โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” เดินหน้ารื้อกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐ ลดคน 40% ปูทางยุบทั้งระบบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 04.47 น.

"ทรัมป์" เร่งปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ลดกำลังคนเกือบครึ่ง และทยอยโอนภารกิจ-งบประมาณไปยังหน่วยงานอื่น ตามแนวคิด Project 2025

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายยุบกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐ (U.S. Department of Education) โดยทรัมป์เคยประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้นวาระที่สองว่า ต้องการปิดหน่วยงานนี้ให้เร็วที่สุด และภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน จำนวนบุคลากรของกระทรวงลดลงแล้วราว 40% เหลือสำนักงานที่เงียบเหงาและตำแหน่งงานว่างจำนวนมาก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกว้างขวางในการปรับรูปแบบรัฐบาลกลาง บางหน่วยงานถูกตัดทอนบทบาท ขณะที่บางหน่วยงาน เช่น กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กลับถูกเสริมกำลัง แต่กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานระดับคณะรัฐมนตรีเพียงแห่งเดียวที่ถูกตั้งเป้ายุบทั้งระบบ

รัฐบาลทรัมป์ ให้เหตุผลว่า การลดบทบาทกระทรวงจะช่วยตัดขั้นตอนราชการ และคืนอำนาจด้านการศึกษาให้รัฐและท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ภายในชี้ว่า โรงเรียนและองค์กรที่พึ่งพางบกลางเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว เช่น การแก้ไขคดีร้องเรียนด้านการเลือกปฏิบัติลดลงอย่างมาก โดยตั้งแต่ทรัมป์เริ่มวาระที่สอง กระทรวงสามารถปิดคดีคุกคามทางเชื้อชาติได้เพียง 2 คดี จากที่เคยทำได้ 25 คดีในปี 2567

ผู้นำการรื้อโครงสร้าง คือ Linda McMahon อดีตผู้บริหาร World Wrestling Entertainment ซึ่งมองภารกิจนี้ในมุมลดต้นทุนแบบองค์กรธุรกิจ โดยเรียกการปลดพนักงานว่าเป็นการลดกำลังคน และระบุว่ากระทรวงปัจจุบันเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของขนาดเดิม แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การรื้อกระทรวงสอดคล้องกับแนวคิดจาก The Heritage Foundation ในโครงการ Project 2025 ซึ่งเสนอให้ยกเลิกโครงการที่ซ้ำซ้อนหรือถูกมองว่าไร้ประสิทธิภาพ โอนภารกิจไปยังหน่วยงานรัฐบาลอื่น โอนงบประมาณจำนวนมากให้รัฐและเขตการศึกษาบริหารเอง ขณะนี้มีการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างน้อย 7 ฉบับ เช่น โอนเจ้าหน้าที่ด้านอาชีวศึกษาไปยังกระทรวงแรงงาน และย้ายงบสนับสนุนระดับประถม–อุดมศึกษาหลายหมื่นล้านดอลลาร์ไปยังหน่วยงานอื่น

นักวิจารณ์เตือนว่าการโยกภารกิจอาจทำให้เป้าหมายนโยบายเปลี่ยนไป เช่น เงินสนับสนุนการศึกษาถูกตีความเป็นเรื่องฝึกอาชีพมากกว่าการขยายโอกาสทางการศึกษา หรือการย้ายสำนักงานสิทธิพลเมืองอาจลดประสิทธิภาพในการคุ้มครองนักเรียน

แม้รัฐบาลยืนยันว่าโครงการสำคัญ เช่น เงินอุดหนุนโรงเรียนยากจน ความช่วยเหลือทางการเงินนักศึกษา และระบบรับรองวิทยาลัย จะยังคงอยู่ แต่สหภาพแรงงานระบุว่าภาระงานต่อเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า และอัตราการลาออกสูงกว่าปกติอย่างมาก

ตามกฎหมาย มีเพียงสภาคองเกรสเท่านั้นที่สามารถยุบกระทรวงศึกษาธิการได้โดยตรง รัฐบาลทรัมป์จึงเลือกใช้แนวทางรื้อจากภายใน เพื่อลดบทบาทจนเหลือเพียงเปลือก ก่อนหวังให้ฝ่ายนิติบัญญัติเดินหน้าต่อในอนาคต

โดยรวมแล้ว ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนทิศทางชัดเจนของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการลดบทบาทรัฐบาลกลางด้านการศึกษาอย่างถึงราก แม้จะเผชิญเสียงคัดค้านและความกังวลเรื่องผลกระทบต่อเด็กและโรงเรียนทั่วประเทศก็ตาม

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...