โฉมหน้า “มัชปาหิต” อาณาจักรที่มาแทนศรีวิชัย ก่อนสลายตัวเพราะอิสลาม
ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 อาณาจักรศรีวิชัย(Sriwijaya) ในหมู่เกาะมลายูเริ่มเสื่อมอำนาจลง ความยิ่งใหญ่ทางทะเลจึงตกเป็นของ อาณาจักรมัชปาหิต(Majapahit) บนเกาะชวาตะวันออก
มัชปาหิตรุ่งเรืองสูงสุดในศตวรรษที่ 14 มีอำนาจครอบคลุมทั่วน่านน้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และบางส่วนทางใต้ของประเทศไทย
การขยายอำนาจของอาณาจักรมัชปาหิตกับอาณาจักรศรีวิชัย มีความแตกต่างกัน มัชปาหิตเริ่มจากเมืองแห่งการเพาะปลูกจนกลายเป็นเมืองแห่งการค้าขายทางทะเลระหว่างประเทศ และการขยายอำนาจก็ค่อยเป็นค่อยไปและใช้เวลานานนับศตวรรษ
ที่สำคัญคือ กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองในเกาะชวาทุกพระองค์ให้การสนับสนุนทางการเกษตรอย่างจริงจัง พื้นดินแทบทุกตารางนิ้วถูกหักร้างถางพงให้เป็นที่เพาะปลูก แม่น้ำลำธารทุกสายได้รับการดูแล แผ่นดินชวาจึงอดุมสมบูณร์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร
ผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมากจากชวา โดยเฉพาะข้าว ใช้แลกเปลี่ยนกับเครื่องเทศของหมู่เกาะโมลุกกะ (Maluku) ไม้จันทน์ของหมู่เกาะซุนดาน้อย (Nusa Tenggara) เพชรพลอยจากกาลิมันตัน (Kalimantan) และสิ่งของมีค่าต่าง ๆ จากจีนและอินเดีย
เศรษฐกิจของมัชปาหิตจึงมั่นคงกว่าเศรษฐกิจของศรีวิชัย ซึ่งเคยเป็นเจ้าแห่งการการค้าทางทะเล แต่ผู้ปกครองไม่ได้สนับสนุนการเพาะปลูก มีความจำเป็นต้องอาศัยสินค้าเกษตรจากเมืองอื่น ๆ นานวันเข้าจึงเสื่อมอำนาจ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรมัชปาหิต
ผู้สร้างนครมัชปาหิตในปลายศตรรษที่ 13 คือ ระเด่นวิชัย(Raden Wijaya) ปฐมกษัตริย์แห่งมัชปาหิต เป็นที่รู้จักกันในนาม เกอรตาราชาศา ชัยวารตนา (Kertarajasa Jayawardana) พระองค์เป็นราชบุตรเขยของพระภู เกรานคร (Prabu Kertanagara) กษัตริย์องค์สุดท้ายผู้ครองนครสิงหสารี (Singasari) อีกหนึ่งอาณาจักรโบราณบนเกาะชวา
เนื่องจากชวารับคติพราหมณ์-ฮินดู จากอินเดียมาอย่างเข้มข้น ระเด่นวิชัยเป็นที่นับถือในฐานะอวตารของพระเป็นเจ้า เงาของความยิ่งใหญ่ แสงแห่งความรุ่งโรจน์ และพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ พระองค์ไม่ได้บริหารบ้านเมืองโดยตรง หน้าที่ดังกล่าวของพวกพราหมณ์ วรรณะพราหมณ์จึงมีอำนาจและบทบาทสูงมาก และชาวนครมัชปาหิตก็เชื่อว่า พราหมณ์คือผู้ใกล้ชิดกับเทพเจ้า โดยเฉพาะพระศิวะกับพระวิษณุ
สภาพสังคมของมัชปาหิตจึงถอดมาจากอินเดีย พราหมณ์และกษัตริย์ถือครองความมั่งคั่ง โดยมีวรรณแพทย์และสูตรเป็นฐานรากของสังคม
ชาวมัชปาหิตยุคต้น ๆ มีธรรมเนียมว่า หากกษัตริย์ผู้ครองนครสิ้นพระชนม์ จะร่วมกันสร้างสถูป หรือจันดี (Candi) สำหรับพระอัฐิ และสร้างเทวรูปพระศิวะหรือพระวิษณุสำหรับสักการบูชา ความเชื่อดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วหมู่เกาะมลายู พร้อม ๆ กันนั้น ศาสนาพุทธก็แผ่จากทางศรีวิชัยเดิมสู่ชวาเช่นกัน
พระราชวังในนครมัชปาหิตประกอบด้วยพระตำหนักเรียงรายเรียกว่า “กระต็อน” (Kraton) ล้อมรอบด้วยกำแพงดิน กระต็อนเป็นที่ประทับของทั้งกษัตริย์และพระราชวงศ์ ถัดออกมาเป็นพื้นที่ของนักรบ และกำแพงดินอีกชั้น ถัดออกไปอีกจึงเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป
ในศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าฮายัมวูรุก (Hayum Wuruk) หรือพระราชาษานคร (Rajasanagara) ซึ่งครองราชสมบัติระหว่าง ค.ศ. 1350-1389 พระองค์ทรงแต่งตั้งให้ท้าวคชมาทา (Gajah Mada) เป็นอัครมหาเสนาบดี แล้วเสนาบดีท่านนี้ก็สร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่นครมัชปาหิตจนได้รับนามใหม่ว่า “อมังกูภูมิ”(Amangkubumi) เมื่อสิ้นชีวิต มัชปาหิตก็เริ่มเสื่อมอำนาจลงเรื่อย ๆ
หลังจากศาสนาอิสลามแผ่เข้ามาถึงหมู่เกาะต่าง ๆ ในอินโดนีเซีย และตั้งมั่นได้ที่ริมฝั่งทะเลตอนเหนือของชวา เจ้าเมืองต่าง ๆ เริ่มไม่สวามิภักดิ์ต่อกษัตริย์มัชปาหิตที่อำนาจถดถอยลง ในที่สุดอำนาจการค้าทางทะเลก็ตกเป็นของพ่อค้ามุสลิม โดยมีเมืองมะละกา (Melaka) เป็นศูนย์กลางการค้าแห่งใหม่ของภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่ศาสนาอิสลามด้วย
เมื่อถึงศตวรรษที่ 15 เจ้าเมืองมะละกาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจักรพรรดิจีนได้ก้าวขึ้นมาควบคุมการค้าย่านนี้อย่างเต็มตัว ขณะที่นครมัชปาหิตสิ้นสภาพศูนย์กลางทางอำนาจ และต้นศตวรรษที่ 16 เกาะชวาก็ไม่เหลือเจ้าเมืองที่นับถือฮินดูหรือพุทธอีกต่อไป อาณาจักรมัชปาหิตจึงปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์
อ่านเพิ่มเติม :
- จุดเริ่มต้น “อิสลาม” ใน “อินโดนีเซีย” ก่อนเป็นชาติที่มีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก
- เมื่อ “เช-ลิ-โฟ-ชิ” ไม่ใช่ “ไชยา” เมืองหลวงของ “อาณาจักรศรีวิชัย” จะอยู่ที่ไหน?
- “ศรีวิชัย” อาณาจักรในจินตนาการที่ครอบคลุมภาคใต้ของไทย คือสหพันธรัฐทางทะเล
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ไพฑูรย์ มาศมินทร์ไชยนรา. อาณาจักรมัชปาหิต.แปลจาก Sejarah Baru Negara Malaysia Tingkatan.วารสารรูสมิแล ฉบับที่ 6 หมายเลข 2 พ.ศ. 2526 ; มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โฉมหน้า “มัชปาหิต” อาณาจักรที่มาแทนศรีวิชัย ก่อนสลายตัวเพราะอิสลาม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com