โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

หวนคืนสู่นภา

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 13.00 น. • หยุนจุน
เรื่องราวชีวิตที่สองหลังจากการดับสูญสิ้นของจักรพรรดิเมฆา วิญญาณของหลี่ชิงหยุนหวนย้อนอดีตกลับมาสู่วัยเยาว์โดยมิได้ตั้งใจ เส้นทางสู่การเป็นมหาเทวะแห่งอาณาจักรนภาจึงเริ่มต้นขึ้น…

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องย่อ :

จักรพรรดิเมฆา [ หลี่ชิงหยุน ] ผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของเส้นทางเต๋าแห่งดาบจากอาณาจักรนภา และฝึกฝนวิชาดาบไร้ปราณีโดยมีจุดประสงค์ในการแก้แค้น

ณ เวลาต่อมาเขาถูกตามล่าโดยปรมาจารย์จากสี่นิกายที่ยิ่งใหญ่เพื่อหวังครอบครองเจดีย์สมบัติที่กล่าวขานกันว่าผู้ที่ถือครองจะได้รับโลกทั้งใบมาไว้ในกำมือ…

จากนั้นความขัดแย้งระหว่างจักรพรรดิเมฆาและสี่นิกายที่ยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนั้น จนวันหนึ่งที่จักรพรรดิเมฆาต้องสูญเสียสุ่ยโหรวซีคนรักของเขาไปจากความขัดแย้งที่เขาได้ก่อขึ้น

ในเวลาต่อมาจักรพรรดิเมฆาเกิดอาการคลุ้มคลั่งจนจำต้องเข้าสู่วิถีมารทั้งยังบังคับเผาแก่นแท้ของพลังชีวิตเพื่อล้างแค้นและทำลายล้างสี่นิกายที่ยิ่งใหญ่ลงจนสิ้น!

เมื่อลมหายใจของเขาดับสูญสิ้นในฐานะจักรพรรดิเมฆา เขากลับพบว่าตัวเองได้ย้อนเวลากลับไปเมื่ออายุ 15 ปีในอาณาจักรล่างอีกครา…

"ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสแก่ข้า ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องคนที่ข้ารัก ชาตินี้ข้าไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว!"

• ระดับพลังฉี/ลมปราณของอาณาจักรเซวียนแบ่งออกเป็น 7 ระดับ

1.การรวบรวมลมปราณ

2.ลมปราณเงิน

3.ลมปราณทอง

4.ลมปราณหยก

5.ลมปราณโลก

6.ลมปราณฟ้า

7.ลมปราณลึกซึ้ง

• ระดับพลังศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรนภาแบ่งออกเป็น 7 ระดับ

1.กายาศักดิ์สิทธิ์

2.เส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์

3.จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

4.ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์

5.ราชันย์ศักดิ์สิทธิ์

6.จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

7.เทวะศักดิ์สิทธิ์

• ระดับพลังเต๋าของอาณาจักรทวยเทพแบ่งเป็น 5 ระดับ

1.????

2.????

3.????

4.????

5.????

ทุกระดับมี 4 ขั้นตอนย่อย ขั้นเริ่มต้น ขั้นกลาง ขั้นสูงและขั้นสมบูรณ์แบบ

หมายเหตุ : อัปวันละ 1 ตอน ( เวลา 20:00 )

มีบางตอนที่ยังไม่ได้แก้ไขชื่อตามนี้นะครับ

หลี่ชิงหยุน = หลี่ชิงอวิ๋น

อาณาจักรเซวียน = อาณาจักรซวน

จักรพรรดิเมฆา = จักรพรรดิหยุน

ตระกูลเสิ่น = เซิน

*กำลังเร่งแก้ไขชื่อตัวละครในตอนแรกๆอยู่นะครับ

**วันที่ 4/5/67 งดลงหนึ่งวันนะครับ**

จักรพรรดิเมฆา & หลี่ชิงหยุน

อาณาจักรนภา

ที่ยอดเขาคุนหลุน ชายจำนวนมากล้อมรอบคนผู้หนึ่งในอาภรณ์สีดำที่ชโลมไปด้วยโลหิต ยอดเขาบริเวณโดยรอบจุดศูนย์กลางเกือบทั้งหมดพังทลายไปจนสิ้น สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอย่างรุนแรงจากการต่อสู้

"จักรพรรดิเมฆา ส่งมอบสมบัติมาซะ แล้วข้าจะให้เจ้าตายโดยทิ้งศพไว้ให้"

ชายชราเคราสีขาวที่กำลังตะเพิดมีนามว่า 'หลงอ้าว' ซึ่งเป็นถึงผู้นำนิกายของนิกายมังกรโลหิต

"จักรพรรดิเมฆา คนไร้ประโยชน์เช่นเจ้าไม่มีทางถือครองสิ่งของเช่นนั้นได้"

"ยอมแพ้เสียเถิด แค่เจ้าคนเดียวไม่มีทางเอาชนะพวกข้าได้หรอก"

ที่เนินเขาสูงในอาณาจักรนภาที่รู้จักในนามเทือกเขาคุนหลุน จักรพรรดิเมฆากำดาบลวดลายเมฆพิลึกแน่นด้วยมือขวา พร้อมกับเสื้อผ้าที่รุ่งริ่งไม่เป็นธรรมชาติ ใบหน้าอันหล่อเหลาไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวั่นกลัว

ปรากฏเพียงแค่นัยน์ตาสีเลือดเท่านั้นที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัด!

จักรพรรดิเมฆาเริ่มสูญเสียความนึกคิดส่วนใหญ่ ใบหน้าบอบบางดุจหยกแกะสลักก็มิปาน ยามนี้กลับแฝงไปด้วยเจตนาฆ่าที่ท่วมท้น

ปรมาจารย์แห่งดาบสูงสุด สมญานามจักรพรรดิเมฆาได้สูญเสียผู้หญิงที่ตนรักจากศัตรูที่ติดตามเขาไปจนถึงกระท่อมส่วนตัวเนื่องจากความขัดแย้งที่ก่อขึ้น จึงได้บังเกิดโศกนาฏกรรมการตามล่าที่ไม่มีวันจบสิ้น

ตลอดการตามล่าหมื่นลี้จักรพรรดิเมฆาได้สังหารผู้คนไปแล้วกว่า 900 คน ผลลัพธ์สุดท้ายผู้คนจาก 4 นิกายที่ยิ่งใหญ่มีสมาชิกเหลือเพียงน้อยกว่า 1,000 คนเท่านั้น

"หลงอ้าว! ข้าขอสาบานต่อสวรรค์! หากข้าไม่ฆ่าเจ้า ข้าจะไม่ใช่มนุษย์!" จักรพรรดิเมฆาคำรามด้วยโทสะ นัยน์ตาคู่ที่แดงก่ำบ่งบอกถึงเจตนาฆ่าถึงขีดสุดดุจดั่งเทพมารที่ไร้การควบคุม

ณ เวลานี้ไม่มีผู้ใดหยุดความบ้าคลั่งของจักรพรรดิเมฆาได้อีกต่อไป!

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! จักรพรรดิเมฆา เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้ อีกไม่นานเจ้าก็จะตายตามคนรักของเจ้าไป" หลงอ้าวเยาะเย้ยอย่างบ้าคลั่งก่อนจะหยิบกระบี่ขึ้นมา

"มาดูกันว่าใครจะตายก่อน ไอ้หมาเฒ่า!" ดวงตาของจักรพรรดิเมฆาเป็นสีเลือด รัศมีรอบกายปรากฏอณูพลังงานแห่งความตายระเบิดออกอย่างรุนแรง ขณะนี้ตนถูกบังคับให้เข้าสู่เส้นทางปีศาจโดยสมบูรณ์!

ผู้ที่ตามล่าเขาเกือบ 1,000 คนรู้สึกได้ถึงความสยดสยองจากกลิ่นอายที่อาฆาตแค้น พวกเขาทั้งหมดพลันล้มลงกับพื้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แน่นอนว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่มีความแข็งแกร่งที่เพียงพอ ความแข็งแกร่งที่กดขี่ของจักรพรรดิเมฆาส่งผลผู้คนที่อ่อนแอกว่ามิอาจขยับตัวได้

"ระเบิด!" จักรพรรดิเมฆากู่ร้องด้วยเจตนาฆ่า ออร่าจิตวิญญาณรอบตัวเขา หลอมรวมกันเป็นดวงดาวสีเลือด 9 ดวงพวยพุ่งจากวังนิวาน จิตวิญญาณ 9 ดาวพุ่งไปข้างหน้าราวกับคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่ฝูงชนอย่างไม่เลือกหน้า

"วู้ม!"

"อ๊าก!"

"ไม่!"

เสียงโหยหวนที่สิ้นหวังจากผู้คนทั้งสี่นิกายเริ่มดังขึ้นอย่างไม่จบสิ้น ทุกผู้คนกว่า 800 คนเริ่มสลายมลายเป็นหมอกสีเลือดในอากาศ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาตายอย่างไร

"โอหัง!" ผู้อาวุโสที่ยังมีชีวิตรอดต่างก็โกธรแค้น พวกเขาล้อมรอบจักรพรรดิเมฆาและปิดทางหนีของเขาทุกสารทิศก่อนจะพุ่งเข้าหาโดยไม่สนใจสิ่งใด

"ดีมาก! พวกเจ้าเข้ามาให้หมด ข้าจะชำระทุกอย่างที่ทำกับนาง และจะส่งพวกเจ้าลงนรก!" จักรพรรดิเมฆากวัดแกว่งดาบปรากฏเป็นเจตนาดาบสีเลือดวนเวียนรอบตัว ก่อนจะเริ่มเผาแก่นแท้พลังชีวิตของตนเพื่อหมายสังหารผู้คนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด

เขาถูกโจมตีและตามล่าอย่างต่อเนื่องมานานกว่าสองวันโดยมิได้หยุดพัก แต่ทว่าตนกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย ยามนี้จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการฆ่าเท่านั้น ความแค้นทำให้จักรพรรดิเมฆาก้าวข้ามขีดจำกัดความแข็งแกร่งปัจจุบันไปเสียแล้ว

"ตาย!" จักรพรรดิเมฆาพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับดาบสีดำในมือ พลังวิญญาณมหาศาลดุจดั่งคลื่นใต้น้ำกวาดล้างทุกคนที่นี่อย่างไม่แยแส ร่างของเขาปรากฏขึ้นด้านข้างของฝูงชนด้วยความเร็วสูงสุด ในขณะเดียวกันดาบลวดลวยเมฆก็สะบัดเพื่อตัดหัวของทุกคนที่นี่อย่างช่ำชอง

"ไม่!!!" เสียงร้องโหยหวนที่สิ้นหวังดังขึ้นจากกลุ่มผู้อาวุโส

จักรพรรดิเมฆาเริ่มร่ายรำดาบรอบตัวเขาคล้ายกับพายุโลหิต ร่างกายและจิตวิญญาณของอีกฝ่ายระเบิดออกทันทีโดยไม่มีการทิ้งแม้แต่ซากศพ

ฝูงชนต่างหวาดกลัวและต้องการที่จะหลบหนีในยามนี้ ทว่าจักรพรรดิเมฆาจะปล่อยให้ปลาหลุดรอดจากอวนไปได้อย่างไร? ตนจึงเร่งตามล่าฝูงชนที่จะหลบหนีด้วยดาบของเขา และอีกด้านหนึ่งเขาปล่อยดวงดาวสีเลือด 9 ดวงจู่โจมไปที่ฝูงชนขนาดใหญ่โดยไม่คิดชีวิต

แสงเจตนาดาบอันบ้าคลั่งตัดผ่านหัวและร่างแยกเป็นสองซีกอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งมาพร้อมกับเสียงหัวเราะอันสนุกสนานแฝงไปด้วยความน่าขนลุกยิ่งยวด

"ฆ่ามัน!"

"ฆ่ามันซะ!"

"ยามนี้จักรพรรดิเมฆาเป็นเพียงตะเกียงใกล้มอด รีบสังหารมันเดี๋ยวนี้!"

ฝูงชนที่เหลือรอดต่างถาโถมเข้าหาจักรพรรดิเมฆาประดุจคลื่นจากภัยพิบัติธรรมชาติหมายปองชีวิตของเขาให้จงได้

จักรพรรดิเมฆาแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยัน ดาบสีดำร่ายรำบังเกิดเป็นคลื่นแสงสีเลือดอันเหี้ยมโหดประดุจการจุติของปีศาจ!

. . .

~ สองชั่วโมงต่อมา ~

เทือกเขาสูงชันในยามนี้ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว มีเพียงกลิ่นคาวเลือดและศีรษะจำนวนมากเกลื่อนอยู่รอบกายราวกับว่าที่นี่กลายเป็นนรกที่มีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น!

แม้แต่ผู้นำนิกายของสี่นิกายที่ยิ่งใหญ่ก็กลับสลายกลายเป็นฝุ่นผง ยามนี้นิกายที่ยิ่งใหญ่ล่มสลายอย่างสมบูรณ์!

จักรพรรดิเมฆาทรุดตัวลงเบาๆ มือของตนกำดาบที่ค้ำยันไว้ ขณะนี้ชีวิตของเขาได้มาถึงลมหายใจสุดท้ายแล้ว

"โหรวซี ข้าขอโทษ… ที่ข้าไม่สามารถปกป้องเจ้าได้" ใบหน้าของจักรพรรดิเมฆาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าโศก อารมณ์หลากหลายผสมปนเปกันปรากฏบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน

ความรัก ความเสียใจ ทั้งความรู้สึกผิด

ภาพความทรงจำที่ฝังลึกในความทรงจำผุดขึ้นมาอีกครา ตนมองเห็นเรือนร่างของหญิงสาวที่มีผมสีดำยาวดุจปุยเมฆลื่นไหล ดวงตากลมสุกใสมองมาที่เขาและเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยน เสียงที่สดใสของนางยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่จางหายไป

'เจ้าชื่ออะไร?'

'หยุน…เจ้าอยากจะอยู่ที่นี่กับข้าหรือไม่?'

'หยุน…เจ้าหิวหรือไม่? เดี๋ยวข้าทำอาหารให้เจ้าทานเอง'

'หยุน… ช่วยสอนดาบให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?'

'หยุน… วันนี้ข้าจะช่วยสอนเจ้าปรุงยาเอง'

'หยุน… เจ้าควรพักผ่อนเสียบ้าง'

'หยุน… เจ้าจะไปอีกแล้วหรือ?'

'หยุน… เจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่?'

ครั้งสุดท้ายตนปฏิเสธที่จะเชื่อฟังนาง ทั้งยังเขายังตะคอกใส่นางอย่างไร้หัวใจ ยามนั้นใบหน้าของนางซีดเผือดประดุจดั่งหัวใจที่แตกสลาย

ขณะนั้น… น้ำตาอุ่นๆไหลลงมาจากใบหน้าของหญิงสาว

"เหตุใดข้า…จักรพรรดิเมฆาจึงเป็นคนไร้หัวใจเช่นนี้?" จักรพรรดิเมฆาหัวเราะกับตัวเองอย่างขมขื่น

เขาทำกับหญิงสาวที่เป็นห่วงเขาเช่นนั้นไปได้อย่างไร?

เมื่อเขาออกจากกระท่อมไปได้ไม่นาน เขาได้รับข่าวว่าที่อยู่อาศัยของเขาถูกโจมตี แต่เมื่อไปถึงที่แห่งนั้นทุกอย่างมันจบลงแล้ว

หญิงสาวผู้อ่อนโยนผู้นั้น กำลังจะเสียชีวิตในไม่ช้า…

'หยุน ข้าดีใจจริงๆ ที่เจ้ากลับมา'

'หยุน กอดข้าไว้สักครู่ได้หรือไม่ ข้าชอบความรู้สึกนี้จริงๆ'

หลังจากพูดได้แค่สองประโยคนางก็จากไปอย่างสงบพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส นางดูราวกับเด็กสาวที่ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว

หลังจากฝังร่างของร่างของนางแล้ว จักรพรรดิเมฆาที่เพิ่งสูญเสียทุกอย่างก็ได้เริ่มการล้างแค้น! นั่นคือจุดเริ่มต้นเส้นทางที่เต็มไปด้วยโลหิต!

ณ เวลาต่อมา อาณาจักรนภาสั่นสะเทือนจากชายเพียงผู้เดียว! จักรพรรดิเมฆาสังหารหมู่ครอบครัวและผู้อาวุโสที่ตามล่าเขาจนสิ้น และทุกคนที่ติดตามเขากลับไปที่กระท่อมของเขา ทุกอย่างถูกกวาดล้างไม่เหลือแม้แต่ชีวิตเดียว!

เป็นผลทำให้สี่นิกายที่ยิ่งใหญ่ระดมพลทุกคนในนิกายเพื่อตามล่าเขาแค่ผู้เดียว

ถึงแม้นจักรพรรดิเมฆาจะทำทุกอย่าง ถึงแม้เขาจะสังหารทุกคนที่ขวางหน้า แต่หญิงสาวผู้นั้นไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้อีกต่อไป

'ดูเหมือนว่า ข้ากำลังจะตกตายจริงๆ' จักรพรรดิเมฆาพึมพำด้วยน้ำตาบนใบหน้าพร้อมกับความทรงจำสุดท้ายที่เขายังจำได้

'หากข้าไปที่โลกใต้พิภพ ข้าจะได้เจอกับเจ้าอีกครั้งหรือไม่?'

'โหรวซี หากข้าไม่ฝึกดาบไร้ปราณี ตอนนี้ชีวิตของเราสองคงจะดีกว่านี้'

'ข้าไม่อยากฝึกดาบ ไม่อยากแก้แค้น อยากอยู่กับเจ้ามากกว่า ในโลกนี้สิ่งใดจะมีค่าไปกว่ารอยยิ้มของเจ้าอีก'

*'โหรวซี ข้าจะไปหาเจ้า… รอข้าด้วย *

'หากมีชาติหน้า ข้าขอสาบาน ว่าข้าจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด'

'ข้าจะไม่ให้ผู้ใดมาพรากเจ้าไปจากข้าได้อีก'

ในขณะที่สติกำลังเลื่อนลอย สร้อยคอหยกที่สวมใส่มาตลอดเปล่งแสงสีทองออกมาอย่างกะทันหันดุจดั่งแสงแห่งการชำระล้างก็มิปาน พร้อมกับโอบล้อมร่างกายและจิตวิญญาณที่แตกสลายของจักรพรรดิเมฆาไว้

…………………………

"โหรวซี!" ขณะนี้ในที่พักหลังเล็ก ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาราวกับเขาละเมออย่างไรอย่างนั้น เสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยอารมณ์หลากหลาย

แต่ยามนี้กลับพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงที่อ่อนนุ่ม ชายหนุ่มขยับร่างกายอย่างช้าๆ แต่เขารู้สึกเจ็บปวดร่างกายอย่างเหลือทน เมื่อมองไปที่กระจกในห้องนอนของเขา เขาต้องเจอกับชายหนุ่มที่หล่อเหลาที่มีผมสีดำเงาถูกมัดปลายหลวมไปด้านหลัง

ขณะนี้จักรพรรดิเมฆาได้ย้อนกลับไปยังอดีตเมื่ออายุ 15 ปีอีกครา

"เกิดอะไรขึ้น? ข้ายังไม่ตายหรือ?" ชายหนุ่มพึมพำเบาๆด้วยความงุนงงก่อนจะพยายามขยับมือที่ซีดเซียวจับใบหน้าตนอย่างไม่เชื่อ

ชายหนุ่มผู้นี้คือนายน้อยตระกูลหลี่ หลี่ชิงหยุน หลังจากการประมวลผลความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตนก็จำเหตุการณ์ทุกอย่างได้ในทันใด

'ข้าจักรพรรดิเมฆาได้ย้อนกลับมาในอดีตงั้นรึ?!'

"ครืด~" ทันใดนั้นเสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้นอย่างแช่มช้า

ปรากฏร่างชายวัยกลางในชุดสีขาวที่แลดูอ่อนแอ เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล "หยุนเอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้ว ฮ่าๆๆๆ ดีมากเจ้าฟื้นแล้ว"

"ท่านพ่อ…" เมื่อเห็นใบหน้าชายวัยกลางคน ชายหนุ่มรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยความโหยหา ความเศร้าและความเสียใจ

ชีวิตที่แล้วครอบครัวของเขาถูกสังหาร มีเพียงเขาที่รอดชีวิตมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อ

"ท่านพ่อ ข้าฟื้นแล้ว แต่ข้ารู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย" ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับพยายามลุกขึ้นอย่างช้าๆ

"หยุนเอ๋อร์ อย่า! เจ้านอนพักก่อน ตอนนี้ตันเถียนของเจ้าเสียหาย เจ้าไม่สามารถเพิ่มการบ่มเพาะได้… แต่ไม่ต้องกังวล ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้ากลับมาหายดีอีกครั้ง" ชายวัยกลางคนพยายามปลอบโยนเขาด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น

"เอ่อ… ก็ได้ท่านพ่อ ข้าขอนอนพักสักครู่" ชายหนุ่มกล่าว พร้อมกับนอนลงและหลับตาด้วยสีหน้าที่อบอุ่น

วินาทีต่อมาน้ำตาสายเล็กๆเริ่มไหลลงมาจากหางตาอย่างควบคุมไม่ได้โดยที่ชายวัยกลางคนไม่ได้สังเกตุเห็นแต่อย่างใด

[ ครอบครัว ข้ามีครอบครัวอีกครั้ง… ]

'ใน*เมื่อสวรรค์ให้โอกาสข้า ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องคนที่ข้ารัก ชาตินี้ข้าไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว' *

ชายหนุ่มนามหลี่ชิงหยุนได้ตั้งปณิธานไว้กับตัวเอง!

หมายเหตุ :

- วังนิวาน คือจุดตันเถียนบริเวณศีรษะซึ่งในใช้การกักเก็บพลังวิญญาณ

- ตันเถียน คือจุดรวบรวมพลังปราณ ซึ่งอยู่ใต้ท้องน้อย

- จักรพรรดิเมฆา ใช้เป็นสมญานามของหลี่ชิงหยุนตอนอยู่ที่อาณาจักรนภา

***มีบางตอนที่ยังไม่ได้แก้ไขชื่อตามนี้นะครับ

หลี่ชิงหยุน = หลี่ชิงอวิ๋น

อาณาจักรเซวียน = อาณาจักรซวน

จักรพรรดิเมฆา = จักรพรรดิหยุน

ขออภัยในความไม่สะดวกครับ

ตระกูลนาหลัน - นาหลันเสี่ยวฉี

เมืองอาทิตย์สีชาด - อาณาจักรเซวียน
ที่พักอาศัยของตระกูลหลี่
ปรากฏร่างชายหนุ่มผมสีดำสั้นในชุดลำลองสีขาว ดวงตาของเขาเป็นสีเขียวหยก เขาคือนายน้อยหลี่ชิงหยุน
รูปร่างของเขาถือว่าผอมเล็กน้อย แต่เมื่อผสานกับใบหน้าที่เหมือนหยก คิ้วตั้งตรงราวกับดาบและมีใฝเม็ดเล็กอยู่ใต้ดวงตาข้างขวา ทำให้ดวงตาของเขามีเสน่ห์และดูดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น ความหล่อเหลาของเขาเพียงพอที่จะทำให้สาวๆคลั่งไคล้
ตอนนี้หลี่ชิงหยุนกำลังนั่งรวบรวมฉีสวรรค์และโลกเพื่อลองซ่อมแซมอาการบาดเจ็บของเขา
ชีวิตนี้ของเขาอาจแตกต่างจากจุดเริ่มต้นของชีวิตที่แล้ว เพราะตอนนี้เขาสามารถใช้ความรู้จากชีวิตก่อนหน้านี้ได้

[ ดูเหมือนว่า ข้าต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด จากนั้นข้าถึงจะได้พบนางอีกครั้ง ] หลี่ชิงหยุนพึมพำกับตัวเองพร้อมกับสายตาที่มุ่งมั่น

ภาพของสาวน้อยที่อ่อนโยนได้พลันปรากฏขึ้นในจิตใจของเขาอีกครา

ระดับการบ่มเพาะพลังฉีในอาณาจักรเซวียน มีทั้งหมด 7 ระดับ
การรวบรวมลมปราณ
ลมปราณเงิน
ลมปราณทอง
ลมปราณหยก
ลมปราณโลก
ลมปราณฟ้า
ลมปราณลึกซึ้ง
โดยในแต่ละระดับ แบ่งเป็น 4 ขั้นย่อยดังนี้
ขั้นเริ่มต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง ขั้นสมบูรณ์แบบ
หลี่ชิงหยุนในตอนนี้ติดอยู่ที่ระดับการรวบรวมปราณขั้นสมบูรณ์แบบ เนื่องจากพลังฉีของเขารั่วไหล ทำให้เขาไม่สามารถรวบรวมฉีเพื่อพัฒนาไปยังระดับถัดไปได้ นี่จะเป็นปัญหาในการพัฒนาในอนาคตอย่างแน่นอน
หลังจากเห็นว่าการดูดซับฉีแห่งสวรรค์และโลกไม่ช่วยอะไร เขาก็ลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวจะอาบน้ำ

แต่หลี่ชิงหยุนสังเกตุเห็นว่าสร้อยคอหยกที่เขาสวมมันมาตลอดได้หายไป

ตั้งแต่เขาเกิดบิดาของเขาบอกเพียงแค่ว่า ให้ใส่สร้อยคอนี้ติดตัวไว้ตลอดมันจะช่วยเขาได้ในยามลำบาก พร้อมกับกำชับว่าห้ามถอดมันออกเด็ดขาด แม้นเขาจะไม่เข้าใจว่าเพรระเหตุอันใด แต่เขาก็ทำตามอยู่ดี
"ลืมมันไปเถอะ ค่อยกลับมาหาอีกทีก็แล้วกัน" แม้จะสงสัยแต่เขาก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรง หลี่ชิงหยุนเดินตรงไปที่ห้องอาบน้ำทันที
~ เส้นถนนทางไปตระกูลหลี่ ~
มีรถม้าสองคันกำลังเดินทางไปยังตระกูลหลี่ บนรถม้ามีป้ายสีทองติดไว้ด้านข้างของรถม้า ซึ่งเขียนว่า 'นาหลัน'
"นั่นรถม้าของลูกสาวและนายพลตระกูลนาหลัน"
"พวกเขากำลังไปที่ตระกูลหลี่หรือไม่?"
"เจ้าโง่ลืมไปแล้วรึ!? ลูกสาวของตระกูลนาหลันเคยหมั้นหมายกับนายน้อยตระกูลหลี่เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนี้นายน้อยได้รับบาดเจ็บ นางต้องไปเยี่ยมเขาเป็นธรรมดา"
"นายน้อยหลี่ ช่างโชคดีจริงๆที่มีเทพธิดาตัวน้อยที่สวยงามเป็นคู่หมั้นเช่นนี้"
"…."
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็ซุบซิบกันและกัน
บนรถม้าตระกูลนาหลัน มีหญิงสาวสวมชุดโบราณรัดรูปสีขาวพร้อมกับผ้าคลุมไหล่หิมะยาว
นางยังปิดหน้าด้วยผ้าบางๆ ที่เอวบางของนางมีกระบี่หยกแนบเอาไว้
แม้จะมองเห็นได้แค่ดวงตาคู่นััน แต่แค่มองจากภายนอกก็รู้ หญิงสาวผู้นี้ต้องมีหน้าตาที่สวยงามและไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
นางคือคู่หมั้นในวัยเด็กของหลี่ชิงหยุน : นาหลันเสี่ยวฉี
ข้างกายมีชายวัยกลางคนที่มีร่างกายกำยำพร้อมกับแบกดาบยักษ์บนหลังของเขา แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าเขาเป็นพวกบ้าการต่อสู้
เขาคือพ่อของนาหลันเสี่ยวฉี : นาหลันจ้าน
"ท่านพ่อ อาหยุนไม่สามารถรวบรวมพลังฉีได้จริงหรือ?" นาหลันเสี่ยวฉีถามชายวัยกลางคนในรถม้า
"เฮ้อ… เสี่ยวฉี ข้ารู้ว่าเจ้าชอบเด็กคนนั้น แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถฝึกฝนได้แล้ว เจ้าจะรับคนเช่นนี้มาเป็นสามีเจ้าจริงๆหรือ?" นาหลันจ้านถอนหายใจพร้อมกับถามหญิงสาว
เขาเองรู้สึกเสียใจเช่นกัน แต่การหมั้นหมายได้รับการแต่งตั้งจากปู่ของทั้งสองฝ่ายเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตัวเขาเองก็ทำอะไรกับมันไม่ได้เช่นกัน
"ท่านพ่อ ข้าเชื่อว่าเขาจะผ่านมันไปได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำทุกอย่างเพื่อข้า เขาไม่เคยบ่นเลยสักคำ อีกอย่าง สาเหตุที่เขาบาดเจ็บเช่นนี้ก็เพราะช่วยข้าในป่าสนดำจากสัตว์อสูรระดับ 3 และข้าไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง…" หญิงสาวก้มหน้าลง ใบหน้าของนางมีความเศร้าปะปนกับความรู้สึกผิด
"เราจะคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง ตอนนี้เจ้าเป็นนักสู้ระดับลมปราณเงินแล้ว เจ้าเลือกนิกายที่จะเข้าร่วมไว้หรือยัง? ตระกูลของเรายังต้องพึ่งพาเจ้าในธุรกิจของตระกูล" นาหลันจ้านถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขึม
"ข้าขอไปดูอาหยุนก่อน จากนั้นค่อยตัดสินใจอีกที" นาหลันเสี่ยวฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

.

.

.

กลับมาที่หลี่ชิงหยุน หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว เขาเตรียมตัวที่จะเข้าในเมืองเพื่อไปหาสมุนไพรนำมาปรุงยารักษาอาการบาดเจ็บของเขา
ด้วยความรู้ที่สั่งสมมากว่าสองร้อยปี เขารู้อาการบาดเจ็บของตัวเองดี มันจำเป็นต้องใช้ยารวบรวมฉี ซึ่งเป็นยาระดับ 4 เพื่อซ่อมแซมรอยรั่วจากตันเถียน แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้สำหรับผู้อื่น แต่สำหรับจักรพรรดิเมฆาที่สั่งสมความรู้มาตลอดสองร้อยปี แค่นี้เป็นปัญหาที่แก้ได้ง่ายมาก

เพียงแต่ยังขาดสมุนไพรอยู่สองสามอย่างถึงจะเริ่มปรุงยาได้

เมื่อหลี่ชิงหยุนเดินออกมาจากลานหน้าบ้านเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง เขาเห็นรถม้าสองคันกำลังตรงมาที่ตระกูลหลี่
"นั่นคือรถม้าของลุงจ้านและฉีฉี พวกเขามาทำอะไรที่นี่?" ด้วยความสงสัยหลี่ชิงหยุนจึงตัดสินใจเดินออกไปดู
"อาหยุน!" เมื่อเขาเดินใกล้ถึงรถม้า หลี่ชิงหยุนเห็นนาหลันเสี่ยวฉีลงจากรถม้า กำลังพุ่งตรงมาที่เขาพร้อมกับสวมกอดที่เขาอย่างแรง

ใบหน้าของนาหลันเสี่ยวฉีซบที่หน้าอกที่ผอมบางของหลี่ชิงหยุนอย่างเศร้าโศก

ใบหน้าของนางมีความรู้สึกผิด ตอนนี้นางต้องการปลอบใจเขาอย่างมาก
'ดูเหมือนว่าสาวน้อยคนนี้จะรู้สึกผิด…' หลี่ชิงหยุนพึมพำในใจและยิ้มจางๆ
"ฉีฉี เกิดอะไรขึ้น?" หลี่ชิงหยุนกอดหญิงสาวพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงงงงวย
"เจ้า…อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" เมื่อนาหลันเสี่ยวฉีรู้สึกตัวว่านางพุ่งเข้ามากอดเขาอย่างแรง นางรีบถอยห่างพร้อมกับใบหน้าที่แดงและเขินอาย
" เอ่อ… เรื่องนั้น…แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่เป็นไร อีกไม่นานก็หายดีแล้ว" หลี่ชิงหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เพื่อไม่ให้นางต้องกังวลกับเรื่องนี้
เมื่อนาหลันเสี่ยวฉีได้ยินเช่นนั้น น้ำตาในดวงตาของนางเริ่มซึมอีกครั้ง

[ อาหยุน เขาบาดเจ็บหนักถึงขั้นไม่สามารถฝึกฝนได้ แต่เขากลับพูดราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้… ดูเหมือนว่าเขาไม่อยากให้ข้าเป็นห่วง ]

ในความเป็นจริงอาการบาดเจ็บของหลี่ชิงหยุนนับเป็นเรื่องเล็กน้อยจริงๆ จักรพรรดิเมฆาผู้โลดแล่นอย่างอิสระในอาณาจักรนภาจะมาหดหู่กับอาการบาดเจ็บแค่นี้ได้อย่างไร?
"ชิงหยุน พ่อของเจ้าอยู่ที่ลานบ้านหรือเปล่า?" เมื่อนาหลันจ้านลงจากรถม้า เขาหันไปถามหลี่ชิงหยุนด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
"ลุงจ้าน ท่านพ่ออยู่ในห้องโถงใหญ่…" เมื่อหลี่ชิงหยุนกำลังจะพูดต่อ เขาสังเกตุเห็นรอยเส้นเลือดสีดำที่แขนของนาหลันจ้าน แขนของนาหลันจ้านซีดมาก ยิ่งกว่านั้นการหายใจของนาหลันจ้านก็ไม่เสถียร มันเหมือนกับอาการโดนวางยา!
"ลุงจ้าน ท่านรู้สึกนอนไม่หลับบ้างหรือไม่? หรือบางทีมีอาการหายใจติดขัดและการบ่มเพาะก็ไม่สามารถพัฒนาได้?" หลี่ชิงหยุนสุ่มถามด้วยคิ้วขมวด
"ชิงหยุน เจ้ารู้ได้อย่างไร?" นาหลันจ้านยืนอึ้งอยู่ครู่นึง ปัญหานี้อยู่รบกวนเขามา 2 ปีกว่าแล้ว แต่เขาไม่ได้บอกภรรยาและคนในตระกูลของเขาเลย เพราะเขาคิดว่ามันคงเกิดจากบาดแผลเก่าเท่านั้น
"ลุงจ้าน ดูเหมือนว่าท่านจะโดนวางยา…" หลี่ชิงหยุนสังเกตุเห็นได้อย่างรวดเร็ว อาการนี้เกิดจากสมุนไพรธาตุเย็นที่ชื่อว่าหญ้าหยินสีทอง!
หญ้าหยินสีทอง เป็นสมุนไพรที่ใช้สำหรับการปรุงยา แต่เมื่อบดให้เป็นผงบริโภคมันพร้อมกับสุรา มันจะเกิดการสะสมและอุดตันในเส้นลมปราณ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่อาการยิ่งจะรุนแรงมากขึ้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้อีกครึ่งปีเส้นลมปราณเขาจะถูกปิดเนื่องจากการอุดตัน ผลที่ตามมาคือไม่สามารถฝึกฝนได้อีกต่อไป
"วางยางั้นหรือ?" นาหลันจ้านถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง อาการของเขาเก็บไว้เป็นความลับมาโดยตลอดไม่มีทางที่คนภายนอกจะรู้เรื่องนี้ ยิ่งกว่านั้นที่หลี่ชิงหยุนกล่าวมาข้างต้น มันคือความจริง!
หลี่ชิงหยุนพยักหน้าอย่างจริงจัง พร้อมกับอธิบายสาเหตุของมัน
"ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้น ที่อาหยุนพูดคือความจริงหรือไม่?" นาหลันเสี่ยวฉีหันไปถามพ่อของนางด้วยสีหน้ากังวล
"ถูกต้อง" นาหลันจ้านผงกหัวด้วยใบหน้าที่มืดมน ดูเหมือนสิ่งนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาชิกในตระกูลของเขา
"อาหยุนในเมื่อเจ้ารู้จักอาการบาดเจ็บเช่นนี้ เจ้ามีวิธีรักษามันหรือไม่?" นาหลันเสี่ยวฉีถามหลี่ชิงหยุนในทันที ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยแสงแวววาว ตอนนี้นางดูน่ารักยิ่งนัก
"ฉีฉี ไม่ต้องกังวล ข้าสามารถรักษาพ่อของเจ้าได้" เมื่อได้ยินคำตอบของหลี่ชิงหยุน นาหลันจ้านและบุตรสาวต่างก็ดีใจ

แต่ไม่นานนักทั้งคู่ก็งงงวยเล็กน้อย

พวกเขาคิดว่าหลี่ชิงหยุนน่าจะมีวิธีรักษา แต่ไม่คาดคิดว่าหลี่ชิงหยุนจะเป็นรักษาให้นาหลันจ้านเอง พวกเขาคิดว่าพ่อของหลี่ชิงหยุนจะรักษาให้เสียอีก

"ชิงหยุน เจ้าจะเป็นคนรักษาให้ข้าเองงั้นหรือ?" นาหลันจ้านถามด้วยน้ำเสียงแปลกๆ เพราะตั้งแต่เขารู้จักเด็กคนนี้ หลี่ชิงหยุนแทบจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรเลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาดูเหมือนผู้รอบรู้ด้านการแพทย์ที่เชี่ยวชาญมาก

รักษานาหลันจ้าน

"ลุงจ้าน ข้าเพียงแค่บังเอิญได้รับตำราการแพทย์โบราณมาจากชายชราผู้หนึ่ง ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าศึกษามันมาโดยตลอด" หลี่ชิงหยุนคิดข้อแก้ตัวแปลกๆกับนาหลันจ้าน และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นธรรมชาติ
นาหลันเสี่ยวฉีที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าแปลกๆ [ อาหยุนเขาศึกษาการแพทย์ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ]

ช่วงตลอด 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ทั้งคู่ได้หมั้นหมายกัน นางกับหลี่ชิงหยุนไปเก็บสมุนไพรด้วยกันบ่อยครั้ง แต่นางแน่ใจว่าเขาแทบไม่รู้จักสมุนไพรเลยแม้ว่าบ้านของเขาจะเป็นร้านขายยาก็ตาม
"ลุงจ้าน ไปที่ลานบ้านข้ากันเถอะ ข้าจะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้และอาจต้องเตรียมการเล็กน้อย" เมื่อเห็นใบหน้าที่สงสัยของนาหลันเสี่ยวฉี หลี่ชิงหยุนจึงเปลี่ยนหัวข้อพร้อมเดินนำทางนาหลันจ้านไปที่ลานบ้านของเขาทันที

~ ณ ที่หนึ่งในเมืองอาทิตย์สีชาด ~
ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าดุร้าย นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่สวยงาม รอบข้างรายล้อมไปด้วยหญิงงามสามคนกำลังปรณนิบัติเขาอยู่ ออร่ารอบตัวของเขาแสดงถึงความเย่อหยิ่งสุดขีด
"นายน้อย มีข่าวร้าย!" คนรับใช้ที่สวมชุดคลุมสีดำเดินเข้ามาจากประตูด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
"เกิดอะไรขึ้น!?" ชายหนุ่มไม่แยแสถามพร้อมขมวดคิ้ว
"นายน้อย เจ้าหลี่ชิงหยุนมันยังไม่ตาย แต่ข้าทราบข่าวมาว่าเขาไม่สามารถฝึกฝนรวบรวมฉีได้" คนรับใช้ตอบกลับด้วยเสียงสั่นเครือ
"อะไร!? ข้าใช้ผงติดตามสัตว์อสูรเพื่อล่ออสูรระดับ 3 ให้ไปฆ่ามัน เด็กน้อยที่อยู่ระดับการรวบรวมปราณ มันรอดชีวิตมาได้อย่างไร!?" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนกล่าวอย่างไม่พอใจ และมีความไม่เชื่อฉายแววในดวงตา

สัตว์อสูรระดับสามนั้นเทียบเท่ากับผู้บ่มเพาะระดับลมปราณทอง เช่นนี้ไม่สามารถสังหารผู้ฝึกฝนระดับการรวบรวมลมปราณได้จริงๆหรือ?

"นายน้อย ข้าควรลบหลักฐานในที่เกิดเหตุหรือไม่?" คนรับใช้ก้มหน้าถามอย่างตะกุกตะกัก
"ไม่จำเป็น เจ้าเพียงส่งนักฆ่าระดับลมปราณทองติดตามมันไป และลอบสังหารมันให้ได้โดยไม่ทิ้งหลักฐาน ทำอย่างระมัดระวัง ตอนนี้พ่อของข้าอยู่ที่เมืองหลวง ข้าจะบอกเขาทีหลัง และห้ามมีอะไรผิดพลาดเป็นอันขาด!" ชายหนุ่มสั่งพร้อมกับนั่งลง ก่อนจะเพลิดเพลินไปกับหญิงสาวรอบตัวมันอีกครั้ง
"เข้าใจแล้ว ข้าจะไปทันที " หลังจากพูดจบคนรับใช้ได้นำผู้ติดตามสองคนมุ่งตรงไปยังป่าสนดำทันที

ชายหนุ่มนั่งลงพร้อมใบหน้าที่มืดมน ก่อนจะตะคอกอย่างไม่สบอารมณ์ "ไอ้เวร! หลี่ชิงหยุน คราวนี้แกไม่รอดแน่ นาหลันเสี่ยวฉีไม่เหมาะกับขยะอย่างเจ้า!"

หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว มันก็กอดหญิงงามทั้งสามไว้ในอ้อมแขน "มาเถอะโสเภณีตัวน้อย ให้ข้าได้สนุกอีกครั้ง"

หลังจากชายหนุ่มพูดจบ มันพาหญิงสาวสามคนไปที่ห้องนอนของมัน จากนั้นเสียงครวญครางอย่างสนุกสนานดังขึ้นจากในห้อง…

.

.

.

~ ลานบ้านของหลี่ชิงหยุน ~

ตอนนี้หลี่ชิงหยุนนั่งอยู่ด้านหน้านาหลันจ้านพร้อมแนะนำขั้นตอนต่างๆ "ลุงจ้าน ถอดเสื้อออกพร้อมกับปรับลมหายใจให้คงที่"

ไม่นานหลี่ชิงหยุนหยิบเข็มสีทองขนาดเล็กออกมาจากห่อผ้า จากนั้นเขาฝังเข็มลงไปที่เส้นเลือดแขนข้างขวาของนาหลันจ้าน พร้อมกับส่งพลังฉีเข้าไปตามกระแสของเส้นลมปราณที่กำลังไหลเวียน

พลังฉีของหลี่ชิงหยุนพุ่งเข้าสู่เส้นลมปราณนาหลันจ้านและกำลังไหลเวียนไปทั่วร่างเพื่อรวบรวมส่วนที่เหลือของหญ้าหยินสีทองให้มารวมอยู่ในที่เดียวกัน และขับมันออกมาในคราวเดียว

นี่คือกระบวนการใช้พลังฉีขับไล่พิษ

หลังจากนั้นครู่นึงนาหลันจ้านก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก เลือดของเขามีสีดำเข้ม ใบหน้าของเขาซีดลงทันทีอย่างควบคุมไม่ได้
"ท่านพ่อ!" นาหลันเสี่ยวฉีร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก
"ฉีฉี ลุงจ้านไม่เป็นไร ให้เขากระอักเลือดส่วนเกินของพิษออกมา อีกไม่นานเขาจะหายดี" หลี่ชิงหยุนปลอบโยนนาหลันเสี่ยวฉีเล็กน้อย แน่นอนว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริง
"อ๊าก!"

หลังจากนั้นนาหลันจ้านกระอักเลือดออกมาเกือบ 10 วินาทีอย่างต่อเนื่อง

วินาทีต่อมาสีผิวของนาหลันจ้านเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ใบหน้าของเขาไม่ซีดเหมือนก่อนอีกต่อไป เมื่อลมหายใจเริ่มคงที่ นาหลันจ้านก็มีความรู้สึกว่าเขากำลังจะบุกทะลวงไปยังระดับถัดไป
ด้วยความคิดที่รวดเร็วนาหลันจ้านรีบเข้าสู่สมาธิ ร่างกายของเขาดูดซึมฉีสวรรค์และโลกรอบตัวอย่างดุเดือด เส้นลมปราณที่อุดตันกลับขยายใหญ่ขึ้น อีกทั้งภายในเส้นลมปราณของเขากลับสะอาดและบริสุทธิ์อย่างมาก พลังฉีที่มหาศาลพุ่งออกมาจากตันเถียนของเขาอย่างรุนแรง
"บู้ม!!!"

ลานบ้านสั่นสะเทือนจากการบุกทะลวง พร้อมแรงกดดันออกมาจากร่างกายนาหลันจ้าน

ขณะนี้ร่างกายของนาหลันจ้านมีออร่าฉีสีน้ำตาลอยู่รอบตัว เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าตอนนี้ เขาได้เข้าสู่ระดับลมปราณโลกอย่างเป็นทางการ!
"นี่คือ?" เมื่อนาหลันจ้านลืมตา เขาแทบไม่เชื่อตาตัวเอง ตอนนี้เขาเป็นผู้ฝึกฝนระดับลมปราณโลกแล้ว!
"ชิงหยุน เจ้าทำได้อย่างไร?" ดวงตาของนาหลันจ้านแทบจะถลนออกมา ตัวเขาติดอยู่ที่ระดับลมปราณหยกมา 2 ปีแล้วและไม่มีการพัฒนาแม้แต่น้อย แต่เมื่อขับผลของหญ้าหยินสีทองเขากลับสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับลมปราณโลกได้ทันที

นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป!

"ลุงจ้าน ในความเป็นจริงความแข็งแกร่งของท่านควรจะเข้าสู่ระดับลมปราณโลกมานานแล้วหากท่านไม่โดนผลของหญ้าหยินสีทองก่อนหน้านี้" หลี่ชิงหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงสัย

ต่อมาเขากล่าวอีกว่า "ลุงจ้าน เกิดอะไรกันแน่? ใครเป็นคนทำสิ่งนี้?"
เมื่อได้ยินคำถามของหลี่ชิงหยุน ใบหน้าของนาหลันจ้านก็มืดมน พร้อมถอนหายใจและพูดออกมาอย่างไม่เต็มใจ "ดูเหมือนว่านี่เป็นฝีมือของคนใกล้ตัว เพราะข้าจะดื่มสุราเฉพาะตอนที่ข้าอยู่ในบ้านเท่านั้น คงจะมีแค่คนใกล้ชิด…"
"เอาล่ะ ลุงจ้าน ข้าจะไม่ถามต่อไป" หลี่ชิงหยุนเห็นว่ามันเกี่ยวข้องกับความลับของครอบครัว เขาจึงไม่ถามต่อและลุกขึ้นยืนเตรียมจากไปทันที
"แล้วเจ้ากำลังจะไปไหน?" นาหลันจ้านถามเมื่อเห็นว่าหลี่ชิงหยุนดูรีบร้อน
"ข้ากำลังจะไปหาสมุนไพร โสมเลือดทอง และก้านบัวหยิน ข้าต้องใช้มันรักษาอาการบาดเจ็บของข้า" หลี่ชิงหยุนหันกลับมาตอบกลับตามความจริง
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า บังเอิญจริงๆ" เมื่อนาหลันจ้านได้ยินเช่นนั้นเขาหัวเราะออกมาทันที "หลานชายเอ๋ย ที่บ้านของข้ามีโสมเลือดทองอายุ 500 ปี อยู่ในโกดัง ถ้าเจ้าต้องการข้าจะสั่งให้พ่อบ้านเอามาให้ทันที"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของหลี่ชิงหยุนเป็นประกายระยิบระยับ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...