ส่อง 10 สุดยอดหุ้นปันผลดี หาจังหวะเก็บ รับโอกาสได้ยีลด์สูงถึง 11%
บริษัทจดทะเบียนกำลังทยอยประกาศงบไตรมาส 2/66 ออกมาต่อเนื่อง และหลังจากนี้จะเข้าสู่ช่วงประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล ดังนั้น Wealthy Thai จึงรวบรวม 10สุดยอดหุ้นปันผลดี ที่คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2566 เกิน 5% มาฝาก
สำหรับหุ้นตัวแรก DMT บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ประเมินว่า ในปี 2566 บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 1.32 บาท คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 11.5%ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่กำลังมองหาความมั่นคงของปันผลระดับสูง ที่มาพร้อมๆ กับกำไรที่เติบโตแบบดุดันใน 2566-2568 จึงให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 14.10 บาท ขณะที่ราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 12.30 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.84%จากต้นปี
ถัดมา TISCO บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ปีนี้บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 7.74 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 8.06%สูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 110 บาท ขณะที่ราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 99 บาท ปรับตัวลดลง 0.25%จากต้นปี
SATบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมิน ปีนี้บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 1.47 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 7.6%ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 23.40 บาท ขณะที่ราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 19.10 บาท ปรับตัวลดลง 9.05% จากต้นปี
TASCOบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมิน ปีนี้บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 1.25 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.7%ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 26 บาท ขณะที่ราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 18 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.51% จากต้นปี
TACC บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ประเมิน ปีนี้บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 0.30 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.70% ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.65 บาท ขณะที่ราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 4.60 บาท ปรับตัวลดลง 28.13% จากต้นปี
DRTบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมิน ปีนี้บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 0.50 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.21% โดยราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 8.10 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.62% จากต้นปี ซึ่งคิดเป็นอัพไซด์จำกัดจากราคาเป้าหมายที่ฝ่ายวิจัยกำหนดที่ 8.40 บาท จึงให้คำแนะนำ Neutral
TCAP บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมิน ปีนี้บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 3.10 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 6.08% ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายที่ 55โดยภาพรวม TCAP เป็นหุ้นที่มีจุดเด่นด้านเงินปันผล ส่วนราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 50 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.65% จากต้นปี
LHบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมิน ปีนี้บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 0.50บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.9% ให้คำแนะนำ Neutralและราคาเป้าหมายที่ 10.10 บาท โดยมองจังหวะที่ดีในการเข้าสะสมหุ้นหลังประกาศงบไตรมาส 2/66ให้ ส่วนราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 8.40 บาท ปรับตัวลดลง 15.15%จากต้นปี
SPALIบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ปีนี้บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 1.25บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.84%ให้คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร จากจุดเด่นเรื่อง valuation ที่ค่อนข้างถูก และให้ราคาเป้าหมายที่ 25 บาท ส่วนราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 20.70 บาท ปรับตัวลดลง 14.81% จากต้นปี
และสุดท้าย APบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมิน ปีนี้บริษัทจะจ่ายปันผลที่ระดับ 0.68บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.6% ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 14.10 บาท โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าอุตสาหกรรม ขณะที่ราคาหุ้นวันที่ 4 ส.ค. 66 อยู่ที่ 12 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.45% จากต้นปี