ได้ผลจริงไหม? เทรนด์ฮิตพ่อแม่จีน “เลี้ยงลูกกลับด้าน” สลับบทบาทเลิกดุสั่งสอน
ได้ผลจริงไหม? พ่อแม่จีนแห่ใช้แนวคิด “เลี้ยงลูกกลับด้าน” สลับบทบาทปลูกฝังความรับผิดชอบ เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงแทนการดุสั่งสอน พัฒนาเป็น 3 แนวทางชัดเจน
20 กุมภาพันธ์ 2569 - ในหลายครอบครัวของจีน พ่อแม่ยุคใหม่กำลังปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงดูลูก จากเดิมที่เน้นการสั่งสอนหรือออกคำสั่ง มาเป็นการ “สลับบทบาท” เพื่อทำความเข้าใจมุมมองของลูกให้มากขึ้น แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า“เลี้ยงลูกกลับด้าน” และกำลังได้รับความนิยมในหมู่พ่อแม่ยุคมิลเลนเนียลอย่างรวดเร็ว
หัวใจสำคัญของการเลี้ยงลูกกลับด้านคือการที่พ่อแม่เลียนแบบพฤติกรรมหรืออารมณ์ของลูก เพื่อสร้างความเท่าเทียม เปิดพื้นที่ให้พูดคุย และกระตุ้นให้เด็กได้คิดทบทวนการกระทำของตัวเอง มากกว่าการใช้คำสั่งหรือการบังคับ
ภาพประกอบข่าว - บรรยากาศอบอุ่นในครัว ผู้ปกครองเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ ให้เด็กได้ลองผิดลองถูก
กระแสนี้เริ่มเป็นที่พูดถึงในเดือนพฤศจิกายน ปี 2565 หลังเกิดเหตุการณ์ไวรัลจากคุณแม่ในมณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เมื่อลูกสาววัย 3 ขวบยืนกรานจะออกไปข้างนอกท่ามกลางอากาศหนาวจัด โดยสวมเพียงชุดเจ้าหญิงบาง ๆ พร้อมให้เหตุผลว่าเจ้าหญิงในการ์ตูนก็อยู่ในเมืองหนาวได้
แทนที่คุณแม่จะบังคับให้ใส่เสื้อโค้ทเธอกลับปล่อยให้ลูกออกไปสัมผัสอากาศหนาวจริง ๆ และเดินตามอย่างสงบ เหตุการณ์นี้ได้รับคำชื่นชมจากผู้ใช้โซเชียลจำนวนมาก ที่มองว่าการให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง มีพลังมากกว่าการอธิบายซ้ำ ๆ
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว กระแสการเลี้ยงลูกแบบกลับด้านจึงเริ่มได้รับความนิยมในหมู่พ่อแม่ชาวจีนรุ่นใหม่ และต่อมาได้พัฒนาออกมาเป็น 3 รูปแบบที่แตกต่างกัน
ภาพประกอบข่าว - เทรนด์ “เลี้ยงลูกกลับด้าน” เน้นความเข้าใจมากกว่าวินัยมที่เข้มงวด
แบบแรกคือ“การสลับบทบาท”ที่พ่อแม่แกล้งทำตัวเป็นฝ่ายต้องการความช่วยเหลือ เพื่อปลูกฝังความรับผิดชอบและพัฒนาทักษะทางอารมณ์ของลูก
แบบที่สองคือ“การให้เผชิญผลลัพธ์” โดยพ่อแม่วางแผนให้เด็กได้สัมผัสผลจากการตัดสินใจของตนเอง เช่น กรณีเด็กชายวัย 8 ขวบในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ที่อยากลาออกจากโรงเรียนไปเป็นนักเล่นเกมอาชีพ พ่อแม่ไม่ได้ห้ามทันที แต่กำหนดให้เขาเล่นเกมวันละ 16 ชั่วโมง พร้อมทำรายงานอย่างละเอียด เพียงสามวัน เด็กชายก็ถอดใจ และเริ่มมองอนาคตอย่างมีเหตุผลมากขึ้น
ส่วนรูปแบบที่สามคือ “การสะท้อนพฤติกรรม” พ่อแม่จะเลียนแบบอารมณ์ของลูกเพื่อให้เด็กฉุกคิด เช่น กรณีคุณแม่คนหนึ่งที่นอนร้องไห้ข้างลูกสาววัย 3 ขวบซึ่งกำลังงอแงเพราะไม่ได้กินไอศกรีม ผลลัพธ์คือเด็กหยุดร้องและมองแม่ด้วยความประหลาดใจ
แม้จะยังมีทั้งเสียงสนับสนุนและข้อถกเถียง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เลี้ยงลูกกลับด้าน”กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของพ่อแม่ยุคใหม่ในจีน ที่ต้องการสร้างความเข้าใจ ความรับผิดชอบ และวุฒิภาวะให้ลูก ผ่านประสบการณ์จริงมากกว่าการใช้วินัยเข้มงวดเพียงอย่างเดียว
ที่มา: South China Morning Post
อ่านข่าวเพิ่มเติม:เทรนด์เลี้ยงลูกแบบใหม่? พ่อแม่จีนทดลองใช้ “แผ่นการบ้านไซซ์บิ๊ก” หวังกระตุ้นความอยากเรียนและลดข้อผิดพลาดในการแก้โจทย์ แต่สังคมกังวลสุขภาพจิตเด็ก
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ได้ผลจริงไหม? เทรนด์ฮิตพ่อแม่จีน “เลี้ยงลูกกลับด้าน” สลับบทบาทเลิกดุสั่งสอน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th