โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

บ้านหรูหรายังมีเศรษฐีซื้อ เอสซีจ่อเปิดขาย 5 หลังๆ กว่า 200 ล้านบาท ชี้ปัจจัยลบ 3 ข้อใหญ่ ตลาดบ้านเดี่ยวล้นความต้องการ บ้านรอระบาย 5 ปี หันพึ่งรายได้ประจำ 2 กลุ่มธุรกิจ

BTimes

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2568 เวลา 23.27 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 นี้ เผชิญความท้าทายจากข้อจำกัดใหญ่ ได้แก่ หนี้ครัวเรือนสูงที่ระดับ 85-90% ทำให้ฉุดกำลังซื้อคนน้อยลง ขณะที่เกิดภาวะบ้านล้นตลาด โดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวต้องรอการขายนาน 5 ปี ในภาวะปกติใช้เวลาราว 2 ปี ซึ่งคาดว่าอีก 3 ปี จึงจะกลับสู่สภาวะปกติ ตอนนี้กลุ่มที่ค่อนข้างขายได้คือ บ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป สุดท้าย คือ ความเชื่อมั่นของลูกค้าต่ำ ทำให้คนไม่มั่นใจเศรษฐกิจ ส่งผลให้ไม่กล้าจับจ่ายมากนัก ส่วนข้อจำกัดที่ไม่สามารถควบคุมได้ ยังคงต้องจับตาความผันผวนเศรษฐกิจโลก จาทรัมหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่มีทั้งโอกาสและความท้าทาย

บริษัทฯ ทำการปรับพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อกระจายความเสี่ยง ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจที่อยู่อาศัย ในปัจจุบันมี 96 โครงการ รวมมูลค่า 94,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่รวม 15 โครงการ มูลค่า 28,000 ล้านบาท ประกอบด้วยบ้านแนวราบ 12 โครงการ มูลค่า 18,000 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมจำนวน 3 โครงการ มูลค่า 10,000 ล้านบาท ไฮไลต์ คือ การเปิดตัวโครงการบ้านหรู SONLE จำนวน 5 ยูนิต ราคาเริ่มต้นหลังละ 200 ล้านบาทเป็นครั้งแรก ขนาดใหญ่ราวครึ่งไร่ มีพื้นที่ใช้สอย 1,300–1,500 ตร.ม. จากเดิมเคยเปิดตัวราคาหลัก 100 ล้านบาท ในโครงการ 95E1 และ คอนนาเซอร์ สาเหตุจากยังคงมีความต้องการจากกลุ่มเศรษฐีที่อยากมีบ้านขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ประกอบกับบ้านแนวราบกลุ่มอื่น ๆ ยังเผชิญปัญหาซัพพลายล้น

”ปีนี้วางเป้ายอดขาย (พรีเซล) 26,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% (YoY) ประมาณ 23,000 ล้านบาท (สัดส่วน 92% จากพอร์ตฯ รายได้รวม) ปัจจุบันมีแบ็กล็อกในมือราวๆ 17,000 ล้านบาท“

ถัดมาเป็นธุรกิจรายได้ประจำ ปัจจุบันมี 19 โครงการ ครอบคลุมทั้งโรงแรม ออฟฟิศ คลังสินค้า และอพาร์ตเมนต์ในอเมริกา ในส่วนธุรกิจโรงแรมนั้น บริษัทฯมีแผนขยายให้ครบ 1,000 ห้องภายใน 3 ปี เนื่องจากการเติบโตของนักท่องเที่ยว เช่น KROMO บริหารกลุ่ม Hilton และ The Standard Pattaya ที่บริษัทร่วมทุนกับกลุ่มซินเน็ค เตรียมจะเปิดตัวกลางปี 2568 นี้ ด้านธุรกิจแวร์เฮ้าส์ บริษัทฯเตรียมขยายพื้นที่ใน 3 โซน ได้แก่ บางนา กม.20 จำนวน 78,000 ตร.ม., แหลมฉบัง 46,000 ตร.ม. และอมตะ ชลบุรี 37,000 ตร.ม. เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีพื้นที่แวร์เฮ้าส์ประมาณ 200,000 ตร.ม.

สุดท้ายเป็นธุรกิจใหม่ เกี่ยวกับการบริการที่อยู่นอกกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเตรียมเปิดตัวปี 2569 เป็นต้นไป

“บริษัทฯ ตั้งเป้าให้กลุ่มธุรกิจที่ 2-3 หรือ ธุรกิจรายได้ประจำ และธุรกิจใหม่ เกี่ยวกับการบริการที่อยู่นอกกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มีตัวเลข EBIDA สูง 25% จากตอนนี้อยู่ที่ 20% รวมถึงตั้งเป้าปี 2568 มีรายได้ 25,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เปรียบเทียบช่วงเดียวกันกับปีผ่านมา ประกอบด้วยรายได้จากแนวราบ 70% คอนโดมิเนียม 22% และ ธุรกิจในกลุ่มที่ 2 และ 3 รวมประมาณ 8% ทั้งนี้ ภายใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้ามีรายได้แตะ 30,000 ล้านบาท ขณะที่วางงบลงทุนซื้อที่ดินในปีนี้อยู่ที่ 7,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...