โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 19.04 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 17.01 น.

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด กระแส “สูตรจัดตั้งรัฐบาล” ถูกปล่อยออกมาแบบรายวัน จนหลายพรรคเริ่มออกอาการกระเหี้ยนกระหือรืออยากร่วมรัฐบาล ขณะที่บางพรรคก็หวั่นตกขบวน ท่ามกลางการประเมินว่า “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า จากตัวเลขว่าที่ สส. 193 เสียง ที่ทิ้งห่างพรรคอันดับรองลงมาแบบหลายช่วงตัว

รายงานจากห้องประชุมว่าที่ สส.พรรคสีน้ำเงิน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ก.พ. ยืนยันชัดว่า อำนาจการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในมือภูมิใจไทย และจะมอบหมายให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคเป็นผู้เจรจาเต็มรูปแบบ

โดยจะทยอยเชิญพรรคการเมืองที่ได้คะแนนรองลงมาตามลำดับมาหารือ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง ส่วนพรรคประชาชนอันดับ 2 จำนวน 118 เสียง ถูกเว้นไว้ เนื่องจากแสดงท่าทีต้องการไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และฟื้นฟูพรรคหลังแพ้ย่อยยับ

นอกจากนี้ยังมีพรรคเล็กต่างๆ แสดงตัวพร้อมสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ทั้งพรรคพลังประชารัฐ พรรคเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาชาติ และพรรคใหม่ รวมแล้วราว 25-30 เสียง ทำให้ตัวเลขในมือภูมิใจไทยขยับขึ้นแตะ 223 เสียง ขาดอีกไม่ถึง 30 เสียง ก็เพียงพอสำหรับการโหวตนายกรัฐมนตรีได้ทันที

ดังนั้นพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลต้องเดินตามนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน แม้เคยขัดแย้งกันมาก่อน แต่หากร่วมงานกันแล้วต้องหยุดความขัดแย้ง เพื่อเดินหน้าทำงานให้ประเทศ

๐ อีกด้านหนึ่ง กระแสข่าวที่ถูกปล่อยออกมาอย่างหนักคือ “พรรคเพื่อไทย” จะได้ 5 กระทรวง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงมีข่าวต่อรองขอกระทรวงสาธารณสุขด้วย เพื่อผลักดันนโยบายที่เคยหาเสียงไว้

แต่รายงานข่าวอีกด้านจากพรรคภูมิใจไทยออกมาสยบกระแส โดยยืนยันว่า การเข้าพบระหว่างแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กับนายอนุทิน เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา คือพรรคแดงขอเข้าพบเพื่อแสดงความยินดีต่อชัยชนะของภูมิใจไทย และแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุนอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องแบ่งกระทรวงตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากต้องรอหารือกับพรรคการเมืองอื่นตามลำดับ และเมื่อทราบความต้องการของแต่ละพรรคแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยต่อไป

ทั้งนี้ ภูมิใจไทยได้ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า จะขอกำกับกระทรวงด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจทั้งระบบ เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพตามนโยบายที่ประกาศต่อประชาชน ซึ่งคาดว่าจะมี คลัง คมนาคม พาณิชย์ พลังงาน มหาดไทย กลาโหม ต่างประเทศ รวมถึงกระทรวงยุติธรรม

พร้อมยืนยันว่า เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลยังเปิดกว้างกับทุกพรรค และเชื่อว่าการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรมและประชาธิปัตย์จะชัดเจนมากขึ้นหลัง กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

๐ อีกประเด็นที่ถูกจับตาไม่แพ้กันคือ “เก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ซึ่งจะเป็นด่านแรกหลังเปิดประชุมสภานัดแรก แม้มีชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ โผล่เป็นตัวเลือก แต่แหล่งข่าวยืนยันยังไม่มีข้อยุติ เพราะภายในพรรคยังมี สส.หลายคนที่มีประสบการณ์และมีความสามารถ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำหน้าที่ในสภามาหลายสมัยเช่นกัน อาทิ สนอง เทพอักษรณรงค์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์, มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ว่าที่ สส.ลพบุรี, กรวีร์ ปริศนานันทกุล ว่าที่ สส.อ่างทอง โดยคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้พิจารณาและชี้ขาดต่อไป

๐ ท่ามกลางบรรยากาศต่อรองเข้มข้น รายงานข่าวจากวงพรรคสีน้ำเงินระบุว่า ว่าที่ สส.ภูมิใจไทยจำนวนไม่น้อยยังอึดอัดใจกับการร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เพราะหวั่นว่าจะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติ หากนายอนุทิน เสนอชื่อ และนำไปสู่ปัญหาการแต่งตั้งรัฐมนตรีในอนาคต ซึ่งอาจกลายเป็นชนวนความปั่นป่วนทางการเมืองตั้งแต่รัฐบาลยังไม่ทันเริ่มทำงานเต็มรูปแบบ.

คางดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...