แก่แล้วจะอยู่ยังไง ?
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : วิมล ตัน
ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society) หมายความว่า เป็นสังคมที่มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ขึ้นไป หนำซ้ำไทยยังมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นรวดเร็วเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยอันดับ 2 คือ สิงคโปร์ และอีกไม่ถึง 15 ปีข้างหน้า ไทยจะแซงสิงคโปร์
อีกข้อมูลที่ทำให้ต้องคิดหนัก คือ คนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น โดยปี 2568 ผู้ชายไทยจะมีอายุเฉลี่ยถึง 80 ปี ขณะที่ผู้หญิงจะอายุยืนกว่า คือ อยู่ที่ 82 ปี
หมายความว่า ถ้าคุณอายุ 60 ปี เกษียณการทำงานในปีนี้ คุณจะต้องเตรียมเงินออมสำหรับการใช้ชีวิตให้ได้อีก 20 ปี โดยไม่มีงาน ไม่มีรายได้ประจำ
ยิ่งไปกว่านั้น เริ่มมีสถิติแล้วว่า สังคมไทยเริ่มมี “คนตาย” มากกว่า “เด็กเกิดใหม่” เพราะคนรุ่นใหม่ไม่นิยมมีบุตร ทำให้ไทยกำลังจะเป็น “สังคมเชิงเดี่ยว” และผู้สูงอายุน่าจะมีแนวโน้มต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง
น่ากลัวว่า ไทยอาจจะเดินตามรอยประเทศญี่ปุ่น ที่มีข่าวพบคนแก่เสียชีวิตลำพังในบ้านพัก ผ่านไปเป็นสัปดาห์กว่าที่จะมีคนพบศพ หรือข่าวบ้านถูกทิ้งร้างมากมายเพราะไม่มีลูกหลานรับช่วงต่อ
แต่ท่ามกลางวิกฤตสังคมผู้สูงวัย ย่อมมี “โอกาส” ทางธุรกิจเกิดขึ้น
อย่างที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) คุณอั๋น-ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการ กบข. มองเห็นโอกาสการลงทุน เพราะน่าจะมี Demand เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
เป็นที่มาของแนวคิดการลงทุนธุรกิจที่พักสำหรับคนสูงวัยSenior Housing ซึ่งนอกจากปัจจัยสนับสนุนการมีคนสูงอายุเพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังมีความต้องการจากสมาชิกของ กบข.เอง ที่ตลอดการทำงานราชการใช้สวัสดิการบ้านพักหลวงมาตลอด
เมื่อถึงเวลาเกษียณอายุราชการแล้ว อยากมีที่อยู่อาศัยโดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ
ไอเดียก็คือ สมาชิกจะสามารถเข้ามาอยู่อาศัยในที่พักสำหรับคนสูงวัยได้จนถึงวันเสียชีวิต หลังจากนั้น กบข.ก็จะปรับปรุงเพื่อให้สมาชิกรายใหม่อยู่ต่อ
ไอเดียของ กบข. ไม่ได้ต้องการทำ “เนิร์สซิ่งโฮม” เพราะ Senior Housing เป็นที่พักอาศัยในรูปแบบการเป็นสมาชิก โดยผู้อยู่อาศัยที่เกษียณแล้วยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง สามารถทำกิจกรรมการใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะถือว่าคนอายุ 60 ปี ไม่ใช่คนแก่ สามารถออกท่องเที่ยว พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง รับงานอิสระที่ไม่ใช่งานประจำได้
คุณอั๋นเล่าว่า โจทย์ที่ท้าทายของสังคมไทย ก็คือ การเปลี่ยนแปลงด้านประชากร เรากลายเป็นสังคมผู้สูงวัย แถมคนแต่งงานกันน้อยลง หรือแต่งงานแล้วมีบุตรน้อย หรือเลือกที่จะไม่มีบุตร ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศอย่าง ญี่ปุ่น หรือสหรัฐ เป็นต้น
กบข.เริ่มศึกษารูปแบบการลงทุนในธุรกิจ Senior Housing โดยจะเริ่มจากการร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายประเทศ เช่น ที่ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ และจีน ซึ่งประเทศเหล่านี้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก่อนไทย
คาดหมายว่า กบข.จะเริ่มลงทุนได้ภายในปี 2568 นี้
แต่สำหรับการลงทุนทำที่พักผู้สูงวัยในเมืองไทยอาจจะต้องรอไปอีกหลายปี คุณทรงพลเล่าว่า กบข.ยังจำเป็นต้องศึกษาให้รอบด้าน ต้องใช้เวลาในการสะสมประสบการณ์ เพราะการทำที่พักให้ตรงใจ และตอบโจทย์ผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่สิ่งที่สำคัญ และเร่งด่วนกว่า ก็คือ คนทำงาน มนุษย์เงินเดือนที่กำลังจะเกษียณการทำงาน กลายเป็นผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เตรียมตัวเก็บออมไว้สำหรับชีวิตหลังเกษียณอีก 20 ปี ไว้เพียงพอหรือยัง
ว่ากันว่า เงินก้อนนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามค่าครองชีพ ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสดใส ทำให้รายได้ขึ้นไม่ทันค่าใช้จ่าย จากเดิมคิดว่า มี 5-6 ล้านบาทต่อคน น่าจะพอใช้ชีวิตหลังเกษียณ
แต่วันนี้ สงสัยต้อง 7-8 ล้านบาท ถึงจะเอาอยู่ !!
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แก่แล้วจะอยู่ยังไง ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net