โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สสส.–สคล.และ มูลนิธิวิถีสุข ผนึก รพ.สต.บ้านดอนสว่าง ปั้นพื้นที่ต้นแบบ “ชุมชนเปี่ยมสุข” บูรณาการลดเหล้า-บุหรี่ สร้างอาชีพ

Manager Online

เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 18.31 น. • MGR Online

สสส.-เครือข่ายงดเหล้า ร่วมกับมูลนิธิวิถีสุข ภายใต้แคมเปญชุมชนเปี่ยมสุข ผนึกรพ.สต.บ้านดอนสว่าง ร่วมขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบ เปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงเป็นพลังพัฒนา บูรณาการลดปัจจัยเสี่ยง เสริมอาชีพ สู่ความมั่นคงให้ชุมชน

ท่ามกลางปัญหาการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจครัวเรือนของคนในชนบท ชุมชนบ้านดอนสว่าง ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ได้ลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่าน “เคมเปญชุมชนเปี่ยมสุข” โดยความร่วมมือของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนสว่าง มุ่งชวนคนในชุมชนลด ละ เลิกเหล้า บุหรี่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาไปสู่ชุมชนต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาวะอย่างยั่งยืน

น.ส.พิมพ์มณี เมฆพายัพ ผู้จัดการโครงการชุมชนเปี่ยมสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ภายใต้ มูลนิธิวิถีสุข กล่าวว่า โครงการถูกออกแบบเพื่อพัฒนาโมเดลการทำงานชุมชนที่บูรณาการการลด ละ เลิกการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ เข้ากับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การสร้างงาน สร้างรายได้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นระบบ โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และขยายผลสู่มิติสุขภาวะอื่น ๆ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีชีวิตที่เปี่ยมสุขของประชาชน

ทั้งนี้ โครงการมุ่งทำงานเชิงลึกในระดับบุคคลและครอบครัว ผ่านแผนคุณภาพชีวิตเปี่ยมสุข 8 มิติ (สุขกาย, สุขใจ, สุขการงาน, สุขการเงิน, สุขในความสัมพันธ์, สุขสังคม, สุขปัญญา, สุขจิตวิญญาณ) ควบคู่กับการพัฒนาแกนนำชมรมคนหัวใจเพชร ให้สามารถชวน ช่วย ชม เชียร์ และติดตามกลุ่มเป้าหมายได้อย่างใกล้ชิด โดยประยุกต์ใช้เครื่องมือด้านสาธารณสุขให้เหมาะกับบริบทชุมชน เพื่อลดภาระระบบบริการสุขภาพ และเสริมพลังให้ชุมชนเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง ตั้งเป้าหมาย 100 ครอบครัว ใน 30 ชุมชน

น.ส.พิมพ์มณี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังออกพรรษา โครงการจะขยายการทำงานสู่การพัฒนาอาชีพและรายได้ ผ่านการยกระดับพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดนวัตกรรมด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการจัดการสภาพแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนสามารถต่อยอดเป็นพื้นที่ดูงานและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการลดปัจจัยเสี่ยงจากเหล้าและบุหรี่ และการยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกระดับ

ด้าน นายกิตติศักดิ์ เอกฉันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนสว่าง เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนโครงการมีจุดตั้งต้นจากการสำรวจสถานการณ์สุขภาพประชาชนในพื้นที่กว่า 400 คน โดยได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผลการสำรวจพบว่าประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปประมาณร้อยละ 15 ยังมีพฤติกรรมดื่มสุรา และในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงถึงร้อยละ 8 สะท้อนการดื่มในระดับที่น่ากังวล ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มการเจ็บป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเพศชายวัยทำงานและผู้สูงอายุ

นายกิตติศักดิ์ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนภาระด้านสุขภาพของชุมชนอย่างชัดเจน หากไม่เร่งแก้ไขอย่างเป็นระบบ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน คุณภาพชีวิตของครอบครัว และเศรษฐกิจของพื้นที่ในระยะยาว รพ.สต.บ้านดอนสว่างจึงร่วมกับเครือข่ายงดเหล้าและภาคีต่าง ๆ ออกแบบการทำงานเชิงรุก เริ่มจากพื้นที่นำร่องขนาดเล็ก ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชน อสม. ภาคท้องถิ่น และประชาชน โดยไม่ใช้การบังคับ แต่เน้นการสร้างความเข้าใจ การติดตามดูแล และการหนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่เสียงจากชุมชนอย่าง นางบุญยืน เจริญสุข (ป้ายืน) แกนนำชุมชนบ้านดอนสว่าง หมู่ 8 เล่าว่า ในอดีตแทบทุกเย็นหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยวงเหล้าหรือซุ้มเหล้าตามร้านค้าและจุดนัดพบ นักดื่มประจำจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตวนอยู่กับการดื่มจนกระทบทั้งสุขภาพ รายได้ และครอบครัว การเริ่มต้นโครงการชุมชนเปี่ยมสุขจึงเต็มไปด้วยความกังวล เพราะวัฒนธรรมการดื่มฝังรากลึก แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการทำงานที่ไม่ตำหนิ ไม่บังคับ หากใช้การ “ชวนให้ลอง” เปิดพื้นที่ให้คนที่ยังดื่มและคนที่เลิกได้แล้วมาเรียนรู้ร่วมกันอย่างไม่กดดัน

“เราไม่ได้บอกให้เลิกทันที แค่ชวนมานั่งคุย ลองลดก่อน พอเขาเห็นผลกับตัวเอง สุขภาพดีขึ้น เงินเหลือมากขึ้น เขาก็อยากเปลี่ยนเอง” ป้ายืนกล่าว พร้อมระบุว่า เมื่อมีทีมจาก รพ.สต. และเครือข่ายงดเหล้าเข้ามาติดตามหนุนเสริมอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศในชุมชนก็เปลี่ยนไป วงเหล้าที่เคยตั้งเป็นประจำค่อย ๆ หายไป คนในหมู่บ้านหันมาดูแลสุขภาพและเก็บออมเงินเพื่อครอบครัวมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนผ่านชีวิตของคนในชุมชนอย่าง นายจักรกรด ธิบดี (นายเดี่ยว) ที่เล่าว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการเคยดื่มสุราตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะเหล้าขาววันละราวขวดครึ่ง แต่เมื่อโครงการเข้ามา ทำให้เกิดความตั้งใจอยากเลิกเหล้าอย่างจริงจัง แม้จะถูกเพื่อนล้อหรือชักชวนก็ใช้วิธีหลีกเลี่ยง ปัจจุบันนอนหลับได้ดีขึ้น ตื่นเช้าสดชื่น ไม่แฮ้งค์ และมีกำลังใจมากขึ้นจากการดูแลของทีมงานและครอบครัว

ขณะเดียวกัน นายสุข คุ้มชั่ว (ลุงน้อย) อดีตนักดื่มบ้านดอนสว่าง เล่าว่า จากเดิมที่หน้าบ้านเป็นจุดนัดดื่มของเพื่อนบ้านเกือบทุกวัน ปัจจุบันเปลี่ยนมาเพียงออกมานั่งพูดคุย หากมีดื่มก็เล็กน้อยเฉพาะช่วงเทศกาล พร้อมหันมาดูแลสุขภาพด้วยการดื่มน้ำขิงผสมขมิ้นในตอนเช้ากับภรรยา ทำให้รู้สึกแข็งแรงขึ้น ไม่เพลีย ไม่แฮ้งค์ และสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้อย่างเด็ดขาด

บทเรียนจากบ้านดอนสว่างสะท้อนว่า การลด ละ เลิกเหล้าและบุหรี่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคล แต่คือการจัดการปัจจัยเสี่ยงเชิงระบบ โดยใช้ข้อมูลสุขภาพเป็นฐาน ขับเคลื่อนผ่านพลังชุมชน และการหนุนเสริมอย่างต่อเนื่องจากภาคีเครือข่าย เมื่อการดูแลสุขภาพเชื่อมโยงกับการสร้างอาชีพ การเก็บออม และความมั่นคงของครอบครัว การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นจริงและยั่งยืน “ชุมชนเปี่ยมสุข” จึงไม่ใช่เพียงโครงการรณรงค์ระยะสั้น หากเป็นโมเดลพื้นที่ต้นแบบในการยกระดับสุขภาวะ ลดภาระโรค และเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพื่อคุณภาพชีวิตที่มั่นคงในระยะยาว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...