โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

5 ปียุทธศาสตร์ชาติ ดีขึ้นแต่ยังต่ำกว่าศักยภาพ เร่งพัฒนาภาครัฐดิจิทัล ผลักดัน 28 กฎหมายที่ค้าง

VoiceTV

อัพเดต 16 ต.ค. 2566 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2566 เวลา 05.16 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันที่ 16 ต.ค. ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 22 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระพิจารณาเรื่องด่วน รายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี 2565 พร้อมรายงานของคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีการรายงานทุก 3 เดือน

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมาย ปานปรีย์ มหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมเข้าพิจารณาวาระดังกล่าว และได้แถลงรายงานต่อที่ประชุม ระบุว่า ที่ผ่านมาการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติบนหลักการบริหารงานคุณภาพ (Plan-Do-Check-Act : PDCA) เพื่อให้เกิดกระบวนการตั้งเป้า ปฏิบัติ ตรวจสอบ ปรับปรุง อย่างบูรณาการและมีความต่อเนื่อง

ปานปรีย์ กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ในการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติในห้วง 5 ปีแรก พบว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันการพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง GDP ภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1.5 หมื่นล้านบาทในปี 2563 เป็น 1.6 หมื่นล้านบาทในปี 2564 และ 1.7 หมื่นล้านบาทในปี 2565 เป็นผลการจากการลงทุนและบริโภคในภาคเอกชน และการส่งออกเป็นหลัก แต่ทั้งนี้ประเทศไทยก็ยังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น

ขณะที่ภาพรวมการสร้างทรัพยากรมนุษย์ยังมีทิศทางคงตัว โดยสะท้อนจากดัชนีความก้าวหน้าของคน เฉลี่ยที่ 0.64 ในระหว่างปี 2561-2564 อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาของประเทศไทย ที่เน้นสนับสนุนการเข้าถึงโครงสร้างอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงการผลักดันให้ประชาชนเข้าสู่ระบบกองทุนประกันสังคมมากขึ้น

ด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐดีขึ้นในระดับหนึ่ง สะท้อนจากภาพรวมของระดับธรรมาภิบาลของประเทศไทย ระหว่างปี 2561-2565 โดยการประเมินตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนมากมีสถานะบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด 22.43% ของเป้าหมายระดับประเด็น และการประเมินตามแผนแม่บทย่อย บรรลุแล้ว 41.43% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2564

ปานปรีย์ ยังได้นำเสนอรายงานสรุปการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นรายงานฉบับสุดท้ายในห้วงเวลาการปฏิรูปประเทศ ที่จะสิ้นสุดลงเมื่อ 31 ธ.ค. 2565 จะเห็นได้ว่าจากผลสัมฤทธิ์ ทำให้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้รับการแก้ไขในระดับหนึ่ง จากการเปลี่ยนวิธี กลไก และกฎระเบียบต่างๆ โดยรัฐบาลมีความตั้งใจจะผลักดันนโยบายตามที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นสังคมแห่งโอกาสที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศมากขึ้น และใช้ประโยชน์จากผลลัพธ์ของการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้าน

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นท้าทายที่หน่วยงานของรัฐต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูปประเทศเกิดความยั่งยืน ได้แก่ ความต่อเนื่องของการดำเนินการปฏิรูปประเทศ การผลักดันกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ การบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการของภาครัฐให้เป็นดิจิทัล

ส่วนการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศรอบสุดท้าย สรุปได้ว่า ผลการปฏิรูปประเทศ 13 ด้าน ผ่านกิจกรรม Big Rock ทั้ง 62 กิจกรรม ส่งผลให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายของรัฐธรรมนูญ ขณะที่ผลการดำเนินการจัดทำและปรับปรุงกฎหมายภายใต้การปฎิรูปประเทศ จำนวน 45 ฉบับ ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 10 ฉบับ และมี 7 ฉบับ ที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบเห็นว่าสามารถใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วเดิมแทนได้ ส่วนอีก 28 ฉบับ อยู่ระหว่างการดำเนินการ จะติดตามเร่งรัดให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบดำเนินการให้แล้วเสร็จ และนำเสนอตามขั้นตอน

ปานปรีย์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการปฏิรูปในระยะต่อไป รัฐบาลเห็นความสำคัญในการปฏิรูปประเทศ และจากนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา อาทิ การปฏิรูประบบราชการทั้งระบบ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลภาครัฐ การยกเลิกและแก้ไขกฎระเบียบราชการที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชน การเปิดประตูท่องเที่ยวและการค้า

“เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน การปฏิรูปประเทศจะยังคงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐอย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินการที่มีอยู่ของหน่วยงานที่สอดคล้องกับทั้งนโยบายรัฐบาล แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งแผนปฏิบัติราชการและแผนปฏิบัติด้านต่างๆ ของหน่วยงานของรัฐ” ปานปรีย์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...