช่วงเทศกาลเป็น “ช่วงเวลาแห่งความสุข” แต่เรารู้สึกกันบ้างไหมว่า ยิ่งเข้าใกล้สิ้นปี เรายิ่งรู้สึกขี้เกียจกว่าเดิม เครียดกว่าเดิม และเหนื่อยกว่าเดิม ทั้งๆ ที่เราใกล้จะได้หยุดยาวในเทศกาลอย่างคริสต์มาสและปีใหม่แท้ๆ! 

.

อารมณ์คล้ายจะหมดไฟในช่วงท้ายปีนี้มีชื่อเรียกว่า “End-of-Year Fatigue” หรือ “ความเหนื่อยล้าในช่วงสิ้นปี”

.

แน่นอนว่าเราไม่ได้รู้สึกไปเองคนเดียว ใกล้เข้าเดือนธันวาคม หลายคนยิ่งรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบไม่มีกะจิตกะใจในการทำงาน ราวกับว่ามันเป็นปรากฏการณ์อะไรบางอย่าง แต่หากเราเปรียบเทียบชีวิตของเราในแต่ละปีเหมือนกับการวิ่งมาราธอนอาจเห็นภาพมากขึ้น เพราะว่าช่วงใกล้สิ้นปีก็ไม่ต่างจาก “โค้งสุดท้าย” ในการวิ่ง ที่เราทั้งหมดแรงกาย แรงใจ และใกล้หมดไฟมากที่สุด

.

ที่น่ากลัวคือหากปล่อยไว้ เราอาจเกิดอาการเบิร์นเอาท์ตามมาได้! จะทำอย่างไรหากเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์นี้อยู่ มาทำความเข้าใจ หาต้นสายปลายเหตุ หนทางแก้ไข และพากันเข้าเส้นชัยของปี 2021 อย่างงดงามกันเถอะ

.

.

สาเหตุของ “End-of-Year Fatigue” ความเหนื่อยล้าที่มาพร้อมกับช่วงเทศกาล

.

1) ชีวิตการทำงานที่ “เข้มข้น” ขึ้นเรื่อยๆ

.

ช่วงสิ้นปีเป็นช่วงที่เดดไลน์ของงานสารพัดใกล้เข้ามา เราจึงต้องจริงจังกับการทำงานเป็นพิเศษ ไหนจะต้องทำยอดให้ถึงเป้าก่อนสิ้นปี (หรือไม่ก็ทำเป้าหมายต่างๆ ให้ตรงตาม OKRs ที่ตั้งไว้) และการประชุมสรุปสิ่งที่ทำมาตลอดทั้งปีอีก

.

แค่งานที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ เราก็ต้องทำงานจนมือเป็นระวิงแล้ว แต่ยังไม่หมดแค่นั้น!  เพราะในช่วงท้ายปีเป็นช่วงที่เราต้องเตรียมตัวและวางแผนทิศทางต่างๆ สำหรับปีถัดไปด้วย ช่วงนี้เรียกได้ว่างานทั้ง ‘จริงจัง’ และ ‘เยอะ’ ในเวลาเดียวกัน

.

2) ช่วงเวลาแห่งการพบปะผู้คน

.

เดือนนี้เรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่งการ ‘นัดทานข้าว’ กับผู้คน ตั้งแต่งานเลี้ยงทีม งานเลี้ยงบริษัท นัดสังสรรค์กับเพื่อนประถม เพื่อนมัธยม เพื่อนมหาวิทยาลัย ไปจนถึงนัดกินข้าวกับครอบครัว

.

จริงๆ การได้กระชับสัมพันธ์กับคนในชีวิตถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่ทุกนัดมารวมตัวกันในเดือนเดียวเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นชาว Extroverts ที่ชอบสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจก็เหนื่อยเอาได้

.

ยิ่งไปกว่านั้น หากเราเป็น ‘แม่งาน’ ที่ต้องคอยจัดหาวันว่างตรงกันและหาร้านอาหารที่ทุกคนสะดวก ยิ่งรู้สึกท้อแท้และหมดแรงเป็นพิเศษ เพราะกว่าเพื่อนแต่ละคนจะตอบและหาตัวเลือกที่ตรงใจทุกคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

.

การพบปะกับ ‘ครอบครัว’ ยิ่งเป็นเรื่องน่าเหนื่อยใจสำหรับใครหลายๆ คน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับในครอบครัว หลายครั้งเราต้องทนฟังคำถามและคำพูดจาที่ไม่น่าฟังตลอดงาน ทั้งจากคนใกล้ชิดและญาติห่างๆ แม้อาหารจะอร่อยแค่ไหน แต่เรากลับไม่เจริญอาหารเอาเสียเลย

.

การศึกษายังพบอีกว่า ชาวอเมริกัน ​โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีครอบครัว มักจะเครียดเป็นพิเศษในช่วงท้ายปี เพราะพวกเขาต้องจัดบ้าน ทำอาหารและเลี้ยงต้อนรับคนจำนวนมากในงานสังสรรค์

.

3) ค่าใช้จ่ายเยอะ

.

สิ่งที่ทำเอาหลายคนปวดหัวกับช่วงท้ายปีคือ ‘ค่าใช้จ่าย’ ตั้งแต่ค่าเดินทางกลับบ้านเกิด เดินทางไปเที่ยว ค่าอาหารและเครื่องดื่มในงานสังสรรค์ ค่าของขวัญจับฉลากท้ายปี ไปจนถึงค่าข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าที่แห่มาลดราคาสิ้นปีอีก แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายเผื่อความสุขส่วนตัว แต่เมื่อจำนวนมันมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็อดที่จะเครียดไม่ได้ 

.

การศึกษาหลายงานพบว่ากว่า 86% ของคนยุคมิลเลนเนียลใช้จ่ายเกินตัวในช่วงวันหยุด และมีหลายปัจจัยด้วยกันที่ทำให้เราเป็นเช่นนั้น ตั้งแต่การตกเป็นทาสการตลาด ความเครียด และการไม่วางแผนทางการเงิน ดังนั้นในช่วงนี้เราควรวางแผนค่าใช้จ่ายให้ดีและทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อที่เราจะได้ไม่มาเครียดเรื่องเงินในภายหลัง

.

4) ความตื่นเต้น!

.

แม้งานจะเยอะ แต่ความอยากช็อป อยากหยุดพักผ่อน และอยากวางแผนเที่ยวก็เยอะไม่แพ้กัน! หลายคนรู้สึกได้เลยว่าบางครั้งที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำงานไม่ได้ ก็เป็นเพราะตัวเราเองที่ตื่นเต้นเกินไป ทั้งนี้เป็นเพราะเมื่อเราตื่นเต้น ร่างกายจะหลั่งสารอะดรีนาลีน ซึ่งส่งผลให้เราตื่นตัวมากเกินไปและอยู่ไม่สุขนั่นเอง

.

ความตื่นเต้นฟังดูเป็นเรื่องดีๆ ในชีวิต แต่เมื่อใดที่มันส่งผลต่อการตัดสินใจของเรา ทำให้เราวางงานลงแล้วพูดว่า “ไว้ค่อยทำพรุ่งนี้”ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้

.

.

รับมืออย่างไรกับอารมณ์ว้าวุ่นใจช่วงท้ายปี

.

จะเห็นได้ว่าช่วงสิ้นปีเป็นช่วงที่ชีวิตด้านการงาน การเงิน และความสัมพันธ์ส่วนตัวต่างมีบทบาทเข้มข้นขึ้นมาพอๆ กัน หากเราอยากเลี่ยงอาการเหนื่อยล้า End-of-Year Fatigue เราต้องเตรียมรับมือไว้ให้ดี

.

1) วางแผนชีวิตให้ดี

.

แจกแจงชีวิต 1 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีออกมาว่ามีงานไหนต้องทำบ้าง วันไหนต้องไปปาร์ตี้บ้าง และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จดทุกอย่างแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยมากๆ (อย่างการไปตัดผมหรือไปทำเล็บ) การจดบันทึก ‘สิ่งที่ต้องทำ’ ที่พันกันวุ่นวายอยู่ในหัว เรียบเรียงมันออกมาให้เป็นข้อๆ นี้เอง จะช่วยให้เรามองเห็นภาพใหญ่และรู้สึกกังวลน้อยลง

.

เท่านั้นยังไม่พอ เนื่องจากช่วงปลายปีมีสิ่งที่ต้องทำเยอะ เราอาจตื่นเต้นกับมันเป็นพิเศษจนหลายครั้งตัดสินใจ ‘พลาด’ เพราะใช้อารมณ์เป็นหลัก 

.

ลองจินตนาการถึงตัวเราที่กำลังทำงานสำคัญอยู่ แต่เพื่อนดันโทรมาออดอ้อนให้ออกไปสังสรรค์ด้วยกันดู มีความเป็นไปได้สูงว่าเราอาจจะเทงานทิ้ง ออกไปพบปะผู้คนและปล่อยให้งานเป็นเรื่องของเราในวันพรุ่งนี้

.

การออกไปใช้ชีวิตบ้างเป็นเรื่องดี แต่หากเราทำเช่นนี้บ่อยๆ ตัวเราในวันพรุ่งนี้อาจเหนื่อยจนเบิร์นเอาท์เอาได้ หากเราตระหนักถึงสิ่งที่ต้องทำและตารางชีวิตในภาพใหญ่ เราอาจตัดสินใจในการบริหารเวลาได้ดีขึ้น

.

.

2) เตรียมรับมือกับความเครียด

.

ในช่วงท้ายปีเรื่องงานมักจะเข้มข้นขึ้นและมีหลายอย่างที่ต้องทำให้สำเร็จตามเดดไลน์ ดังนั้นจะหลีกเลี่ยงจากความเครียดคงเป็นเรื่องยาก สิ่งที่เราสามารถทำได้คือเตรียมตัวรับมือกับมัน อย่างการล็อกเวลา 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อไปออกกำลังกาย เล่นโยคะ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ

.

บ่อยครั้งหลังจากกลับมาจากที่ทำงานในวันหนักๆ เรามักจะนอนแช่อยู่บนโซฟาและเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ เพราะความเหนื่อยล้าและคิดอะไรไม่ออก ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าการใช้เวลากับโซเชียลมีเดียบางครั้งก็กินเวลาเราไปมากและทำให้สุขภาพจิตเราแย่ หากเราสามารถลิสต์กิจกรรมในการดูแลตัวเอง (Self-care Routine) ในวันแย่ๆ ไว้เลยจะช่วยได้เยอะ อย่างเช่น สั่งอาหารร้านที่ชอบมาทาน ดูซีรีส์เรื่องโปรด แช่น้ำร้อนๆ สักครึ่งชั่วโมง และจุดเทียนหอมสร้างบรรยากาศให้ห้องนอนดูผ่อนคลายก่อนนอน

.

.

3) เขียนถึงตัวเองในวันสุดท้ายของปี

.

หากเราเริ่มเหนื่อยล้ามาสักพักแล้วและต้องการแรงใจในการไปต่อโค้งสุดท้าย ลองจินตนาการว่าวันนี้เป็นวันที่ 31 ธันวาคมแล้วและหยิบสมุดมานั่งเขียน ‘ความสำเร็จ’ ของเราดู แน่นอนว่าความสำเร็จเหล่านั้นจะยังเป็นความสำเร็จในจินตนาการ เพราะในชีวิตจริงเราอาจกำลังทำงานงานนั้นอยู่ แต่การได้จินตนาการถึงช่วงเวลาที่เราทำสิ่งยากๆ เสร็จแล้ว ได้ขอบคุณตัวเองที่อดทน และได้ดื่มด่ำกับความสำเร็จ ความรู้สึกที่ตามมาพร้อมกับสิ่งเหล่านี้นี่แหละ จะช่วยผลักดันให้เราทำตามที่คิดไว้ได้อย่างดีเลย

.

.

ปี 2021 ที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด สถานการณ์บ้านเมือง เรื่องงาน และเรื่องชีวิตส่วนตัว หากจะรู้สึกเหนื่อยและหมดไฟในช่วงสิ้นปีก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร สิ่งที่สำคัญก็คือวางแผนงานและเวลาดีๆ จะได้ไม่เครียดกว่าเดิม หาเวลาพักผ่อน และใจดีกับตัวเองบ้าง

.

เราเก่งมากๆ แล้วที่ผ่านมาได้และในปีต่อไปมีสิ่งดีๆ รอเราอยู่มากมายนะ :)

.

.

อ้างอิง

https://bit.ly/3EDHyVT

https://bit.ly/3pIPE9y

https://bit.ly/3IyZZxy

https://cnb.cx/3ICypQa

.

#missiontothemoon

#missiontothemoonpodcast

#psychology

#inspiration

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...