โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดับ 9 เจ็บ 12 ม็อบปากีสถานปะทะเจ้าหน้าที่ ที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองการาจี

Xinhua

อัพเดต 2 มีนาคม 2569 เวลา 0.36 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : นักเรียนชาวปากีสถานโบกธงชาติระหว่างร่วมพิธีที่สุสานของมูฮัมหมัด อาลี จินนาห์ ผู้ก่อตั้งปากีสถาน เพื่อเฉลิมฉลองวันประกาศเอกราชของประเทศ ในเมืองการาจีทางตอนใต้ของปากีสถาน เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2025)

อิสลามาบัด, 1 มี.ค. (ซินหัว) — เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย และผู้บาดเจ็บอีกกว่า 12 รายในวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) หลังกลุ่มผู้ประท้วงที่โกรธแค้นได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย บริเวณด้านนอกสถานกงสุลของสหรัฐฯ ในเมืองการาจีของแคว้นสินธ์ ทางตอนใต้ของปากีสถาน

หน่วยกู้ภัยเรสคิว 1122 (Rescue 1122) ของแคว้นสินธ์รายงานว่า เหตุปะทะเกิดขึ้นบนถนนไม โคลาชี (Mai Kolachi Road) ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงพยายามบุกเข้าไปในพื้นที่ของสถานกงสุล ส่งผลให้กองกำลังความมั่นคงต้องเข้าตอบโต้

ฮัสซัน อัล ฮาซีบ (Hassan Ul Haseeb) โฆษกของหน่วยกู้ภัยฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่ามีการส่งตัวผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยหลายรายมีอาการสาหัส และกล่าวว่าในขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าฝ่ายใดเป็นผู้เปิดฉากยิง แต่ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีแผลถูกยิงจากกระสุนปืน ขณะที่รายอื่นๆ บาดเจ็บจากการถูกกระบองฟาด

แถลงการณ์จากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิเอธี (Edhi) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายได้ใช้แก๊สน้ำตาและใช้กระบองเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์

ทั้งนี้ เซียอุล ฮัสซัน ลันจาร์ (Ziaul Hassan Lanjar) รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของแคว้นสินธ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำรายงานสรุปเหตุการณ์ และเพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตามสถานที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...