โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ยศชนัน' ปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ ชู '30 บาท AI' ปราบคอร์รัปชัน-ทุนเทา

VoiceTV

อัพเดต 16 ม.ค. เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. เวลา 13.56 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันที่ 16 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ณ ตลาดสดบางปูใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. ทั้ง 8 เขตหาเสียง โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและทรงพลัง ท่ามกลางมวลชนที่มารอรับฟังอย่างเนืองแน่น

โดย ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่ารู้สึกชุ่มชื่นหัวใจอย่างยิ่งที่เห็นพี่น้องชาวสมุทรปราการมารวมตัวกัน และยืนยันว่าวันนี้เพื่อไทยไม่ได้มาคนเดียว แต่เป็นการกลับมารวมตัวกันของคนสมัยพรรคไทยรักไทยอย่างครบถ้วน สยบกระแสข่าวลือเรื่องเพื่อไทยเลือดไหล พร้อมประกาศเป้าหมายขอคะแนนเสียงจากชาวปากน้ำให้เลือกพรรคเพื่อไทยแบบยกจังหวัดทั้ง 8 เขต เพื่อทำให้สมุทรปราการกลายเป็นพื้นที่สีแดงทั้งแผ่นดินอีกครั้ง โดยย้ำว่าอุดมการณ์ของพรรคยังคงเดิมคือ “พรรคเพื่อไทยหัวใจเพื่อประชาชน”

ศ.ดร.ยศชนัน ระบุต่อไปว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เป็นมากกว่าการเลือกตั้งทั่วไป แต่คือวันแห่งความหวังของชาวสมุทรปราการทุกคน ซึ่งตนเองพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้เปลี่ยนความหวังให้กลายเป็นความจริง หากประชาชนให้โอกาส สิ่งสำคัญที่เป็นความหวังแรกคือการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ เนื่องจากปัจจุบันหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงมากจากสถานการณ์โควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายแก้หนี้ทั้งระบบเพื่อให้ทุกคนมีกำลังในการชำระหนี้และลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง พร้อมย้ำนโยบาย “ไทยไร้จน” ที่มุ่งเน้นการหารายได้เข้าประเทศให้มากที่สุด เพื่อนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าวันละ 100 บาท รวมถึงผู้ป่วยติดเตียง โดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์ว่าเป็นนโยบายประชานิยม เพราะหลักการของเพื่อไทยคือการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส เช่น นโยบายลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายล้ำสมัยอย่าง “30 บาท AI” ซึ่งจะทำให้ประชาชนเจ็บป่วยที่ไหนก็รักษาได้ด้วยระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างรัฐบาลดิจิทัล เพื่อนำไปสู่การต่อต้านการคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน พร้อมประกาศสงครามกับยาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์อย่างไม่หยุดยั้งจนกว่าจะหมดไป และย้ำจุดยืนชัดเจนว่า “ทุนเทาเพื่อไทยก็ไม่เอา” ก่อนจะทำการแนะนำผู้สมัคร สส. สมุทรปราการ ทั้ง 8 คน ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดีอย่างกึกก้องจากมวลชน

ในวันเดียวกันที่เวทีตลาดบางปูแลนด์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเรียกเสียงเฮจากมวลชนนับหมื่น โดยนายณัฐวุฒิได้ขอให้ชาวสมุทรปราการเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะอย่างเด็ดขาดทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัดทั้ง 8 เขต พร้อมกล่าวเปรียบเทียบว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนอาจมีบางคนกาคะแนนตามกระแสจนได้ สส. ที่ไม่เคยปรากฏตัวในพื้นที่ตลอดสองปีที่ผ่านมา แต่สำหรับ สส. พรรคเพื่อไทยนั้น เมื่อได้รับโอกาสจากประชาชนแล้วจะไม่เคยทิ้งพื้นที่ และมักจะนำความเดือดร้อนของชาวบ้านเข้าไปหารือเพื่อหาทางออกในสภาอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับนโยบายภาพรวม นายณัฐวุฒิย้ำว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาล จะนำนโยบายของพรรคเป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายคนไทยไร้จน, หวยเกษียณ, รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, บ้านเพื่อคนไทย และการลดค่าไฟครั้งใหญ่ เพื่อคืนความหวังให้กับประชาชนอีกครั้ง ส่วนประเด็นเรื่องความโปร่งใสนั้น นายณัฐวุฒิย้ำว่าอย่ามาอ้างว่าพรรคไหนมั่นคงหรือบริสุทธิ์กว่าใคร เพราะสิ่งที่บริสุทธิ์และทรงพลังที่สุดคือเสียงของประชาชนเท่านั้น หากประชาชนเชื่อมั่นและให้โอกาสเพื่อไทยเข้าไปทำงาน พรรคก็พร้อมจะพิสูจน์ผลงานเหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีตที่เคยได้ สส. ยกจังหวัดสมุทรปราการ

ขณะที่ นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และผู้ช่วยหาเสียง ได้กล่าวเสริมถึงความสำคัญของนโยบายลดค่าครองชีพ เช่น รถเมล์แอร์ไฟฟ้า 10 บาท และรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รวมถึงการยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย ให้กลายเป็น “30 บาทรักษาทุกที่” ในรัฐบาลปัจจุบัน และกำลังมุ่งหน้าสู่ระบบ AI ในอนาคต นายจักรภพยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยอาจไม่ใช่ผู้วิเศษที่ไม่เคยทำผิดพลาด แต่เป็นพรรคที่พร้อมจะเรียนรู้และแก้ไขข้อผิดพลาดทันที โดยยึดเอาความทุกข์ของประชาชนเป็นตัวตั้งในการผลิตนโยบาย เพื่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นที่พึ่งที่ระลึกถึงของประชาชนในทุกวิกฤตตลอดไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...