โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ธิษะณา” เผยสาเหตุวิจารณ์ ปชน. ยันไม่ได้ทำลายใคร แต่มาตรฐานต้องสูงกว่านี้

Thaiger

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 16.30 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 09.30 น. • Thaiger ข่าวไทย

“ธิษะณา ชุณหะวัณ” อดีต สส.กทม. เผยสาเหตุวิจารณ์พรรคประชาชน ยืนยันไม่ได้โกรธเพราะชวดลงสมัคร แต่รับไม่ได้กับมาตรฐานพรรคที่ลดลง

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงจุดยืนในการออกมาวิพากษ์วิจารณ์อดีตพรรคต้นสังกัด โดยระบุว่า

ขอพูดให้ชัดอีกครั้ง การที่ดิฉันออกมาวิพากษ์พรรค ไม่ใช่เพราะ “ไม่ได้ไปต่อ” ถ้าเป็นเรื่องตำแหน่ง ดิฉันสามารถออกมาพูดก่อนเลือกตั้งได้ แต่ดิฉันไม่ทำ และได้พูดไปแล้วด้วยว่า “เคารพในการตัดสินใจของพรรค” ตั้งแต่ทราบว่าไม่ได้ไปต่อ เพราะไม่ต้องการให้กระทบคะแนนเสียง ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งภายในกลายเป็นภาระของพรรคในสนามเลือกตั้ง

ดิฉันเลือกเงียบในช่วงเลือกตั้ง เพราะแยกออกระหว่างความเห็นต่างภายในกับความรับผิดชอบต่อประชาชน การออกมาพูดหลังผลเลือกตั้งชัดเจนแล้ว ถือว่าให้เกียรติพรรคมากที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่ดิฉันโกรธจริง ๆ ไม่ใช่ตัวบุคคล และไม่ใช่ความผิดหวังส่วนตัว

แม้ผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคเลือก จะยังไม่มีประสบการณ์การทำงานเชิงพื้นที่หรือเชิงบริหารในระดับที่พิสูจน์ความพร้อมระยะยาว การเป็นอนุกรรมาธิการระยะสั้นไม่กี่เดือน ไม่มีสถานะข้าราชการ ไม่มีอำนาจบริหารเชิงนโยบาย ไม่มีความรับผิดชอบเชิงระบบต่อประชาชน ไม่อาจเรียกว่า “ประสบการณ์ทำงานเต็มรูปแบบ” ได้

FB/ ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan

นี่ไม่ใช่การดูถูกใคร แต่นี่คือคำถามเรื่องมาตรฐาน พรรคที่อ้างว่าจะยกระดับการเมือง ต้องอธิบายได้ว่าหลักเกณฑ์การคัดเลือกคืออะไร หรือมาตรฐานถูกยืดหยุ่นตามความเหมาะสมทางการเมือง แต่ประเด็นที่หนักกว่านั้นคือการโหวตสนับสนุนคุณอนุทิน ดิฉันเตือนแล้วว่า การตัดสินใจนั้นจะมีต้นทุนทางอุดมการณ์สูงมาก จะทำให้เส้นแบ่งทางหลักการพร่าเลือน และจะสร้างความได้เปรียบทางโครงสร้างให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์

วันนี้เราเห็นแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยยืนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบทางอำนาจ และมีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองอย่างชัดเจน จะบอกว่าไม่มีความเชื่อมโยงเลยได้อย่างไร ในเมื่อการโหวตครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญของสมการอำนาจ

ดิฉันไม่ได้กล่าวหาใครเรื่องการโกง แต่ดิฉันพูดชัดว่า การตัดสินใจของพรรคมีผลต่อดุลอำนาจที่ทำให้ภูมิใจไทยมีความได้เปรียบในวันนี้ และถ้าเราไม่กล้ายอมรับว่าการตัดสินใจของเรามีผลต่อผลลัพธ์ทางการเมือง เราก็ไม่ต่างจากการเมืองแบบเก่าที่ไม่เคยรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง

เมื่อดิฉันตั้งคำถามเชิงนโยบาย สิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่คำอธิบายเชิงเหตุผล แต่คือการหยิบเรื่อง “สารเสพติด” และเรื่องส่วนตัวขึ้นมาพูดในพื้นที่สาธารณะ นี่คือรูปแบบของ character assassination อย่างชัดเจน

แทนที่จะตอบว่าทำไมจึงโหวตแบบนั้น ทำไมจึงลดบาร์ทางหลักการ ทำไมจึงทำให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์ได้เปรียบทางโครงสร้าง กลับเลือกเบี่ยงประเด็นไปที่ชีวิตส่วนตัวของผู้ตั้งคำถาม เมื่อประเด็นสารเสพติดถูก insinuate ซ้ำ ๆ ทั้งที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย นั่นไม่ใช่การถกเถียงเชิงนโยบาย แต่นั่นคือการสร้างภาพจำทางสังคมเพื่อบั่นทอนความน่าเชื่อถือ

การเมืองที่มั่นใจในหลักการ ต้องตอบด้วยหลักการ การเมืองที่มั่นใจในเหตุผล ไม่จำเป็นต้องทำลายตัวบุคคล ดิฉันไม่ได้โกรธเพราะแพ้ ดิฉันโกรธเพราะมาตรฐานลดลง หลักการถูกต่อรอง และการตัดสินใจหนึ่งครั้งได้เปลี่ยนดุลอำนาจของประเทศ

ถ้าพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่าก้าวหน้า ไม่สามารถรับคำวิจารณ์จากคนของตัวเองได้ คำว่า “ประชาธิปไตย” ก็จะเหลือเพียงสโลแกน ดิฉันวิพากษ์ไม่ใช่เพื่อทำลายใคร แต่เพื่อยืนยันว่ามาตรฐานต้องสูงกว่านี้ หลักการต้องชัดกว่านี้ และประชาชนสมควรได้รับการเมืองที่โปร่งใสมากกว่านี้ค่ะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...