โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สะเทือนใจ หญิงจีนป่วยมะเร็งกระดูก ถูกครอบครัวทอดทิ้ง โดนมองว่าเป็น “ภาระ”

Khaosod

อัพเดต 25 ม.ค. เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. เวลา 05.10 น.
คำว่า “ภาระ” ในวันที่ป่วย ทำให้เธอหลงทางและเจ็บปวด แต่วันนี้เลือกจะใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความหมาย - ภาพจาก QQ.com

ชีวิตที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “ภาระ” หญิงจีนป่วยมะเร็งกระดูก ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ต้องตัดขา สู้โรคร้ายเพียงลำพัง ไร้ครอบครัวพึ่งพา จนชาวเน็ตทั่วโลกสะเทือนใจ

25 มกราคม 2569- หญิงสาวจากจีนตะวันออกต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้าย เมื่อการป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูกไม่เพียงพรากสุขภาพของเธอไป แต่ยังทำให้เธอสูญเสียครอบครัว หลังพ่อแม่ตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์ และเรียกเธอว่าเป็นเพียง “ภาระ”เรื่องราวของเธอได้สร้างความสะเทือนใจและจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

เสี่ยว ซื่อเว่ยวัย 23 ปี จากมณฑลอานฮุย ล้มหมดสติระหว่างการสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเมื่อปี 2564 แม้ร่างกายจะทรุดหนัก เธอยังคงฝืนทำข้อสอบจนเสร็จ ก่อนจะถูกวินิจฉัยในเวลาต่อมาว่าเป็น“โรคมะเร็งกระดูก”ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิต

โรคมะเร็ง

ในปี 2566 และ 2567 โรคมะเร็ง ของเธอกลับมาอีกครั้งและแพร่กระจายไปยังปอด ล่าสุดเธอเปิดเผยว่าพบก้อนเนื้อใหม่ในเยื่อหุ้มปอด - ภาพจาก QQ.com

อาการของเธอทรุดลงอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี แพทย์จำเป็นต้องตัดขาขวาเพื่อยื้อชีวิต ทว่าในช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจมากที่สุด พ่อของเธอกลับตัดการติดต่อทันที ส่วนแม่ยอมพาเธอไปรักษาที่กรุงปักกิ่งก็เพียงเพราะคุณยายร้องขอ ก่อนจะหายไปจากชีวิตเธอหลังการผ่าตัด โดยทิ้งคำพูดที่เจ็บปวดไว้ว่า“ลูกสาวคนนี้คือภาระ”

แม้ถูกทอดทิ้ง เสี่ยว ซื่อเว่ย ยังไม่ยอมแพ้ เธอสามารถสอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยครูเหอเฟยได้สำเร็จ พร้อมกับทำงานทุกอย่างที่พอทำได้ ทั้งเขียนนิยายออนไลน์ และถักของเล่นโครเชต์ออกขายตามท้องถนน เพื่อนำเงินมาใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลของตนเอง

Miracle Xia Xia

เสี่ยว ซื่อเว่ย เปิดบัญชีออนไลน์ชื่อ “Miracle Xia Xia” เพื่อเล่าเรื่องการรักษาและชีวิตประจำวัน มีผู้ติดตามกว่า 460,000 คน - QQ.com

เธอยังเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียในชื่อ“Miracle Xia Xia” เพื่อบันทึกเรื่องราวการรักษาและชีวิตประจำวันอย่างตรงไปตรงมา บัญชีดังกล่าวมีผู้ติดตามมากกว่า 460,000 คน และมีผู้ใจดีจำนวนมากร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยให้เธอได้สู้ต่อ

หลังไม่มีครอบครัวคอยดูแล เสี่ยว ซื่อเว่ย ต้องลงนามยินยอมผ่าตัดด้วยตนเองถึง 6 ครั้ง เธอซื้อขาเทียมเอง และฝึกเดินด้วยตัวเองโดยไม่มีใครจับมือพยุง ชีวิตที่เคยถูกมองว่าเป็นภาระกลับต้องแบกรับทุกอย่างไว้เพียงลำพัง

ภาพจาก

ในปี 2566 และ 2567 โรคมะเร็งของเธอกลับมาอีกครั้ง และแพร่กระจายไปยังปอด ล่าสุดแพทย์พบก้อนเนื้อใหม่ในเยื่อหุ้มปอด โรงพยาบาลในนครเซี่ยงไฮ้แนะนำให้เข้ารับเคมีบำบัดและการผ่าตัด โดยยืนยันว่ายังมีโอกาสรอดชีวิต

แม้เผชิญความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสี่ยว ซื่อเว่ย ยังคงยิ้มและมองโลกในแง่ดี เธอขอให้ผู้ติดตามเรียกเธอว่า “เจ้าหญิง” และเขียนอายุในโปรไฟล์ว่า“100”เพื่อสื่อถึงความหวังว่าจะมีชีวิตยืนยาว“ไม่ว่าปัญหาจะดูใหญ่แค่ไหน วันพรุ่งนี้มันก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย”คำพูดเรียบง่ายของหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่าเป็นเพียง“ภาระ” แต่วันนี้กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั้งโลก

ความเข้มแข็งและมุมมองเชิงบวกของ เสี่ยว ซื่อเว่ย ทำให้เธอได้รับข้อความให้กำลังใจจำนวนมากจากชาวเน็ต

ผู้ติดตาม

ผู้ติดตาม จำนวนมากร่วมบริจาคเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อช่วยสนับสนุนการรักษาของเธอ - ภาพจาก QQ.com

“ขอให้หายป่วยไวๆ นะ เจ้าหญิง!”ผู้ติดตามรายหนึ่งคอมเมนต์ใต้โพสต์ของเธอ

“ฉันเพิ่งโอนเงินช่วยเหลือให้ ขอให้สัญญาว่าจะสู้ต่อไป ผ่านเรื่องนี้ให้ได้ เรียนให้จบ หางานทำ และวันหนึ่งได้ส่งต่อความเมตตานี้ให้คนอื่น”อีกคนหนึ่งให้กำลังใจ

“ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะจะเป็นพ่อแม่ ต่อให้ไม่มีเงิน ก็ควรอย่างน้อยอยู่เคียงข้างลูก ขออวยพรให้หญิงสาวคนนี้พบเจอแต่สิ่งดีๆ” ความเห็นที่สามระบุ

ที่มา: South China Morning Post

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ไวรัล! เด็กม.ต้นจีนยกห้อง เดินเท้ากว่า 2 กม. เพื่อถ่ายรูปกับเพื่อนป่วยมะเร็ง

ทีมข่าวสดรายงาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สะเทือนใจ หญิงจีนป่วยมะเร็งกระดูก ถูกครอบครัวทอดทิ้ง โดนมองว่าเป็น “ภาระ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...