โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถาปนิกคนดัง ‘ดวงฤทธิ์ บุนนาค’ มอง ‘ตึก สตง. ถล่ม’ วิบัติทั้ง ‘โครงสร้าง-ระบบราชการ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 เม.ย. 2568 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. 2568 เวลา 08.51 น. • The Bangkok Insight

"ดวงฤทธิ์ บุนนาค" ให้ความเห็นทางสถาปนิก กรณี "ตึก สตง.ถล่ม" มองวิบัติทั้งโครงสร้าง และระบบราชการ ชี้ ผู้ควบคุมงานมีบทบาทสำคัญ หวังหาตัวคนผิดได้ถูกคน และนำสังคมออกจากวังวนการคอร์รัปชั่น

นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิก และนักออกแบบชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Duangrit Bunnag แสดงความเห็นเกี่ยวกับการตรวจสอบหาสาเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า

ตึก สตง. ถล่ม

ได้อ่านบทวิเคราะห์ด้านโครงสร้างตึก สตง. ที่พังลงมา หลายคนพยายามวิเคราะห์กันแล้ว จึงอยากให้ความเห็นในฐานะสถาปนิก

การออกแบบอาคารสูงโดยทั่วไป วิศวกรจะไม่ได้คำนวนให้ lift core เป็น shear wall เพื่อรับแรงด้านข้างแต่เพียงอย่างเดียว เพราะถ้าทำแบบนั้น lift core ที่เป็น shear wall นั้นจะใหญ่โตมาก เมื่อเทียบกับขนาดของผังพื้น ซึ่งจะทำให้การใช้สอยทางสถาปัตยกรรมไม่เวิร์ค

ส่วนใหญ่ที่เราทำกันจริง ๆ คือออกแบบให้เสา-คานทั้งอาคาร ยึดกันเป็น rigid frame ใน 3 มิติ เพื่อให้ตัวอาคารทั้งอาคาร เมื่อประกอบกับ lift core แล้ว สามารถ รับแรงลมได้เพิ่มมากขึ้นอย่างปลอดภัย

ถ้าคำนวนแต่ lift core รับแรงด้านข้าง ก็จะเริ่มเห็นภาพเปรียบเทียบได้เหมือนเป็นเสาที่เล็ก รับแรงด้านข้างได้น้อยมาก แต่ถ้าทั้งตึกกลายเป็นโครงสร้างที่รับแรง โครง rigid frame ทั้งหมด ก็จะทำหน้าที่รับแรงด้านข้างไปด้วย เปรียบเสมือนเป็นเสาที่ขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะรับแรงดีขึ้น

อาคารส่วนใหญ่จึงออกแบบให้ elements ที่รับแรงด้านข้าง ประกอบไปด้วยทั้ง lift core ที่เป็น shear wall และ rigid frame ของเสาและคานรวมกัน

ดังนั้น ต่อให้ lift core เสียหาย rigid frame ก็จะยังรับแรงด้านข้างได้ส่วนหนึ่ง รวมถึงน้ำหนักอาคารตามแนวดิ่งไว้ด้วย และไม่พังลงมา (อ้างอิงจากคำแนะนำของวิศวกรหลายท่านที่ออกแบบตึกสูงมาด้วยกัน)

ในกรณีของตึกอาคาร สตง. นั้น พังลงทั้งหมดแทบจะในทันที อาการเหมือนกับ rigid frame นั้น fail ก่อน lift core ด้วยซ้ำ คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับ rigid frame ทำไมถึงยุบตัวลงมาเร็วมาก

เวลาเราออกแบบโครงสร้างอาคารแบบพื้น flat slab post tension เนื่องจากเป็นระบบพื้นที่ไม่มีคาน รอยต่อของหัวเสากับแผ่นพื้น จึงเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุด

ตึก สตง. ถล่ม

ถ้าจะให้พฤติกรรมเป็น rigid frame แบบเสาคาน รอยต่อตรงนี้ต้องมีพฤติกรรมเป็น fix joint ไม่ใช่ hinge joint แต่ถ้าออกแบบเป็น hinge joint ก็ทำได้ แต่ต้องมี cross bracing เพิ่ม ที่เรามักจะเห็นเป็นโครงสร้างทะแยงขึ้นไปตามความสูง ซึ่งมักจะเป็นโครงสร้างเหล็กที่จะมีพฤติกรรมไปทาง hinge มากกว่า fix

ถ้าเป็นพื้น flat slab post tension แล้วอยากให้พฤติกรรมเป็น fix joint ก็ต้องเพิ่มความหนาพื้น ถ้าไม่เพิ่มทั้ง slab ก็ต้องทำ drop panel ที่หัวเสา ถ้าเพิ่มขนาดพื้นไม่ได้ ก็ต้องเพิ่มขนาดเสา วิศวกรก็จะกำหนดขนาดสัดส่วนตรงนี้ให้สถาปนิกว่ามากแค่ไหนถึงจะพอ

ในกรณีที่มีการแก้แบบโครงสร้างอาคารเพื่อลดงบประมาณ หรือลดมิติของโครงสร้างด้วยเหตุใด ๆ ก็จะเป็นการแก้ความหนาพื้นและเสานี่แหละครับ

คนที่แก้ถ้าประสบการณ์น้อย ก็จะคำนวนแต่น้ำหนักบรรทุกของอาคาร ซึ่งก็จะได้ขนาดเสามันดูเหมือนจะเล็กลงได้ แต่ไม่ได้พิจารณาสัดส่วนของเสาที่เล็กเกินไป จนพฤติกรรมของเสา และ flat slab ไม่กลายเป็น fix joint และ frame นั้นกลายไปเป็น hinge joint โครงสร้าง frame อาคารจึงไม่เป็น rigid frame อีกต่อไป

เมื่อรับแรงด้านข้างจนถึงจุดวิกฤติของ frame นั้น อาคารจึงล้มยุบตัวลงมาพร้อมกันอย่างรวดเร็วในแนวดิ่ง ไม่โอนเอียงไปทางไหนเลย เพราะรับแรงด้านข้างไม่ได้ และสูญเสียความสามารถในการรับแรงแนวดิ่งไปพร้อมกัน

เมื่อ rigid frame ที่เป็น element ที่รับแรงด้านข้าง และแรงแนวดิ่งเกิดวิบัติ lift core shear wall ที่ออกแบบมารับแรงด้านข้าง และไม่พอรับแรงแนวดิ่งแน่นอน จึงเอาไม่อยู่ และพังลงตามกันมา

ตึก สตง. ถล่ม

ถ้าเป็นจริงตามข้อสันนิษฐานนี้ จึงเป็นการวิบัติของ rigid frame ก่อน lift core shear wall นะครับ ไม่ใช่ lift core shear wall วิบัติก่อน เพราะถ้า life core shear wall วิบัติก่อน rigid frame ก็น่าจะยังรับน้ำหนักแนวดิ่งบางส่วนไว้ได้ ไม่น่าพังยุบตัวลงมาในทันที

ที่แน่ ๆ คือการวิบัติจากแรงด้านข้างนี้ การรับน้ำหนักของเข็ม และฐานราก มีผลน้อยมาก เพราะไม่ได้เป็นการยุบตัวของ substructure เลย ไม่ล้มไม่เอน แต่มันยุบตัวลงมาพร้อมกัน

การช่วยกันวิเคราะห์ในเชิงวิชาการ จะทำให้เรามองหาสาเหตุของความเสียหายในครั้งนี้เจอกันได้เร็วขึ้น ซึ่งมีคนที่ต้องรับผิดชอบแน่นอน ไม่ใช่ความผิดเชิงภัยพิบัติอย่างเดียวแน่นอน (เพราะทั้งประเทศพังอยู่ตึกเดียว) จะได้ไม่ไปโทษเหล็ก โทษคนสร้างกันแต่เพียงอย่างเดียวก็ไม่ถูก

คนสร้างมีหน้าที่ต้องสร้างตามแบบ ซึ่งเป็นที่แก้ไขไปจากที่ผู้ออกแบบได้ออกแบบไว้ ถ้าคนสร้างไม่สร้างตามนั้น ผู้ควบคุมงานก็มีหน้าที่ตรวจสอบ และไม่อนุมัติจ่ายเงินตามงวด เขาก็ต้องสร้างตามนั้นแน่ ๆ สร้างตามที่คนที่เซ็นอนุมัติแก้ไขแบบไปจากแบบที่ออกแบบไว้

เรื่องเริ่มซับซ้อนขึ้นก็ตอนที่นักข่าวมาเจอว่า ผู้ควบคุมงานที่เซ็นแก้แบบ ก็ดันโดนปลอมลายเซ็นมาเสียอีก สวมชื่อวิศวกรคนอื่นมาควบคุมงาน

เล่นกันใหญ่โตขนาดนี้ แสดงว่ามีเหตุที่ต้องการให้แก้ไขแบบ ในวิธีที่ผู้ควบคุมงานไม่ยอมเซ็น ต้องไปปลอมลายเซ็นคนอื่นมาใส่ คณะกรรมการตรวจการจ้างของ สตง. (ซึ่งปรกติมีหน้าที่ไปตรวจคนอื่น!!) จะไม่รู้เห็นอะไรเลย มันก็แปลกอยู่

"ผมถึงบอกว่าเรื่องนี้มันลึกทั้งในเชิงการวิบัติของโครงสร้าง และความวิบัติของระบบราชการ แต่ความผิดนั้นรวบยอดไปที่คนกลุ่มเดียวครับ และหวังว่าในอีกไม่นาน เราจะได้เปิดหน้าคนเหล่านั้นออกมาให้เห็นกันประเทศไทยจะได้ออกไปจากวังวนของคอร์รัปชันที่สมบูรณ์แบบนี้เสียที"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...