โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

มดลูกแตกภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่อันตรายถึงชีวิตแม่และลูก

Bumrungrad International

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 06.44 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 07.36 น.

มดลูกแตก (Uterine Rupture) ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่อันตรายถึงชีวิตแม่และลูก

การตั้งครรภ์คือช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ในบางครั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่คาดไม่ถึง หนึ่งในภาวะที่รุนแรงและอันตรายที่สุดคือ "มดลูกแตก" (Uterine Rupture) ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์

มดลูกแตก คืออะไร?

มดลูกแตก คือการที่ผนังกล้ามเนื้อของมดลูกเกิดการฉีกขาด ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงระหว่างการเจ็บครรภ์คลอด หรือบางกรณีอาจเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ การฉีกขาดนี้ส่งผลให้ทารก รก หรือน้ำคร่ำ หลุดออกมาอยู่ในช่องท้องของคุณแม่ ทำให้คุณแม่ตกเลือดอย่างรุนแรงและทารกขาดออกซิเจนจนกระทั่งเสียชีวิตได้

ใครบ้างที่เสี่ยงภาวะมดลูกแตก?

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือ "การเคยผ่าตัดที่มดลูกมาก่อน" ได้แก่

1. การเคยผ่าคลอด (Previous Cesarean Section) คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดในครรภ์ก่อนแล้วต้องการคลอดเองในครรภ์นี้ (Vaginal Birth After Cesarean Section) มีความเสี่ยงที่รอยแผลที่มดลูกจะปริแยกออก

2. การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก (Myomectomy) การผ่าตัดเนื้องอกมดลูกที่มีขนาดใหญ่และมีการตัดกล้ามเนื้อมดลูกลึกถึงโพรงมดลูก ในกรณีที่ไม่เคยผ่าตัดที่มดลูก อาจเกิดมดลูกแตกในกรณีดังนี้

  • ความผิดปกติของมดลูก เช่น มดลูกมีความพิการแต่กำเนิด หรือผนังมดลูกบางผิดปกติ
  • การตั้งครรภ์หลายครั้ง การที่มดลูกผ่านการยืดขยายมาหลายครั้ง (Grand Multiparity)
  • การใช้ยาเร่งคลอด หากใช้ยาเร่งคลอดในปริมาณที่มากเกินไปจนมดลูกหดตัวรุนแรงจนเกิดมดลูกแตกได้
  • ภาวะทารกผิดปกติ เช่น ทารกตัวใหญ่เกินไป หรืออยู่ในท่าผิดปกติที่ทำให้การคลอดยากและทำให้มดลูกแตกได้
  • เกิดภาวะรกเกาะติดแน่น เพิ่มความเสี่ยงต่อการปริแตกมดลูก

สัญญาณเตือนและอาการ

อาการของมดลูกแตกมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง คุณแม่หรือผู้ดูแลควรสังเกตสัญญาณดังนี้:

  • ปวดท้องเฉียบพลันและรุนแรง ปวดตลอดเวลาแม้ในช่วงที่มดลูกไม่หดตัว ปวดบริเวณลิ้นปี่หรือทั่วๆ ท้อง
  • การหดตัวของมดลูกผิดปกติ มดลูกที่เคยหดตัวตามจังหวะกลับหยุดนิ่งหรือหดตัวรุนแรงแล้วหายไปทันที และมักจะมีอาการปวดท้องรุนแรงตามมา
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด อาจมีเลือดออกกะทันหัน (แต่อาจเลือดออกในช่องท้องเพียงอย่างเดียวได้)
  • ทารกในครรภ์ดิ้นลดลงหรือไม่ได้
  • ภาวะช็อก คุณแม่มีอาการหน้ามืด ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นเร็วและซีด เนื่องจากเสียเลือดมาก

.

อันตรายต่อคุณแม่และทารก

  • สำหรับคุณแม่ เสี่ยงต่อการตกเลือดรุนแรง ความดันโลหิตจากการตกเลือด ต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อหยุดเลือดและเย็บซ่อมแซนแผลที่แตกบริเวณมดลูก และในกรณีที่ไม่สามารถเย็บซ่อมแซมได้ แพทย์อาจจำเป็นต้องตัดมดลูก เพื่อหยุดเลือด ซึ่งภาวะดังกล่าวอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของคุณแม่ได้ ถ้าได้รับการรักษาล่าช้า หรือโรงพยาบาลไม่มีเลือดเพียงพอ
  • สำหรับทารก ขาดออกซิเจนอย่างรุนแรงเนื่องจากรกลอกตัว รกและทารกออกมาอยู่ในช่องท้องคุณแม่ ทำให้รกไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ อาจนำไปสู่ความพิการทางสมองหรือเสียชีวิตได้

การวินิจฉัยและการรักษา

มดลูกแตกเป็นภาวะที่ต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วน แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ ร่วมกับประวัติการเคยผ่าตัดมดลูกและรีบทำการผ่าตัดฉุกเฉิน (Emergency Cesarean Section / Laparotomy)ทันทีเพื่อช่วยเหลือทารกและหยุดเลือด

  • หากรอยแตกไม่กว้างและขอบแผลเรียบ แพทย์จะทำการเย็บซ่อมแซมมดลูก
  • หากมีการฉีกขาดรุนแรงหรือรอยแตกโดนเส้นเลือดใหญ่ แพทย์จำเป็นต้องตัดมดลูกเพื่อรักษาชีวิตคุณแม่

แนวทางการป้องกัน

แม้ภาวะมดลูกแตกจะดูน่ากลัว แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการวางแผนที่ดี:

1. แจ้งประวัติการผ่าตัดก่อนหน้าอย่างละเอียด หากเคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูกหรือผ่าตัดคลอด ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่วันแรกที่ฝากครรภ์

2. เลือกสถานพยาบาลที่พร้อม หากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรคลอดในโรงพยาบาลที่มีทีมสูติแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และกุมารแพทย์ ห้องคลอดและห้องผ่าตัดที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และมีคลังเลือดที่เพียงพอ ในกรณีที่เกิดการตกเลือดขึ้น

3. การประเมินวิถีการคลอด แพทย์จะประเมินความปลอดภัยว่าคุณแม่สามารถคลอดองได้ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดหรือคลอดโดยวิธีผ่าตัดทำคลอด
เรียบเรียงโดย ผศ.พญ. วิรดา หรรษาหิรัญวดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...