โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชงภาครัฐ อุ้มผู้ส่งออก คุมค่าระวางเรือ-ลดภาษีหลังได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง

Khaosod

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 09.00 น.

สรท. ชง 4 ข้อเสนอให้ภาครัฐ คุมค่าระวางเรือ-ลดภาษี ช่วยเหลือผู้ส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังต้นทุนลอจิสติกส์พุ่งสูงขึ้น

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ได้เข้าหารือประชุมร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์ และประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และร่วมกันหาแนวทางบรรเทาผลกระทบที่ส่งผลให้ค่าระวางเรือ และต้นทุนด้านโลจิสติกส์พุ่งสูงขึ้น

โดยได้หารือในประเด็นผลกระทบเบื้องต้นต่อการขนส่งสินค้าทางทะเลเนื่องจากความไม่แน่นอนของ เส้นทางเดินเรือ และความเสี่ยงด้านความปลอดภัย สายการเดินเรือระงับการรับจองพื้นที่ ทำให้ผู้ส่งออกประสบปัญหาไม่สามารถหาพื้นที่ระวางเรือ ในเส้นทางตะวันออกกลางที่ต้องผ่านพื้นที่เสี่ยงได้ โดยเฉพาะเส้นทางที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรืออ่าวเปอร์เซีย

ส่วนการนำตู้สินค้าออกจากท่าเรือ (Evacuation) มีการแนะนำให้ผู้ส่งออกนำตู้คอนเทนเนอร์ที่รอการส่งออกออกจากบริเวณท่าเรือ เพื่อลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากตู้สินค้าตกค้าง ผลกระทบระยะยาวที่คาดการณ์และคาดว่าอีกเวลา 2–3 เดือนค่าระวางเรือ อาจะปรับตัวลดลงกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับความคลี่คลายของสถานการณ์

รวมถึงปัญหาคอขวดที่ท่าเรือถ่ายลำ การเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือหนีภัยสงคราม ทำให้สายการเดินเรือต้องนำตู้สินค้าไปพักไว้ที่ท่าเรือถ่ายลำ (จุดแวะพักสินค้ากลางทาง) หรือท่าเรือที่ปลอดภัย (Safe Port) มากขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหา "ตู้สินค้าตกค้าง" และทำให้ระยะเวลาในการรอคอยเพื่อขนถ่ายสินค้า (Waiting Time for Loading/Discharge) ยาวนานขึ้น

นอกจากนี้ สายการเดินเรือยังได้ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับเส้นทางยุโรปและตะวันออกกลาง (EU/ME) อย่างรุนแรง อาทิ ค่าธรรมเนียม Emergency Conflict Surcharge – ECS โดยปรับเพิ่มขึ้น 2,000-3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้ขนาด 20 ฟุต (TEU) และอาจพุ่งสูงถึง 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับตู้สินค้าประเภทพิเศษ เช่น ตู้เปิดพื้นข้างแบบ Flat Rack

ค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากภัยสงคราม (War Risk Surcharge - WRS): ปรับเพิ่มขึ้น 1,500–2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ TEU สำหรับสินค้าทั่วไป และ 3,000–3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อ TEU สำหรับตู้สินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Reefer Container)

โดยได้ข้อเสนอแนะจาก สรท. สู่ภาครัฐ1. กำกับดูแลค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามต้นทุนจริง - ขอให้ภาครัฐช่วยกำกับดูแลให้การเรียกเก็บค่าระวางและค่าธรรมเนียมพิเศษต่างๆ (Surcharges) ของสายการเดินเรือ สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงและมีความสมเหตุสมผล

2. การสนับสนุนภาระต้นทุนจากรัฐ - ขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ เช่น การลดหย่อนภาษี การอุดหนุนค่าฝากตู้สินค้า (Storage Fee), ค่าธรรมเนียมพิเศษ, ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Bunker) และค่าเบี้ยประกันภัยการขนส่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบหนักในเส้นทางตะวันออกกลาง ทะเลแดง และยุโรป

3. ประสานงานโลจิสติกส์ท้องถิ่น - ขอให้ภาครัฐช่วยประสานงานกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ท้องถิ่น (Local LSP) ในพื้นที่เสี่ยง เช่น ท่าเรือโซฮาร์ (Sohar) และซาลาลาห์ (Salalah) ในโอมาน หรือในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเปิดเส้นทางเลือกในการขนส่งสินค้าทางบก (Inland) ข้ามแดนเมื่อเกิดเหตุจำเป็น

4. นโยบายการเงินเพื่อการส่งออก - ขอให้ภาครัฐพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะสั้น เพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องทางสินเชื่อแก่ภาคการผลิตและผู้ส่งออก และช่วยลดภาระหนี้สินของภาคอุตสาหกรรมในภาพรวมเพิ่มเติมจากการประชุม

"ปัจจุบันคาดการณ์ตู้สินค้าทั่วโลก้ประมาณ 2 ล้าน TEU หรือคิดเป็น 5-6% ของปริมาณตู้สินค้าทั้งหมดในตลาดโลกได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้เห็นว่าวิกฤติยังอยุ่ในวงจำกัดเฉพาะตะวันออกกลางถือว่าเบากว่าวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือเหตุการณ์โจมตีเรือในทะเลแดงในช่วงสองปีที่ผ่านมา " นายธนากร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการหารือนาง สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เสนอแนวคิดในการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (War Room) เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์ร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมเปิดช่องทางสายตรงให้ผู้ประกอบการสามารถขอรับความช่วยเหลือได้ทันที

นอกจากนี้ ยังได้ตอบรับข้อเสนอของ สรท. โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ดังนี้ 1. กรมการค้าภายใน รับเรื่องร้องเรียนโครงสร้างค่าใช้จ่าย เพื่อติดตาม และหาช่องทางช่วยเหลือผู้ส่งออกภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอำนาจกำกับดูแล

2. สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) เร่งรวบรวมรายชื่อและเครือข่ายผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในพื้นที่ท้องถิ่น (Local LSP) เพื่อเป็นทางเลือกสำรองให้ผู้ส่งออก และ3. กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการออกมาตรการจูงใจทางภาษี (Tax Incentive) สำหรับกลุ่มผู้ส่งออกที่แบกรับภาระต้นทุนส่วนเพิ่ม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชงภาครัฐ อุ้มผู้ส่งออก คุมค่าระวางเรือ-ลดภาษีหลังได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...