โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SMPC ปิดงบปี 68 ทำกำไรกว่า 600 ลบ. ชูการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ บอร์ดชงจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 0.30 บาท ขึ้น XD 7 เม.ย.นี้

Wealthy Thai

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 08.47 น.

SMPC ประกาศปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 600.24 ลบ. มีรายได้จากการขาย 3,870.20 ลบ. ลดลง 15%ตามปริมาณขายที่ลดลง 5% ถึงแม้ยอดขายจะลดลงจากปีก่อน 15% แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและต้นทุนการเงินลดลง อัตราการทำกำไรดีขึ้นกว่าปีก่อน ทำให้กำไรสำหรับปีเพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ด้านบอร์ดชงผู้ถือหุ้นจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 0.30 บาท ขึ้น XD วันที่ 7 เม.ย.2569 จ่ายเงินปันผลวันที่ 30 เม.ย.2569 นี้ พร้อมประกาศแผนปี 2569 เชื่อว่ายังมีการเติบโตที่ดี ตั้งธงยอดขายโต 25% ขณะที่คำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง เดินหน้าชูกลยุทธ์เน้นเพิ่มการขายผลิตภัณฑ์ High Value เพิ่มมาร์จิ้น ลุยขยายตลาดในภูมิภาคที่หลากหลายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นางปัทมา เล้าวงษ์ รองประธานกรรมการ บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC ประกอบธุรกิจผลิตถังทนความดันแบบต่างๆ โดยผลิตภัณฑ์หลักเป็นถังสำหรับบรรจุแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม และสำหรับใช้เป็นแหล่งพลังงานรถยนต์ โดยจำหน่ายภายในและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “SMPC” รวมทั้งรับจ้างผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าต่างๆ เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯในปี 2568บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 600.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.69 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.5%จากปีก่อนที่มีกำไร 597.55 ล้านบาท ถึงแม้ยอดขายจะลดลงจากปีก่อน 15% แต่การบริหารจัดการที่ทำให้ค่าใช้จ่ายและต้นทุนการเงินลดลง ประกอบกับอัตราการทำกำไรดีขึ้นกว่าปีก่อน ทำให้สุทธิแล้วกำไรสำหรับปีเพิ่มขึ้น
โดยมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 3,870.20 ล้านบาท ลดลง 706.73 ล้านบาท หรือลดลง 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4,576.93 ล้านบาท ตามปริมาณขายที่ลดลง 5% ในขณะเดียวกันราคาวัตถุดิบซึ่งเป็นเหล็กลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 16% ทำให้ต้องปรับราคาขายลดลง นอกจากนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 6%ทำให้ราคาขายลดลง
ในปี 2568 บริษัทมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 903.54 ล้านบาท ลดลง 12% จากปีก่อน ที่มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,030.99 ล้านบาท ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 22.5% เป็น 23.3% ผลจากสัดส่วนการขายถังใหญ่ และถังทนแรงดันต่ำประเภทอื่นๆ ซึ่งมีราคาสูงและอัตราการทำกำไรดีเพิ่มขึ้น และการขายให้กับภูมิภาคที่สามารถทำราคาได้ดีเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับราคาเหล็กลดลง 16% ทำให้มีการปรับราคาขายลดลงในลูกค้าบางราย โดยสุทธิกับค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 6%
“ถึงแม้ในปี 2568 ปริมาณขายของบริษัทลดลงจากปีก่อน 5% แต่สัดส่วนการขายถังใหญ่ และถังทนแรงดันต่ำอื่นๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งโดยปกติถังประเภทนี้จะมีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าถังบรรจุก๊าซหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไป สอดคล้องกับกลยุทธ์การขายของบริษัทที่เน้นผลักดันการขายถังที่เพิ่มมูลค่าให้เพิ่มขึ้น อีกทั้งสัดส่วนการขายให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคที่สามารถทำราคาได้ดีเพิ่มสูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาตลาดเหล็กที่ปรับตัวลดลงจากปีก่อน 16% ทำให้บริษัทต้องปรับลดราคาขายให้สอดคล้องกับราคาตลาดของเหล็ก ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องซึ่งส่งผลต่อรายได้จากการส่งออก ทำให้สุทธิแล้วรายได้ของบริษัทลดลง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน” นางปัทมา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ความต้องการจากลูกค้าในสหรัฐฯยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการทดแทนสินค้าที่เสื่อมสภาพและการขยายตลาดของคู่ค้าในประเทศดังกล่าว ประกอบกับการรักษาคุณภาพของสินค้าที่คงที่ เชื่อถือได้ อีกทั้งยังมีกำลังการผลิตที่มากเพียงพอกับความต้องการ และบริหารการจัดส่งที่ตรงเวลา ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกา โดยคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12%
อย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อมั่นว่าการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการบริหารต้นทุน ความยืดหยุ่นในการปรับนโยบายการขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การกระจายตลาด และการเพิ่มมูลค่าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว แม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2568 เป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.70 บาท ซึ่งได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วสำหรับงวด 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 คงเหลือเงินปันผลสำหรับงวด 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท หรือคิดเป็นเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 161 ล้านบาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 7 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 8 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 30 เมษายน 2569
ส่วนแนวโน้มธุรกิจในปี 2569 เชื่อว่ายังมีการเติบโตที่ดี บริษัทตั้งเป้ายอดขายโต 25% โดยวางแผนขายกลุ่มลูกค้าเดิมและเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ จะเห็นออร์เดอร์เข้ามาเป็นจำนวนมากในไตรมาสแรกปีนี้ หลังมีการดีเลย์การส่งออกในไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา ขณะที่คำสั่งซื้อจากลูกค้าในสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สำหรับการพัฒนาด้านความยั่งยืนของบริษัทในปี 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทได้ทบทวนและเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์ของบริษัทเป็น “เป็นผู้นำในธุรกิจถังแก๊ส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนาด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง และจะนำไปจัดทำแผนกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในปี 2569 ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...