โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เปิดลิสต์ 10 อาหารสุขภาพ “แคลอรีสูง” กินเพลินระวังน้ำหนักพุ่งแบบไม่รู้ตัว

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

รวมลิสต์อาหารสุขภาพที่ให้พลังงานสูงเกินคาด เช่น อะโวคาโด กราโนล่า และถั่วต่างๆ พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมปริมาณ เพื่อให้การลดน้ำหนักได้ผลจริงและไม่เสียสุขภาพ

การเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ (Healthy Food) เป็นเรื่องดี แต่หลายคนมักตกหลุมพรางคำว่า 'คลีน' จนเผลอกินในปริมาณมากเกินไป ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาหารสุขภาพหลายชนิดมี 'แคลอรีแฝง' ที่สูงลิ่ว หากไม่จำกัดปริมาณให้เหมาะสม แทนที่จะผอมอาจกลายเป็นเพิ่มน้ำหนักโดยไม่รู้ตัว ไทยรัฐออนไลน์สรุปมาให้แล้วว่ามีอะไรบ้างที่คุณต้องระวัง

เจาะลึก 10 อาหารสุขภาพ “แคลอรีสูง” กินดีแต่ต้องพอเหมาะ

บ่อยครั้งที่เราเลือกซื้ออาหารเพียงเพราะมีป้ายแปะว่า “Natural” หรือ “Healthy” แต่ในโลกของโภชนาการ พลังงาน (Calorie) และ สารอาหาร (Nutrients) คือคนละเรื่องกัน อาหารบางอย่างมีประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล แต่ก็มาพร้อมกับพลังงานที่เข้มข้น ดังนี้

1. อะโวคาโด

แม้จะเป็นแหล่งไขมันดี ที่ช่วยบำรุงหัวใจ แต่ อะโวคาโด 1 ลูก อาจให้พลังงานสูงถึง 250-320 แคลอรี การกินวันละหลายลูกจึงอาจทำให้ได้รับพลังงานเกินความจำเป็น

  • คำแนะนำ: ควรกินครั้งละ 1/4 หรือ 1/2 ลูกต่อมื้อ

2. กราโนล่า

ธัญพืชยอดฮิตของคนลดน้ำหนัก แต่มักถูกเคลือบด้วยน้ำตาล น้ำผึ้ง หรือน้ำมันเพื่อให้มีความกรอบ กราโนล่าเพียง 1 ถ้วย อาจมีพลังงานสูงถึง 400-600 แคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับข้าวผัดหนึ่งจานเลยทีเดียว

ภาพจาก iStock
  • คำแนะนำ: เลือกสูตรที่มีน้ำตาลน้อยกว่า 5 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และไม่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม ปริมาณที่เหมาะสมคือเพียง 1/4 ถ้วยตวง เท่านั้น โดยใช้เป็น "ท็อปปิ้ง" โรยหน้าโยเกิร์ตหรือผลไม้ แทนการเทใส่ชามกินเป็นมื้อหลักแบบซีเรียล หรือลองอบเองที่บ้านโดยใช้น้ำผึ้งแท้ในปริมาณน้อย และใช้ถั่วหรือธัญพืชเต็มเมล็ดเพื่อเพิ่มไฟเบอร์

3. ถั่วและเนยถั่ว

ถั่วเป็นแหล่งโปรตีนและไฟเบอร์ชั้นยอด แต่ก็มีไขมันสูง ถั่วอัลมอนด์เพียง 1 กำมือ (ประมาณ 20 เม็ด) ให้พลังงานเกือบ 170 แคลอรี ส่วนเนยถั่วเพียง 2 ช้อนโต๊ะ ก็ให้พลังงานเกือบ 200 แคลอรีแล้ว

ภาพจาก iStock
  • คำแนะนำ: ควรเลือกถั่วแบบอบหรือดิบ ที่ไม่เติมเกลือและไม่เคลือบน้ำตาลหรือน้ำผึ้ง ปริมาณที่พอเหมาะต่อวันคือ 1 กำมือเล็ก (ประมาณ 30 กรัม) เลือกเนยถั่วชนิดที่ส่วนประกอบมีแค่ "ถั่วและเกลือ" เท่านั้น หลีกเลี่ยงยี่ห้อที่ใส่น้ำมันไฮโดรเจนเนต

4. ผลไม้อบแห้ง

เมื่อน้ำถูกรีดออก น้ำตาลในผลไม้จะเข้มข้นขึ้นมาก เช่น ลูกเกดหรืออินทผลัม ผลไม้อบแห้ง 1 ถ้วย มีแคลอรีสูงกว่าผลไม้สดในปริมาณเท่ากันถึง 5-8 เท่า และมักจะมีการเติมน้ำตาลทรายเพิ่มเข้าไปด้วย

  • คำแนะนำ: เลือกสูตรที่ "ไม่เติมน้ำตาล" เพราะในตัวผลไม้มีน้ำตาลฟรุกโตสที่เข้มข้นอยู่แล้ว ควรทานผลไม้อบแห้งควบคู่กับถั่วหรือชีสไขมันต่ำ เพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ไม่ให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงเร็วเกินไป หากเป็นไปได้ ให้เลือกทานผลไม้สดแทน เพราะจะได้ปริมาณน้ำและไฟเบอร์ที่ช่วยให้อิ่มท้องมากกว่าในแคลอ

5. น้ำมันมะกอก

ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำมันที่ดีที่สุดต่อสุขภาพ แต่ก็ยังเป็น “ไขมัน” น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงานประมาณ 120 แคลอรี การราดลงในสลัดแบบไม่ยั้งมืออาจทำให้สลัดชามนั้นมีแคลอรีสูงกว่าเบอร์เกอร์

  • คำแนะนำ: หลีกเลี่ยงการเทจากขวดโดยตรง ให้ใช้ "ช้อนโต๊ะ" ในการตวงเสมอ โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน สำหรับการทำอาหารหรือใส่สลัด การใช้ขวดสเปรย์น้ำมันจะช่วยควบคุมปริมาณให้ทั่วถึงแต่ใช้ในปริมาณที่น้อยลงมาก ใช้ Extra Virgin Olive Oil สำหรับราดสลัดหรือปรุงอาหารที่ไม่ผ่านความร้อนสูง เพื่อรักษาคุณค่าสารอาหารและรสชาติ

6. เมล็ดธัญพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดฟักทอง, เมล็ดเชีย

แม้จะเป็น “Superfood” ที่อัดแน่นด้วยโอเมก้า 3 และแร่ธาตุ แต่เมล็ดเหล่านี้มีสัดส่วนของไขมันสูงมาก เมล็ดฟักทองเพียง 1/4 ถ้วย ให้พลังงานสูงถึง 200 แคลอรี หลายคนเผลอโรยใส่สลัดหรือโยเกิร์ตในปริมาณมากเพราะคิดว่าเป็นแค่ของทานเล่น

  • คำแนะนำ: ใช้เป็นเครื่องโรยหน้าเพียง 1-2 ช้อนโต๊ะต่อมื้อก็เพียงพอ

7. สมูทตี้ผลไม้

สมูทตี้หนึ่งแก้วอาจดูเหมือนอาหารสุขภาพที่สดชื่น แต่หากใส่ผลไม้หลายชนิดรวมกัน พร้อมน้ำเชื่อม โยเกิร์ตรสหวาน หรือนมอัลมอนด์ สมูทตี้หนึ่งแก้วอาจมีพลังงานสูงถึง 400-800 แคลอรี และการดื่มทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลได้เร็วกว่าการเคี้ยวผลไม้สด

ภาพจาก iStock
  • คำแนะนำ: เน้นใส่ผักใบเขียวเป็นหลัก และจำกัดปริมาณผลไม้เพียง 1-2 ชนิดเท่านั้น

8. กรีกโยเกิร์ตชนิดไขมันเต็ม

กรีกโยเกิร์ตเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี แต่สูตร “Full-Fat” หรือแบบไม่พร่องมันเนยจะมีแคลอรีสูงกว่าแบบ 0% Fat อย่างมาก โยเกิร์ตถ้วยเล็กเพียงถ้วยเดียวอาจให้พลังงานสูงถึง 150-200 แคลอรี หากบวกกับท็อปปิ้งอย่างน้ำผึ้งหรือผลไม้แห้ง แคลอรีจะพุ่งสูงทันที

  • คำแนะนำ: เลือกแบบไขมันต่ำ (Low-fat) หรือปราศจากไขมัน และระวังการเติมน้ำหวานเพิ่ม

9. ควินัว

ควินัว ถูกยกย่องให้เป็นธัญพืชที่มีโปรตีนสูงและใช้แทนข้าวขัดสีได้ดีเยี่ยม แต่ในแง่ของพลังงาน ควินัว 1 ถ้วย (หุงสุก) ให้พลังงานประมาณ 222 แคลอรี ซึ่งใกล้เคียงกับข้าวสวยขัดขาว (ประมาณ 200-240 แคลอรี)

ภาพจาก iStock
  • คำแนะนำ: แม้จะมีสารอาหารดีกว่าข้าวขาว แต่ควรควบคุมปริมาณการกินให้เท่ากับโควตาคาร์โบไฮเดรตในมื้อนั้นๆ ไม่ควรทานเพิ่มเข้าไปเสริมจากข้าว

10. ดาร์กช็อกโกแลต

สารต้านอนุมูลอิสระในโกโก้มีประโยชน์ต่อหัวใจ แต่ดาร์กช็อกโกแลตก็ยังมีส่วนผสมของไขมันและน้ำตาล ดาร์กช็อกโกแลต 1 บาร์ (ประมาณ 100 กรัม) อาจให้พลังงานสูงถึง 500-600 แคลอรี

  • คำแนะนำ: เลือกที่มีโกโก้ 70% ขึ้นไป และจำกัดการทานเพียง 1-2 ชิ้นเล็ก ต่อวัน

การกินอาหารสุขภาพเป็นสิ่งที่ดีและควรสนับสนุน แต่หัวใจสำคัญของการควบคุมน้ำหนักคือ “ความสมดุล” การทราบปริมาณแคลอรีในอาหารแต่ละชนิดจะช่วยให้เราวางแผนการกินได้ดีขึ้น ไม่ใช่การงด แต่เป็นการ “กินให้เป็น” ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและรูปร่างที่ต้องการอย่างยั่งยืน

หากคุณกำลังอยู่ในช่วง ลดน้ำหนัก การเลือกกินอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้คุณอิ่มนานและได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่ถ้าทานโดยไม่ระวังเพราะคิดว่า “กินเท่าไหร่ก็ได้เพราะมันคืออาหารคลีน” นั่นอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำหนักของคุณไม่ลดลงเสียที

ที่มา: Parade

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดลิสต์ 10 อาหารสุขภาพ “แคลอรีสูง” กินเพลินระวังน้ำหนักพุ่งแบบไม่รู้ตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...