โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทองคำ-เงิน-น้ำมัน-โลหะ” ดิ่งแรงยกแผง หลังทรัมป์เลือกวอร์ชนั่งประธานเฟด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.05 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แรงเทขายถล่มตลาดโภคภัณฑ์ทั่วโลก หลังทรัมป์เลือกวอร์ชนั่งประธานเฟด "ทองคำ-เงิน-น้ำมัน-โลหะ" ดิ่งแรงยกแผง ดันดอลลาร์แข็งค่า-มุมมองนโยบายการเงินตึงตัว

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.50 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกปรับตัวร่วงแรงในวันจันทร์ นำโดยราคาทองคำ เงิน น้ำมัน และโลหะอุตสาหกรรม หลังการเลือก เควิน วอร์ช เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ จุดชนวนแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้โลหะมีค่าดิ่งลงต่อเนื่องเป็นวันที่สองติดต่อกัน

*ราคาทองคำ ร่วงลงราว 9% ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่ราคาเงิน ดิ่งลงมากกว่า 13% หลังจากทั้งสองโลหะเพิ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน ด้าน ราคาน้ำมัน ปรับลดลงเกือบ 5.5% จากระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ส่วน ราคาทองแดง ในตลาด London Metal Exchange (LME) ร่วงลงเกือบ 5%*

วีเวก ดาร์ นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Commonwealth Bank of Australia (CBA) ระบุว่า การที่นักลงทุนเทขายโลหะมีค่าพร้อมกับหุ้นสหรัฐ สะท้อนมุมมองของตลาดที่มองว่า วอร์ชมีท่าทีสายเหยี่ยวมากกว่าเดิม

“ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยกดดันราคาทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ รวมถึงน้ำมันและโลหะพื้นฐาน” ดาร์กล่าว พร้อมย้ำว่า ยังคงคาดการณ์ราคาทองคำที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในไตรมาส 4 แม้ตลาดจะผันผวนอย่างหนัก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เลือกวอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดแทนเจอโรม พาวเวล ในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้เกิดแรงขายในตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของวอลล์สตรีท ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ตึงเครียด จากแรงเทขายโลหะมีค่าอย่างรุนแรงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่อัดแน่นด้วยการประกาศผลประกอบการ การประชุมธนาคารกลาง และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

แรงขายเร่งตัว (Accelerated Selling)

แรงเทขายในตลาดโลหะมีค่าเร่งตัวขึ้น หลัง CME Group ประกาศปรับเพิ่มอัตรามาร์จิ้นสำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโลหะ โดยมีผลตั้งแต่ปิดตลาดวันจันทร์ การเพิ่มมาร์จิ้นมักเป็นปัจจัยลบต่อสัญญาซื้อขาย เนื่องจากเพิ่มต้นทุนเงินทุน ลดแรงเก็งกำไร และกระตุ้นให้ผู้ถือสถานะเร่งปิดโพซิชัน

การปรับฐานเริ่มต้นตั้งแต่วันศุกร์ โดยราคาทองคำในตลาดสปอตร่วงลงมากกว่า 9% ซึ่งเป็นการปรับลดรายวันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 ขณะที่ราคาเงินดิ่งลงถึง 27% ถือเป็นการร่วงลงในวันเดียวที่หนักที่สุดเป็นประวัติการณ์

ในตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากสัญญาณคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังทรัมป์ระบุช่วงสุดสัปดาห์ว่า อิหร่านกำลังเจรจาอย่างจริงจังกับสหรัฐ ช่วยลดความกังวลต่อความขัดแย้งกับประเทศสมาชิกโอเปก

โทนี ซิคาโมร์ นักวิเคราะห์จาก IG ระบุว่า คำกล่าวดังกล่าว รวมถึงรายงานที่ระบุว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านไม่มีแผนซ้อมยิงจริงในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นสัญญาณของการลดระดับความตึงเครียด

ขณะที่ตลาดทองแดงและแร่เหล็กเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องสต็อกที่อยู่ในระดับสูง และอุปสงค์ที่ซบเซาก่อนวันหยุดตรุษจีนในเดือนนี้ โดยจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อโลหะรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ทำให้ความต้องการปลายทางและปริมาณการซื้อขายมีแนวโน้มชะลอลง

สินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ก็อ่อนตัวเช่นกัน โดยยางพาราในตลาดโตเกียวร่วงเกือบ 3% ขณะที่ข้าวสาลีและถั่วเหลืองในตลาดชิคาโกร่วงลงราว 1%

ดาร์จาก CBA ตั้งคำถามสำคัญว่าการปรับฐานรอบนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงเชิงโครงสร้างในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ หรือเป็นเพียงการพักฐานชั่วครา

“เรามองว่านี่เป็นการปรับฐาน และเป็นโอกาสเข้าซื้อมากกว่าการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานของตลาด”

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...