โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

The Trauma Code in Real life ทำไมการใช้เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ถึงมีค่าใช้จ่ายสูง ?

BT Beartai

อัพเดต 11 ก.พ. 2568 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 06.03 น.
The Trauma Code in Real life ทำไมการใช้เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ถึงมีค่าใช้จ่ายสูง ?

หลายคนน่าจะได้ดูซีรีส์ที่ยอดการเข้าชมทะลุระดับโลกไปแล้วอย่าง The Trauma Code หรือ ชั่วโมงโกงความตาย ใน Netflix ซีรีส์เรื่องนี้ชนะใจผู้ชมเป็นอย่างมาก เพราะมีความเสียสละ ความเป็นเพื่อนมนุษย์ ความยากลำบาก การเอาชนะทั้งตัวเอง เอาชนะทั้งความเป็นไปไม่ได้ รวมอยู่ในซีรีส์เรื่องนี้

และหัวใจของเรื่องคือ ‘เฮลิคอปเตอร์การแพทย์’ นั่นเองค่ะทุกคน ที่เป็นส่วนสำคัญในเนื้อเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะในซีรีส์นี้ตัวพระเอก (อาจารย์หมอ) เอง ต้องการช่วยคนไข้ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก แต่ไปช่วยไม่ได้เนื่องจาก การใช้เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ในแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทำ รพ. ติดลบ ต่าง ๆ นานา ถ้าใครอยากรู้ว่าเหตุผลคืออะไรต้องไปหารับชมกันแล้วค่ะ

แต่วันนี้แอดจะพามาไขข้อเท็จจริงว่าการใช้เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ นั้นแพงจริงมั้ย และทำไมถึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วทั้งที่เป็นการช่วยชีวิตคน ? มีเหตุผลอะไรที่ซับซ้อนมากกว่านั้นมั้ย เจาะลึกไปด้วยกันผ่านบทความนี้ค่ะ

เฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ใช้ครั้งแรกเมื่อไหร่ ?

ต้องเล่าก่อนว่าการใช้เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ เริ่มใช้ครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพสหรัฐอเมริกาที่ได้นำเฮลิคอปเตอร์มาใช้ในการลำเลียงทหารที่ได้รับบาดเจ็บออกจากสนามรบ เฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ เรียกอีกอย่างว่า “Sky Doctor” คือบริการการแพทย์ฉุกเฉินรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้เฮลิคอปเตอร์เป็นพาหนะในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลให้รวดเร็วมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล เข้าถึงยาก หรือมีสภาพการจราจรติดขัด

ซึ่งภายในซีรีส์ The Trauma Code ค่อนข้างที่จะใช้บ่อยพอสมควร แต่จะเห็นได้ว่าในสถานที่ที่ไป ล้วนเป็นพื้นที่เข้าถึงยากมาก ๆ อย่างเช่นภูเขา โดยปัจจุบันเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์มีใช้กันมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียวค่ะ (ที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ) ซึ่งประเทศไทยเราก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการให้บริการเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ โดยมีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ให้บริการนี้ เช่น กระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เช่น รพ. กรุงเทพ ที่มีบริการด้านนี้โดยเฉพาะ เป็นต้น

เฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์รุ่นแรกที่ใช้ในโลก

Sikorsky R-4 เป็นเฮลิคอปเตอร์รุ่นแรกที่นำมาใช้ในภารกิจทางการแพทย์ มีลักษณะเด่นคือสามารถลงจอดในพื้นที่จำกัดได้ ทำให้มีความเหมาะสมในการใช้งานในพื้นที่ทุรกันดารหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน ง่าย ๆ เลยคือ โฉบเฉี่ยว ลงจอดได้สบาย ๆ รวดเร็วทันใจ ทำนองนั้นค่ะ และถึงแม้จะเป็นรุ่นแรก แต่ก็ยังไม่ได้เป็นรุ่นที่ยอดนิยมมากที่สุด เพราะตำแหน่งนี้เป็นของรุ่น Eurocopter EC135/EC145 เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก เนื่องจากมีความคล่องตัวสูง ลงจอดในพื้นที่จำกัดได้ และมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางพอสำหรับทีมแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์

Sikorsky R-4
Eurocopter EC135
Eurocopter EC145

พื้นที่โดยสารที่กว้างก็ต้องมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เหล่านักบินทำงานได้ง่ายดายและสะดวกขึ้น เช่น เทคโนโลยีกล้องตรวจจับความร้อน สำหรับช่วยค้นหาผู้ป่วยเวลากลางคืน, เทคโนโลยีเรดาร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง ใช้สำหรับการป้องกันการชนโดยเฉพาะ เพราะการขึ้นบินอาจจะมีความเสี่ยงต่าง ๆ ได้ อย่างการชนนก หรือส่วนใดของภูเขา, เทคโนโลยี Night Vision ที่จะช่วยให้นักบินมองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นในเวลากลางคืน เป็นต้น

เทคโนโลยีและการรักษาเฉพาะทาง

การรักษาบนเครื่องบินโดยส่วนใหญ่จะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งหมด และการรักษาก็ต้องควบคู่กับเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีเฉพาะทางอย่าง ECMO Transport เครื่องหัวใจและปอดเทียมแบบเคลื่อนที่ ใช้สำหรับช่วยผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน, กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน, อาการปอดอักเสบหรือติดเชื้ออย่างรุนแรง และปัจจุบันเทคโนโลยีนี้มีให้บริการที่ รพ. กรุงเทพ โดยเฉพาะ

Bangkok Heart Hospital

เฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ขึ้นบิน 1 ครั้งใช้เงินเท่าไหร่ ?

แล้วเหตุผลที่ใหญ่ที่สุดในการใช้เฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ ไปช่วยคนไข้ก็คือเรื่อง ‘เงิน’ ถ้ายกตัวอย่างจากตัวซีรีส์เอง จะเห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะมีเรื่องงบ รพ. และ ภาครัฐ เข้ามาเกี่ยวข้อง แท้จริงแล้วซีรีส์ก็สร้างมาได้คล้ายคลึงกับเรื่องจริงอยู่อย่างก็คือ แพงจริงค่ะ และค่าบริการก็จะแตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้ว ค่าเช่าเฮลิคอปเตอร์จะคิดเป็นรายชั่วโมง ซึ่งอาจมีราคาตั้งแต่หลายหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนบาทต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรุ่นและขนาดของเฮลิคอปเตอร์

มีเรื่องค่าบริการของทีมแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยก็เป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจมีราคาตั้งแต่หลายพันบาทไปจนถึงหลายหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของอาการป่วยและอุปกรณ์ที่จำเป็นนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับระยะทางด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐฯ ค่าใช้จ่ายในการขึ้นบินจะคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง มีความผันผวนและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซึ่งสามารถแจกแจงได้ ดังนี้

  • ปัจจัยด้านการแพทย์ : ระยะทางในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ประเภทของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษาอาการของผู้ป่วยระหว่างการเคลื่อนย้าย เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรืออุปกรณ์เฉพาะทางอื่น ๆ รวมถึงทักษะและประสบการณ์ของทีมแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย หากเป็นทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีทักษะสูง ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
  • ปัจจัยด้านอากาศยาน : ประเภทของเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีสมรรถนะสูงกว่า มักมีค่าใช้จ่ายมากกว่าเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายยังรวมถึงชั่วโมงการทำงานของนักบินและลูกเรือ ค่าเชื้อเพลิง และค่าบำรุงรักษาเครื่องบิน
  • ปัจจัยด้านกฎระเบียบและข้อบังคับ : ข้อจำกัดในการเดินทางและระเบียบข้อบังคับระหว่างประเทศ อาจส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมการบินผ่านน่านฟ้า ค่าธรรมเนียมการลงจอด หรือค่าบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการเฮลิคอปเตอร์พยาบาลทางอากาศต่อเที่ยวบินจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 ถึง 55,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 4 แสน – 2 ล้านบาท เลยทีเดียวค่ะ

ภาวะขาดทุนจากการช่วยผู้คนในภาวะฉุกเฉิน

ในซีรีส์จะมีเรื่องงบกำไรขาดทุนของโรงพยาบาลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และเราจะเห็นได้ว่ามีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่เรื่องนี้คล้ายคลึงกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ข้อมูลชี้ว่าโรงพยาบาลสูญเสียเงินค่ารักษาพยาบาลที่ยังไม่ได้รับชำระจากผู้ป่วยฉุกเฉินไปกว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1 ล้านล้านบาท ในปีเดียว

แม้ว่าโรงพยาบาลจะมีรายได้จากการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินเกินกว่าต้นทุนอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยที่ไม่ได้ชำระค่ารักษาพยาบาล

ปัญหาทางการเงินนี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อโลกต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ และโรคระบาด ที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ในแผนกฉุกเฉินกลับมีจำนวนจำกัด ทำให้แพทย์ต้องทำงานหนักขึ้น

และการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเงินเดือนของบุคลากรคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของต้นทุนโรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถจ้างบุคลากรเพิ่มได้ แม้ว่าจะฉุกเฉินมากแค่ไหนก็ตาม

เรื่องนี้ยังสอดคล้องกับระบบการแพทย์ในเกาหลีใต้เมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการประท้วงหยุดงานของแพทย์จบใหม่หลายพันชีวิต เพื่อต่อต้านนโยบายเพิ่มโควตานักเรียนแพทย์ 2,000 ที่นั่ง แพทย์จบใหม่มองว่าการเพิ่มจำนวนแพทย์ไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง สิ่งที่แท้จริงคือค่าตอบแทนที่ไม่สมเหตุสมผล ภาระงานที่หนักเกินกำลัง และคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ ซึ่งนั่นมันเป็นการบั่นทอนกำลังใจและประสิทธิภาพของบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างมาก

และในเรื่องทุกคนจะได้ยินคำนี้กันอยู่บ่อย ๆ ที่ว่า ‘หมอหัตถ์พระเจ้า’ ไม่ใช่แค่คำพูดที่ดูเอาเท่ภายในเรื่องเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วมีแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของศัลยแพทย์ด้านบาดเจ็บวิกฤติฉุกเฉิน ดร. อี กุก-จอง ที่ชีวิตในวัยเด็กของเขาต้องเผชิญกับความยากลำบาก พ่อของเขาเป็นทหารผ่านศึกในสงครามเกาหลีที่พิการจากการรบ ทำให้ครอบครัวต้องดำรงชีพด้วยอาหารปันส่วนจากรัฐบาล

ดร. อี กุก-จอง (ที่มา : Thaipublica)

แรงผลักดันที่ทำให้ ดร. อี มุ่งมั่นที่จะเป็นแพทย์มาจากประสบการณ์ที่พ่อของเขาได้รับการปฏิเสธการรักษาจากโรงพยาบาลใกล้บ้าน แม้ว่าจะมีบัตรสวัสดิการรักษาฟรีก็ตาม ทำให้เขาต้องพาพ่อไปรักษาที่โรงพยาบาลที่อยู่ห่างไกล เขาจึงตั้งปณิธานว่าหากได้เป็นหมอ เขาจะไม่ปฏิบัติกับผู้ป่วยแบบนี้

ถึงแม้ ดร. อี จะไม่ได้ผ่านเหตุการณ์สุดหฤโหดเหมือนในซีรีส์ แต่ก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยขับเคลื่อนด้านการช่วยผู้ป่วยด้วยเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์เช่นกัน เพราะในช่วงปี 2011 เรือพาณิชย์ของเกาหลีใต้ถูกโจรสลัดโซมาเลียปล้น กัปตันเรือถูกยิงด้วยกระสุน AK-47 ถึง 6 นัด ดร. อี ถูกส่งไปยังโอมานเพื่อช่วยเหลือเขา และยืนยันที่จะส่งตัวกัปตันกลับเกาหลีใต้ด้วยเครื่องบินพยาบาล แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงถึง 380,000 เหรียญสหรัฐฯ (เกือบ 13 ล้านบาท) และรัฐบาลลังเลที่จะอนุมัติ ดร. อี ก็ประกาศว่าจะจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง จนกระทั่งกระทรวงการต่างประเทศเข้ามาดูแลค่าใช้จ่าย และ ดร. อี ก็ผ่าตัดผู้ป่วยวิกฤตรายนี้สำเร็จ

เหตุการณ์นี้ทำให้โรงพยาบาลอาจูได้รับการยอมรับในระดับชาติ และได้เปิดศูนย์แพทย์ฉุกเฉินขึ้นมาได้สำเร็จ และในปีเดียวกันกับซีรีส์ ดร. อี ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์โคเรีย จุงอัง เดลี ว่า “ที่ผ่านมาเกาหลีมีผู้บาดเจ็บสาหัสราวสามหมื่นรายที่ต้องมาตายทุกปีเพราะการรักษาที่ล่าช้า ระบบราชการห่วย ๆ และความไม่ใส่ใจของหมอบางคนเอง แล้วถึงตอนนี้พวกเขาจะอยากสร้างศูนย์ฉุกเฉินขึ้นมาจริง ๆ ผมก็ได้แต่หวังว่าทีมแพทย์จะมุ่งมั่นด้วยความจริงใจ ไม่ใช่แค่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่แล้วมาทิ้งขว้างทีหลัง ชาวบ้านเขาจะจวกเอาได้ว่าผลาญเงินภาษี ถ้าจะทำแบบนั้นก็อย่ามีเสียเลยจะดีกว่า”

สุดท้ายเรื่องเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการขึ้นบินเพื่อช่วยผู้ป่วยก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่เราทุกคนต่างรู้กันดี ใครที่ได้ดูซีรีส์เรื่อง The Trauma Code แล้ว คิดเห็นยังไงกันบ้างคะคอมเมนต์มาคุยกันหน่อยน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...