ชงภาครัฐ อุ้มผู้ส่งออก คุมค่าระวางเรือ-ลดภาษีหลังได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง
สรท. ชง 4 ข้อเสนอให้ภาครัฐ คุมค่าระวางเรือ-ลดภาษี ช่วยเหลือผู้ส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังต้นทุนลอจิสติกส์พุ่งสูงขึ้น
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ได้เข้าหารือประชุมร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์ และประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และร่วมกันหาแนวทางบรรเทาผลกระทบที่ส่งผลให้ค่าระวางเรือ และต้นทุนด้านโลจิสติกส์พุ่งสูงขึ้น
โดยได้หารือในประเด็นผลกระทบเบื้องต้นต่อการขนส่งสินค้าทางทะเลเนื่องจากความไม่แน่นอนของ เส้นทางเดินเรือ และความเสี่ยงด้านความปลอดภัย สายการเดินเรือระงับการรับจองพื้นที่ ทำให้ผู้ส่งออกประสบปัญหาไม่สามารถหาพื้นที่ระวางเรือ ในเส้นทางตะวันออกกลางที่ต้องผ่านพื้นที่เสี่ยงได้ โดยเฉพาะเส้นทางที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรืออ่าวเปอร์เซีย
ส่วนการนำตู้สินค้าออกจากท่าเรือ (Evacuation) มีการแนะนำให้ผู้ส่งออกนำตู้คอนเทนเนอร์ที่รอการส่งออกออกจากบริเวณท่าเรือ เพื่อลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากตู้สินค้าตกค้าง ผลกระทบระยะยาวที่คาดการณ์และคาดว่าอีกเวลา 2–3 เดือนค่าระวางเรือ อาจะปรับตัวลดลงกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับความคลี่คลายของสถานการณ์
รวมถึงปัญหาคอขวดที่ท่าเรือถ่ายลำ การเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือหนีภัยสงคราม ทำให้สายการเดินเรือต้องนำตู้สินค้าไปพักไว้ที่ท่าเรือถ่ายลำ (จุดแวะพักสินค้ากลางทาง) หรือท่าเรือที่ปลอดภัย (Safe Port) มากขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหา "ตู้สินค้าตกค้าง" และทำให้ระยะเวลาในการรอคอยเพื่อขนถ่ายสินค้า (Waiting Time for Loading/Discharge) ยาวนานขึ้น
นอกจากนี้ สายการเดินเรือยังได้ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับเส้นทางยุโรปและตะวันออกกลาง (EU/ME) อย่างรุนแรง อาทิ ค่าธรรมเนียม Emergency Conflict Surcharge – ECS โดยปรับเพิ่มขึ้น 2,000-3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้ขนาด 20 ฟุต (TEU) และอาจพุ่งสูงถึง 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับตู้สินค้าประเภทพิเศษ เช่น ตู้เปิดพื้นข้างแบบ Flat Rack
ค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากภัยสงคราม (War Risk Surcharge - WRS): ปรับเพิ่มขึ้น 1,500–2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ TEU สำหรับสินค้าทั่วไป และ 3,000–3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อ TEU สำหรับตู้สินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Container)
โดยได้ข้อเสนอแนะจาก สรท. สู่ภาครัฐ1. กำกับดูแลค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามต้นทุนจริง - ขอให้ภาครัฐช่วยกำกับดูแลให้การเรียกเก็บค่าระวางและค่าธรรมเนียมพิเศษต่างๆ (Surcharges) ของสายการเดินเรือ สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงและมีความสมเหตุสมผล
2. การสนับสนุนภาระต้นทุนจากรัฐ - ขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ เช่น การลดหย่อนภาษี การอุดหนุนค่าฝากตู้สินค้า (Storage Fee), ค่าธรรมเนียมพิเศษ, ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Bunker) และค่าเบี้ยประกันภัยการขนส่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบหนักในเส้นทางตะวันออกกลาง ทะเลแดง และยุโรป
3. ประสานงานโลจิสติกส์ท้องถิ่น - ขอให้ภาครัฐช่วยประสานงานกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ท้องถิ่น (Local LSP) ในพื้นที่เสี่ยง เช่น ท่าเรือโซฮาร์ (Sohar) และซาลาลาห์ (Salalah) ในโอมาน หรือในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเปิดเส้นทางเลือกในการขนส่งสินค้าทางบก (Inland) ข้ามแดนเมื่อเกิดเหตุจำเป็น
4. นโยบายการเงินเพื่อการส่งออก - ขอให้ภาครัฐพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะสั้น เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องทางสินเชื่อแก่ภาคการผลิตและผู้ส่งออก และช่วยลดภาระหนี้สินของภาคอุตสาหกรรมในภาพรวมเพิ่มเติมจากการประชุม
"ปัจจุบันคาดการณ์ตู้สินค้าทั่วโลก้ประมาณ 2 ล้าน TEU หรือคิดเป็น 5-6% ของปริมาณตู้สินค้าทั้งหมดในตลาดโลกได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้เห็นว่าวิกฤติยังอยุ่ในวงจำกัดเฉพาะตะวันออกกลางถือว่าเบากว่าวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือเหตุการณ์โจมตีเรือในทะเลแดงในช่วงสองปีที่ผ่านมา " นายธนากร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการหารือนาง สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เสนอแนวคิดในการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (War Room) เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์ร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมเปิดช่องทางสายตรงให้ผู้ประกอบการสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ทันที
นอกจากนี้ ยังได้ตอบรับข้อเสนอของ สรท. โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ดังนี้ 1. กรมการค้าภายใน รับเรื่องร้องเรียนโครงสร้างค่าใช้จ่าย เพื่อติดตาม และหาช่องทางช่วยเหลือผู้ส่งออกภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอำนาจกำกับดูแล
2. สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) เร่งรวบรวมรายชื่อและเครือข่ายผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในพื้นที่ท้องถิ่น (Local LSP) เพื่อเป็นทางเลือกสำรองให้ผู้ส่งออก และ3. กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการออกมาตรการจูงใจทางภาษี (Tax Incentive) สำหรับกลุ่มผู้ส่งออกที่แบกรับภาระต้นทุนส่วนเพิ่ม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชงภาครัฐ อุ้มผู้ส่งออก คุมค่าระวางเรือ-ลดภาษีหลังได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th