พบเด็กไทยตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้า หลังได้ยารักษาโควิด-19 แต่หายเป็นปกติหลังหยุดยา
ดวงตาของเด็กทารกอายุ 6 เดือนเปลี่ยนเป็นสีฟ้าในไทย หลังได้ยาฟาวิพิราเวียร์รักษาโควิด-19 เพียง 18 ชั่วโมง เป็นอาการแทรกซ้อนที่หาได้ยาก และยังไม่ทราบถึงผลกระทบ
แม้โควิด-19 ในปัจจุบันจะเริ่มซา ๆ ลงไปแล้ว แต่ก็ยังมีการระบาดอยู่เนือง ๆ ทำให้แพทย์ยังจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์กับผู้ป่วย เราจะย้อนความเกี่ยวกับยาตัวนี้กันก่อนเล็กน้อย
ยาฟาวิพิราเวียร์ คือยาต้านไวรัสเพื่อฆ่าเชื้อไวรัสหลายชนิดรวมถึงไข้หวัดใหญ่และไวรัสอีโบลา ด้วยการไม่ให้เชื้อตัวนั้นเพิ่มจำนวนได้ ซึ่งทำงานกับไวรัสที่ใช้ RNA โดยยาตัวนี้ได้รับการอนุมัติให้ในช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ อาการท้องเสีย เซลล์เม็ดเลือดขวาลด กรดยูริกในเลือดสูงขึ้นที่ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และเป็นนิ่วในไตได้ แต่อาการที่หายากที่สุดคือ อาการที่เกี่ยวกับดวงตา
ในเดือนธันวาคมปี 2021 ชายอายุ 20 ปีคนหนึ่งมีอาการตาเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินภายใน 1 วันหลังกินยาฟาวิพิราเวียร์ ขณะเดียวกับ ก็มีรายงานว่ามีชายอีกคนหนึ่งมีอาการตาเรืองแสงตอนโดนแสงยูวีหลังกินยาตัวนี้เช่นกัน ต่อมาในปี 2022 ก็ผู้ป่วย 3 คนที่มีจุดเรืองแสงในตาขาว
แต่ล่าสุดคือเคสของหนูน้อยวัย 6 เดือนที่มาตอนแรกมาด้วยอากาศไข้และไอ ซึ่งมีผลตรวจโควิดเป็นบวกเลยได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ 18 ชั่วโมงต่อมา แม่ของหนูน้อยสังเกตเห็นว่าดวงตาที่ปกติเป็นสีเข้ม เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเมื่อโดนแสงแดด ยังไงก็ตามเมื่อหมอหยุดยา ตาของหนูน้อยก็กลบมาเป็นปกติใน 5 วัน
แล้วการเปลี่ยนเป็นสีฟ้านี้เกิดขึ้นได้ยังไง? หมอที่รักษาหนูน้อยคนนี้ได้เสนอไว้ในรายงานทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดว่า สารเรืองแสงของตัวยา (ซึ่งพบว่าเรืองแสงใต้แสงยูวีในห้องแล็บ) อาจเข้าไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือดวงตา
"อาจเกิดจากตัวยา สารเมตาโบไลต์ของมัน หรือส่วนประกอบเพิ่มเติมของเม็ดยา เช่น ไททาเนียมไดออกไซด์และ yellow ferric oxide " รายงานกล่าว
หมอได้ตรวจเช็คดวงตาต่อเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ซึ่งไม่พบสัญญาณของปัญหาใด ๆ ยังไงก็ตามยังไม่รู้ถึงผลกระทบระยะยาว “จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริง (ของการเปลี่ยนสีของดวงตา) และผลกระทบระยะยาวใด ๆ”
“เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์นี้แม้ว่าจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ควรได้รับการดำเนินการอย่างจริงและใกล้ชิดเพื่อติดตามกรณีในอนาคต”
รายงานจากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
ที่มา
งานวิจัย : https://www.frontiersin.org/…/fped.2023.1154814/full
https://www.iflscience.com/babys-brown-eyes-turn-blue-in…
https://www.livescience.com/…/infants-dark-brown-eyes…
Photo : โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์