เปิดประวัติ หลิวจงอี้ ตำรวจมือรางวัล ผ่าคดีใหญ่นับไม่ถ้วน ที่จีนส่งมาปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เปิดประวัติ หลิวจงอี้ ตำรวจมือรางวัล ผ่าคดีใหญ่นับไม่ถ้วน ที่จีนส่งมาปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ชื่อของ หลิว จงอี้ (刘忠义) ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงและสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน ปรากฏในหน้าสื่อไทยและเอเชีย หลายต่อหลายครั้ง หลังจากซิงซิง ถูกหลอกพาตัวไปแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่เมียวดี ก่อนช่วยเหลือได้สำเร็จ
เริ่มต้นด้วยการเข้าพบ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หารือ ด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ การเล่นพนันออนไลน์ รวมถึงการค้ามนุษย์
และยังได้ หารือกับพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) หารือและประสานความร่วมมือในการจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่เมืองเมียวดี เมียนมา เมื่อวันที่ 27 มกราคม
พร้อมเสนอข้อตกลง 6 ข้อให้กับทางการไทย ได้แก่
1. ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียวดี โดยส่งมอบข้อมูลนายทุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และขอความร่วมมือให้ไทยจับกุมหัวหน้าแก๊งที่อยู่ในประเทศไทยโดยเร็ว
2. ติดตามคดีหวังซิง โดยขอให้จับกุมผู้ต้องหาในขบวนการที่เหลืออีกกว่า 20 ราย และส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จีน พร้อมขอบคุณตำรวจไทยที่ให้ความร่วมมือ
3. ช่วยเหลือผู้ถูกกักตัวในเมียนมา ขอให้ตำรวจไซเบอร์ใช้การสืบสวนทางเทคนิค เพื่อพิสูจน์ทราบผู้ถูกกักตัวในพื้นที่ 3 จังหวัดของเมียนมา และกดดันให้มีการปล่อยตัวโดยเร็ว พร้อมชื่นชมมาตรการไทยที่ตัดไฟฟ้าในพื้นที่เมียวดี
4. ปิดช่องทางลำเลียงคนและสินค้า เพื่อป้องกันแก๊งคนร้ายจากการใช้ช่องทางในการกระทำผิด และลดพื้นที่และทรัพยากรที่แก๊งคนร้ายสามารถใช้ได้
5. เพิ่มความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเตรียมจัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่สืบสวนจากทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกัน
6. เสริมประสิทธิภาพในการจับกุมคนร้ายในไทย แก้ปัญหาความกังวลของหลายประเทศเกี่ยวกับความปลอดภัยในไทย และยืนยันความร่วมมือในการสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
การมาครั้งนี้ ผู้ช่วยหลิว ยังได้สำรวจพื้นที่ชายแดนฝั่งไทย ริมแม่น้ำเมย ที่มองเห็น ชเวโก๊กโก่ และ เคเคพาร์ค ตรงข้ามแม่สอด ในวันที่ 29 มกราคม ไม่เพียงแต่สื่อไทยให้ความสนใจ แต่กับสื่อเมียนมายังรู้สึกว่าครั้งนี้ จีนได้เริ่มกดดันแล้ว
- ผช.รมต.จีน หารือไทย จะส่งชุดสืบร่วมปราบแก๊งคอล-ค้ามนุษย์ ขอไทยตัดน้ำ-ไฟ และเส้นทางการเงิน
- ผช.รัฐมนตรีความมั่นคงฯจีน ลงพื้นที่ชายแดน จ.ตาก ส่องเมืองชเวโก๊กโก่ ในเมียนมา
เป็นการขยับของจีนที่ชัดเจน หลังจากก่อนหน้านี้ 15 มกราคม CCTV ได้รายงานว่า หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ที่เป็นเจ้าภาพฉลองปีใหม่กับทูตอาเซียนในปักกิ่ง รวมไปถึงไทย เน้นย้ำว่าจีน เป็นห่วงสถานการณ์ดังกล่าว และ พร้อมที่จะร่วมแก้ปัญหานี้
4 กุมภาพันธ์ หลิว จงอี้ เดินหน้าช่วยไทยแก้ปัญหาอีกครั้ง เข้าพบกับ นายภูมิธรรม เวชชยชัย รมว.กลาโหม หารือภัยออนไลน์ชายแดนไทย หลังจากที่วันนั้นช่วงเช้า ไทย เพิ่งมีคำสั่งตัดการจ่ายไฟฟ้าให้กับเมืองสแกมเมอร์ที่ชายแดน
และล่าสุด เมื่อ ผู้ช่วยหลิว เดินทางไปเมียวดี เพื่อติดตามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามบัญชีดำของฝ่ายจีน เข้าไปเยี่ยมชาวต่างชาติที่ BGF ช่วยเหลือออกจากเมืองสแกมเมอร์ ชเวโก๊กโก่ ที่ไปรวมกันอยู่ที่ศูนย์พักคอย ศูนย์บัญชาการ BGF ที่มีทั้งชาวจีน และ ต่างชาติ
ตรวจดูทุกขั้นตอนใกล้ชิด คาดจะนำเครื่องบินจีน มาลงจอดที่ท่าอากาศยานแม่สอด พร้อมรับตัวกลับบ้าน ก่อน หลิวจงอี้ จะเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อใดๆ
อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวประจำวันของ กัวเจี๋ยคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ในวันนี้ สื่อต่างประเทศ ได้สอบถามถึงแผนการที่หลิวจงอี้ เดินทางเข้ามาที่ประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้เปิดเผยแผนการอย่างเป็นรูปธรรม แต่เน้นย้ำว่าจีนกำลังดำเนินความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคีอย่างแข็งขันกับประเทศต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาการพนันออนไลน์ และการหลอกลวงที่เกิดขึ้นตามชายแดนไทย-เมียนมา
นอกเหนือไปจากการเดินทางมาหารือกับทางการไทย หลิวจงอี้ ยังได้เดินทางไปหารือทวิภาคีกับ พล.ท.ตุน หน่ง รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของเมียนมา ถึงเรื่องการปราบอาชญากรรมข้ามชาติ พนันออนไลน์ และ ฉ้อโกง เน้นเรื่องพนันออนไลน์ในเมียวดี และส่งต่างชาติในเมียวดีตามขั้นตอน จับกุมนักต้มตุ๋มออนไลน์ และ นักพนันออนไลน์ และ โอนผู้ลี้ภัยชาวจีน
อย่างไรก็ตาม การส่ง หลิวจงอี้ เดินทางมาด้วยตัวเองครั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่า เป็นการแสดงออกว่า จีน เอาจริงกับปัญหาดังกล่าว
เพราะ หลิวจงอี้ มีประวัติไม่ธรรมดา แต่เป็นตำรวจมือดีคนหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงในด้านการแก้ไขคดีที่หลายคนแก้ไม่ได้ เคยได้รับรางวัล “ตัวอย่างด้านความมั่นคงสาธารณะ” ระดับประเทศ ในปี 2560 กับความรู้ทางวิชาชีพ ความสามารถที่โดดเด่น ตลอดจนความสำเร็จในการปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรง ขณะดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนคดีอาญา กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ
บนเว็บไซต์ Baidu ระบุว่าหลิวจงอี้ เกิดเมื่อ สิงหาคม 2508 สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยตำรวจมณฑลเฮยหลงเจียง สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี และ เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน ปัจจุบัน นอกจากจะเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีแล้ว ยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคและผู้อำนวยการกองบัญชาการที่ 5
สื่อจีน รายงานว่า หลิวจงอี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนคดีอาญาระดับชาติ ที่อยู่ในแนวหน้ากับการต่อสู้กับอาชญากรรมของจีน ที่ผ่านคดีที่ “ร้ายแรง” และ“ซับซ้อน” มาแล้ว หลายพันคดี
หลิวจงอี้ มีหน้าที่หลักในการสืบสวนอาชญากรรมร้ายแรงและรุนแรงในประเทศ เขาออกไปบนท้องถนนมากกว่า 200 วันในแต่ละปี เพื่อสืบสวนอาชญากรรม
ข้อมูลจาก ซีซีทีวี ระบุว่า ทุกคนที่เคยทำงานกับหลิวจงอี้ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขามีความมุ่งมั่น
นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 หลิวจงอี้ได้ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการจัดระบบการสืบสวนคดีฆาตกรรม 9 คดีที่ยังไม่คลี่คลายมานาน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อประเทศนับตั้งแต่มีการปฏิรูปและเปิดประเทศ ซึ่งรวมถึงคดีข่มขืนและฆ่าผู้หญิงหลายคดีในเมืองไป๋หยิน มณฑลกานซู่ คดีขโมยปืนและปล้นทรัพย์ในเมืองไค่ลี่ จังหวัดกุ้ยโจว และการฆาตกรรมอนาจารนักเรียนหญิงสามคนในมณฑลเจียงเซียน จังหวัดซานซี คดีที่ยาวนานที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเกือบ 30 ปี
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2558 เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมในเมืองเหอหยวน มณฑลกวางตุ้ง ส่งผลให้เด็กชายเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย หลังจากที่หลิวจงอี้มาถึงที่เกิดเหตุ เขาก็ได้ทำการสืบสวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อแก้ไขปัญหาที่ไม่สามารถดึงหลักฐานใดๆ ออกมาได้ระหว่างการสืบสวนในสถานที่จริง เขาจึงได้จัดตั้งกองกำลังพิเศษขึ้นเพื่อวิเคราะห์วิดีโอระยะไกลของสถานที่เกิดเหตุ
จากนั้นเขาก็ได้ค้นพบบุคคลต้องสงสัย และติดตามตัว นำเสื้อผ้าที่ทิ้งไว้ของบุคคลนั้นกลับมา หลังจากการตรวจสอบทางเทคนิคและการระบุตัวตนโดยมวลชนแล้ว พบว่าบุคคลนั้นคือหลิวจากเหอหยวน
เขาวิเคราะห์ลักษณะบุคลิกภาพ วิธีการ และทักษะของหลิวอย่างละเอียด เมื่อพิจารณาว่าหลิวเป็นชาวฮากกา มีปัญหาทางการเงิน พกเสื้อผ้าไม่มาก ไม่ใช้เครื่องมือสื่อสารใดๆ และไม่มีการติดต่อกับญาติและเพื่อนฝูง เขาจึงตัดสินว่าหลิวน่าจะซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อยู่อาศัยของชาวฮากกาที่อยู่รอบๆ ที่เกิดเหตุ เขาจึงตัดสินใจจัดกำลังตำรวจเพื่อดำเนินการสืบสวนอย่างเข้มข้นในรัศมี 200 กิโลเมตร ห้าวันต่อมา หลิวก็ถูกจับได้สำเร็จ
หลิวจงอี้ ได้กล่าวแนวทางการทำงานว่า “ในฐานะผู้สืบสวนอาชญากรรม เราต้องมีความรับผิดชอบ เนื่องจากการทำผิดทางอาญาเพียงครั้งเดียว จะส่งผลกระทบต่อครอบครัวมากกว่า 1 หรือ 2 ครอบครัว และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของสังคมทั้งหมด”
เมื่อเกิดอาชญากรรมขึ้น เขาจะรีบไปที่เกิดเหตุเสมอ “ไม่ว่าคดีนั้นจะยากและซับซ้อนแค่ไหน ผมก็พร้อมจะรับผิดชอบเสมอ และไม่เคยที่จะเลี่ยงการพูดความจริง”
ตลอดอาชีพการทำงาน 30 กว่าปีของเขานั้น เขาเติบโตจากการเป็นหัวหน้าของสถานีตำรวจในมณฑลเฮยหลงเจียง และเป็นกัปตันตำรวจ ก่อนที่ในที่สุด เป็นผู้สืบสวนคดีอาชญากรรมที่โดดเด่น
ไม่ว่าในช่วง 26 ปี ของการทำงานระดับพื้นฐาน หรือ 6 ปี ในกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เขาแสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่ยอดเยี่ยมของการสืบสวน ตลอดทุกขั้นตอน รวมถึงการลงพื้นที่สอบสวน การรวบรวมหลักฐาน และ สั่งการ
การปราบปรามอาชญากรรมในลักษณะที่สามารถต้านทานการทดสอบของศาล และ ประวัติศาสตร์ ถือเป็นหลักในการทำงานของผู้ช่วยหลิวคนนี้
ในระหว่างการสืบสวนการปล้นด้วยอาวุธ หลายครั้งในมณฑลเจียงซู หูหนาน และ ฉงชิ่ง ที่สร้างความปั่นป่วนทั่วประเทศ เขามักจะทำงานล่วงเวลาและแทบไม่ได้พักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันหยุด เป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ตั้งแต่ มกราคม 2554 – 14 สิงหาคม 2555 ซึ่งเป็นวันที่อาชญากร โจเค่อหัว ถูกยิงเสียชีวิต
หลิวจงอี้ กล่าวว่า การสืบสวนและการตรวจจับ เป็นงานทางวิทยาศาสตร์และเป็นระบบ โดยต้องใช้ความพิถีพิถัน และเต็มไปด้วยความกดดัน
“อย่างไรก็ตาม เมื่อคำนึงถึงว่าบุคคลหนึ่ง มีความรักต่อมาตุภูมิอย่างลึกซึ้ง และได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่ง จากผู้คนที่อยู่เบื้องหลัง เราจะได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากในการสืบสวน”
หลิวจงอี้ ได้รับความไว้วางใจให้ทำคดีใหญ่ๆ มากมาย ปี 2562 เขาได้ออกมาแถลงข่าว กรณีตำรวจจีน ได้ช่วยเหลือผู้หญิงต่างชาติที่ถูกลักพาตัวได้มากกว่า 1,000 คน จากความช่วยเหลือกันระหว่าง เมียนมา กัมพูชา ลาว ไทย และเวียดนาม
คดีครั้งนั้น เป็นการค้ามนุษย์และแต่งงานปลอม 760 คดี ตั้งแต่ มิถุนายน – ธันวาคม 2561 นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยถึง 1,332 คน รวมทั้งต่างชาติ 262 คน ช่วยหญิงต่างชาติได้ 1,130 คน และเด็ก 17 คน
ภาพจาก news.cctvในปี 2565 มีคดีทำร้ายร่างกายผู้หญิงหลายรายในร้านบาร์บีคิว ที่ถังซาน เหอเป่ย ตอนเหนือของจีน ซึ่งกลายเป็นพาดหัวข่าวทั่วจีน หลิว ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนอาชญากรรม ขณะนั้น ก็ออกมาสร้างความมี่นใจให้กับประชาชน ว่าจริงจังกับคดีนี้ และ นำผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศมาสืบสวน ทำให้ประชาชนขจัดความกังวลได้
ไม่นานมานี้เอง 12 เมษายน ปี 2567 ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ ทำให้จีนได้เลื่อนตำแหน่ง หลิวจงอี้ (วัย 59 ปี ในขณะนั้น) ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนอาชญากรรม ขึ้นเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี
หลังรับตำแหน่ง หลิวจงอี้ มีบทบาทในการเดินทางไปประเทศต่างๆ เพื่อหารือความร่วมมือในการแก้ปัญหาอาชญากรข้ามพรมแดน โดย 3 เดือนก่อน ได้เดินทางไปหารือกับ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ของ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ที่มา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
กระทั่ง ครั้งนี้ ที่ทั่วโลกต่างจับตาการแก้ปัญหา สแกมเมอร์ เมียวดี ว่าจะขจัดภัยครั้งนี้ได้จริงหรือไม่
ที่มาSCMP /GNLM / Chinadaily /Scio.gov
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- หลิว จงอี เข้าค่ายทหารบีจีเอฟ เยี่ยมเหยื่อแก๊งคอล เตรียมถก หม่องชิต ตู่ บ่ายนี้
- หลิว จงอี ถึงเมียวดี พบ 900 เหยื่อสแกมเมอร์ที่ BGF ช่วย เตรียมส่งกลับปท.
- ช่วยเหยื่อแก๊งคอล 2 พันราย ‘หลิวจงอี’ บุกเมียวดี คัดกรองเหยื่อชาวจีน จัดเครื่องบินรับกลับ ปท.
- กางอาณาจักรทำเงินของ หม่องชิตตู่ แห่ง BGF โยงใยทุนเทาหลายชาติ ที่ไม่ได้มีแค่ ชเวโก๊กโก่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ หลิวจงอี้ ตำรวจมือรางวัล ผ่าคดีใหญ่นับไม่ถ้วน ที่จีนส่งมาปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th