โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

KXVC เตือน ระวังผู้แอบอ้าง ยันไม่เคยระดมทุนจากบุคคลภายนอก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 08.36 น.

KXVC ออกประกาศเตือนภัย หลังพบการแอบอ้างชื่อบริษัทและอดีตผู้บริหารหลอกลงทุนคริปโทฯ ย้ำชัดเป็นกองทุน CVC ใช้เงินตัวเองลงทุนเท่านั้น ไม่มีนโยบายระดมทุนจากบุคคลภายนอก ขณะที่ Scamurai เผยแพร่บทความ ดาวรุ่ง VC ของธนาคารชั้นนำไทยลาออกท่ามกลางข่าวทุจริต

วันที่ 9 มีนาคม 2569- จากกรณีที่ บริษัท กสิกรเอกซ์ เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด หรือ KXVC กองทุน Corporate Venture Capital (CVC) ในเครือ KBTG ของ ธนาคารกสิกรไทย ออกมาชี้แจงว่า นายกัมปนาท วิมลโนช หรือ จอม ได้แอบอ้างชื่อบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ในการชักชวนให้ลงทุนนั้น ไม่เป็นความจริง โดย KXVCเป็นนิติบุคคลร่วมทุนองค์กร (Corporate Venture Capital หรือ CVC) ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพโดยใช้ เงินทุนของKXVC เองเท่านั้น และไม่มีนโยบายในการระดมทุนจากบุคคลภายนอก อีกทั้งไม่เคยมีการมอบอำนาจให้บุคคลใด ดำเนินการในนามของKXVC ในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด

โดยข้อมูล Company Updates ของKXVC ได้ระบุว่า นาย กัมปนาท วิมลโนท ได้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัทฯ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่เว็บไซด์ Scamurai ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับนายกัมปนาท วิมลโนท โดยเปิดเผยว่าว่า นายกัมปนาทใช้ความสนิทสนมและตำแหน่งหน้าที่อ้างว่าตนมี "โควตาส่วนตัว" ในโปรเจกต์ระดับโลก เช่น Monad, Babylon และ Linera โดยเขามักจะส่งเอกสารข้อเสนอการลงทุนที่ดูเป็นทางการผ่านกลุ่มแชทปิดใน Telegram และ WhatsApp เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่โหยหาโอกาสในวงใน

ทำให้มีผู้เสียหายที่รู้จักกับนายกัมปนาทมาตั้งแต่ปีตัดสินใจลงทุน เนื่องจากหลงเชื่อในโปรไฟล์และเอกสารสัญญาที่ดูสมจริง ซึ่งภายหลังถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเอกสารที่ถูกปลอมแปลงและดัดแปลงมาจากเอกสารจริงของKXVC โดยเมื่อถึงเวลาที่จะต้องรับผลกำไรจากการลงทุน ไปจนถึงการขอถอนทุนออก นายกัมปนาทมักเริ่มให้ข้ออ้าง ทั้งเรื่องปัญหาทางเทคนิค สภาวะตลาด หรือแม้แต่อ้างว่าตัวเองก็ถูกโกงมาอีกที จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา การติดต่อทั้งหมดก็ถูกตัดขาดลง พร้อมกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของกัมปนาท

ปัจจุบัน พบว่ามีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 24 ราย กระจายตัวอยู่ในไทย สิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา โดยมูลค่าความเสียหายต่อรายมีตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลายสิบล้านบาท สิ่งที่น่าตกใจคือ เมื่อผู้เสียหายติดต่อไปยังเจ้าของโปรเจกต์โดยตรง คำตอบที่ได้รับคือ ไม่เคยมีการลงทุนจากบุคคลนี้ ไม่ว่าจะเป็น Monad ที่ยืนยันว่าสัญญาที่กัมปนาทนำมาอ้างคือของปลอม ด้าน Babylon ก็ระบุชัดเจนว่า ไม่เคยติดต่อหรือมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลนี้ หรือทาง Linera ก็เผยว่านายกัมปนาทเคยแสดงความสนใจจริง แต่ไม่เคยมีการลงนามหรือโอนเงินลงทุนใดๆ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือสถานะการทำงาน โดยนายกัมปนาทยังคงใช้ชื่อตำแหน่ง "Managing Director ของKXVC" ในการระดมทุน แม้จะถูกเลิกจ้างไปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ล่าสุด KXVCได้ขึ้นประกาศเตือนบนหน้าเว็บไซต์หลัก ระบุว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทแล้ว และเน้นย้ำว่ากองทุนใช้เพียงงบประมาณภายใน (Corporate Venture Capital) ไม่มีการระดมทุนจากบุคคลภายนอก พร้อมเตือนภัยผู้แอบอ้างที่ให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว

ด้านนักวิเคราะห์มองว่ากรณีของนายกัมปนาทเป็นเรื่องที่ ผิดปกติ ในวงการการเงิน เนื่องจากเขายอมแลกชื่อเสียงที่สร้างมานานนับทศวรรษกับแผนการฉ้อโกงที่ปลายทางต้องถูกเปิดโปงเมื่อถึงกำหนดส่งมอบเหรียญ

ปัจจุบัน บัญชีโซเชียลมีเดียและ Telegram ของนายกัมปนาทถูกปิดตัวลง และมีกระแสข่าวว่าเขาได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกาแล้ว ขณะที่ผู้เสียหายจำนวนมากได้แจ้งความดำเนินคดีและกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามเส้นทางเงินผ่านบล็อกเชน (On-chain data) ซึ่งพบธุรกรรมหมุนเวียนในวอลเล็ตที่เกี่ยวข้องสูงถึง 1.71 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน

อ้างอิง : How a rising star at a top Thai bank's $100m Web3 fund used fake crypto deals to swindle investors

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...